ถ้อยคำที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากท่านผอ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ ในวันประชุมผู้บริหาร เนื้อหาใจความฟังแล้วก็ได้ข้อคิดสะกิดใจ อย่างน้อยผมก็เดินมาถูกทาง ไม่ได้ทำงานเพื่อให้ถูกใจใคร พร้อมจะปลดเกษียณไปจากการเป็น..เจ้าสำนัก
เรื่องของเรื่องก็คือ โรงเรียนปิดไป ๒ อาทิตย์เพราะคำสั่งของผวจ. พอเปิดเรียน(ONSITE) ผอ.เขตก็ออกนิเทศติดตามความพร้อม พบโรงเรียนบางโรง ไม่สะอาดเท่าที่ควร ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนปิดนาน แต่อยู่ที่ผู้บริหารฯไม่ได้มาโรงเรียนเลย
“การเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ก็เหมือนการเป็นเจ้าสำนัก ต้องมาโรงเรียนและอยู่เป็นหลักให้กับครู มิใช่ปล่อยให้โรงเรียนสกปรกรกร้างว่างเปล่า จะมาอ้างโรงเรียนปิด หรือมีเด็กมากเด็กน้อยก็คงไม่ได้....” ผมฟังแล้ว ก็รู้สึกสำลักในลำคอ ได้แต่หัวเราะ หึหึ
ยุคนี้สมัยนี้ จะมีผอ.เขตฯรุ่นใหม่สักกี่คน ที่คิดและกล้าพูดแบบนี้ แต่ช่างเถอะ...มาว่าเรื่องของผมดีกว่า ออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้ามืด ซื้ออาหารมื้อเช้ามาให้นักเรียนป.๖ที่จะเข้าสอบโอเน็ต เห็นเด็กกินมื้อเช้าก่อนเข้าสอบแล้วรู้สึกสบายใจ ก่อนเดินทางไปสอบ ผมได้อวยชัยให้พร ขอให้เธอทุกคนโชคดี ทำข้อสอบให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดและสุดความสามารถของเธอ
โรงเรียนกลับมาเงียบสงบ ผมสังเกตพบว่าเมื่อคืนฝนคงตก เพราะถนนเปียกชื้น ใบไม้ที่แห้งเหี่ยวคาต้น มันหลุดพ้นจากต้นแม่ปลิดปลิวทิ้งตัวลงมา มองดูดาษดื่นดีแท้ ที่ว่าดีก็เพราะใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาคราวละมากๆ ทำให้กวาดสนุก เหนื่อยทีเดียวแต่ได้ใบไม้สุดคุ้ม
กวาดไปเรื่อยทุกซอกทุกมุม ลืมไปว่าเจ้าสำนักคนนี้อายุจะ ๖๐ แล้ว แต่พอคิดได้ก็ถือว่าได้ฝึกกำลังภายใน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ผลที่ตามมาหลักๆก็คือความสะอาดเรียบร้อย ผลพลอยได้คือสุขภาพกายและจิตใจแข็งแรงและเบิกบาน
ความชาชินในงานแบบนี้ มันไม่มีเงื่อนไข หากแม้ใครจะมองว่าต่ำตม ผมต้องการให้วันจันทร์หรือวันที่เปิดเรียนวันแรกของสัปดาห์ ครูและเด็กไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมากจนเกินไป เอาเวลาไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เร็วที่สุด เพราะเวลาเรียนเหลือน้อยเต็มที เจ้าสำนักอย่างผมคนนี้ มองว่ามันคือการบริหารจัดการ
ถ้าไม่วางแผนฯ “เวลา”ที่หายไปจะเท่ากับ ผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็นแบบที่ไม่พึงปรารถนา พาให้นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อีกมากมาย อันนี้คือข้อเท็จจริง ที่ไม่ต้องรองรับด้วยงานวิจัยใดๆ
โรงเรียนคือสถานที่ราชการ ที่จะต้องสะอาดและปลอดภัย ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หัวหน้าการฯรุ่นเก่าสอนผมไว้ และผมก็ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อต้อนรับใคร ศึกษานิเทศก์ก็นานๆมาที ผอ.เขตฯไม่ได้มาเกือบ ๒ ปีแล้ว ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่สุด คือผู้ปกครองและผู้นำชุมชนท้องถิ่น ถ้าเจ้าสำนักไม่ลงมือทำเป็นตัวอย่าง ใครเขาจะกล้าส่งลูกหลานมาฝึกวิทยายุทธ
ครับ...เจ้าสำนัก..ต่างกรรมต่างวาระ ต่างวาสนาและสิ่งแวดล้อม จึงย่อมจะคิดไม่เหมือนกัน สำหรับผมก็ต้องยอมขมแล้วขมอีก แต่หวานเป็นลมขมเป็นยา มีชีวิตและงานก้าวหน้าในโรงเรียนเล็กๆได้ก็เพราะทำแบบนี้ คือทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ รับผิดชอบให้ดีที่สุด ไม่คาดหวังจะได้รับกำลังใจจากใคร เพราะผมเองก็มีพร้อมหมดแล้ว
ทุกวันนี้..ทรีอินวันในงานทุกอย่าง ไม่เคยอยู่ว่าง และไม่เคยคิดมีงานการผูกผ้าต้อนรับใคร ไม่เคยให้ครูทิ้งการสอนหรือออกจากห้องเรียนเพื่อมาทำเอกสารให้ผอ. แค่นี้ก็สบายใจหายห่วง
ว่าแล้วอากาศก็ร้อนอบอ้าว ฝนมืดครึ้มมา ได้เวลา..เจ้าสำนัก..ต้องกลับบ้านแล้ว....
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์













เจ้าสำนักทำให้โรงเรียนน่าอยู่จริงๆค่ะ น่าชื่นชมนะคะ