องค์กรสมรรถนะสูงหมายความว่า เป็นองค์กรที่มีผลผลิต และผลกระทบสูง เมื่อเทียบกับทุนที่ลงไป ผมมีข้อสังเกตว่า องค์กรราชการไทยมักมุ่งทำงานตามที่ระบุในกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ ทำให้โอกาสทำงานอย่าง agile ตามสถานการณ์ลดน้อยลงไป
ยิ่งองค์ประกอบของบอร์ด มีตัวแทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีผลทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคือช่วยให้ได้ข้อมูล ทำให้การทำงานมีความรอบคอบขึ้น ด้านลบที่อาจเกิดขึ้นคือ ทำให้ agility ในการทำงานลดลง และที่น่าเสียดายคือ บางครั้งตัวแทนของหน่วยงานเข้ามาประชุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของหน่วยงานตน แทนที่จะมาช่วยให้การทำงานของหน่วยงานที่ตนมาเป็น บอร์ด สะดวกขึ้น ประเด็นหลังนี้ผมพบด้วยตนเอง สมัยเป็น ผอ. สกว.
หน่วยงานสมรรถนะสูง ในยุคนี้ ต้อง agile มาก และมียุทธศาสตร์ทำงานให้เกิด synergy กับหน่วยงานที่เป็น stakeholders แต่คนในราชการมีวัฒนธรรมไซโล มากกว่าวัฒนธรรม synergy จะมียกเว้นบ้าง ก็เป็นส่วนน้อย
ผู้บริหารองค์กรสมรรถนะสูง ต้องมีวิธีจัดการประชุม บอร์ด ที่มีบรรยากาศสร้างสรรค์สูง มีความไว้วางใจต่อกันสูง ในหลายกรณีผมพบว่าบรรยากาศไปในทางตรงกันข้าม และผมก็นั่งคิดว่า หากผมเป็นผู้รับผิดชอบ ผมจะวางยุทธศาสตร์อย่างไร เพื่อสร้างบรรยากาศการประชุมบอร์ดที่ผู้ร่วมประชุมมีความสุข รู้สึกว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างดี และองค์กรทำงานเกิดผลลัพธ์และผลกระทบสูง
เมื่อตนเองไม่ใช่ actor ตัวจริง จินตนาการดังกล่าวก็ไปไม่ตลอด เพราะจะไปตลอดต้องเอาจินตนาการไปทดลองใช้ สร้างเป็น Double-Loop Learning และปรับตัวสักสองสามรอบก็จะพบยุทธศาสตร์นั้น
เริ่มที่จินตนาการ สำเร็จที่การลงมือทำ และเรียนรู้-ปรับตัว
องค์กรของรัฐ ที่ตั้งขึ้นมานอกระบบราชการ เพื่อให้มีสมรรถนะสูง มักจะมีบอร์ดที่เกือบกึ่งหนึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานราชการ น่าจะได้มีการวิจัยว่า รูปแบบนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหตุผลของการมีตัวแทนหน่วยงานเข้าเป็นบอร์ดคืออะไร ในทางปฏิบัติบรรลุผลที่ต้องการนั้นมากน้อยเพียงไร และมีผลลบอย่างไรบ้าง
วิจารณ์พานิช
๑๘ ก.พ. ๖๕ ปรับปรุง ๑ มี.ค. ๖๕