ที่พึ่งอื่นใด พึ่งได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว หากอยากได้ที่พึ่งยาว ๆ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต้องพึ่งตนเอง

ที่พึ่งอื่นใด พึ่งได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว 
หากอยากได้ที่พึ่งยาว ๆ ให้พึ่งตนเอง

 

ที่พึ่งอื่นใด พึ่งได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว
หากอยากได้ที่พึ่งยาว ๆ ให้พึ่งตนเอง

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

         อตฺตาหิ  อตฺตโน นาโถ. ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

      ได้อ่านพุทธภาษิตบทนี้ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล สองพันห้าร้อย

กว่าปีแล้ว แต่ว่าสาระยังไม่ล้าสมัย ยังนำสมัย และใช้ได้ตลอดมาและ

คิดว่าน่าจะตลอดไป

         ประเด็นที่จะต้องนำไปประยุกต์ใช้ น่าจะเป็นดังนี้

1.   ไม่ควรทำตนให้เป็นภาระของใคร

ทั้งนี้เนื่องจากว่าคนเราเกิดมา ก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ในการทำมาหา

กินด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นอาจจะเป็นคนโชคดีเกิดในตระกูลที่มี
ความพร้อม อยู่ในกองเงินกองทอง เป็นคนมีโอกาสชีวิตที่ดี 
ไม่เป็นคนด้อยโอกาส แต่ถ้าเราไม่รู้จักหามาเพิ่มเติม ใช้อย่างเดียว 
มันก็ต้องมีวันหมดไปเหมือนกันแม้จะมีเงินมากมายแล้วต้องขยันทำมาหากิน 
ใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์ไม่ใช้จ่ายสุ่รุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย  สิ้นเปลือง
หรือเกินตัว

 

2.   เงินคืองาน งานคือเกียรติยศ คนทำงานสุจริตคือผู้มีเกียรติยศ

เราต้องเป็นคนหนักก็เอา เบาก็สู้ ไม่ดูถูกงานว่าต่ำต้อย เพราะ

งานทุกงานที่เป็นง่านสุจริตทำแล้วจะได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองก็
ให้ทำทันทีโดยไม่ต้องลังเลใจ อย่านอนตื่นสาย อย่าอ่ายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย 
อย่าคอยวาสนา อย่าบ้าการพนัน อย่าคิดสั้น ๆ อยากรวยทางลัดและอย่าทำอัตวินิบาตกรรม 
คนเราต้นทุนชีวิตมีมาไม่เท่ากัน ดังบทเพลงที่ครูเพลงเขาบอกไว้ว่า “สามสิบฟ้าลิขิต 
อีกเจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน และต้องสู้จึงจะชนะ”

 

3.   อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

 

วันนี้หนึ่งวันดีกว่าพรุ่งนี้สองวัน เพราะพรุ่งนี้ ไม่แน่ มีงาน

อะไรก็ให้ตั้งใจทำให้สำเร็จ ทำให้ดีที่สุด อย่างไม่ต้องย่อท้อต่อ

ความทุกข์ยากลำบาก ความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวง ไม่ได้โรยไปด้วย

กุหลาบ ต้องอดทน ต่อสู้ ขยันหมั่นเพียร เอาเหงื่อเข้าแรก ดังบทกลอน

ที่ว่า

อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง

ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้ มิรู้ถอย

ผลวันหน้า อย่าเฝ้าหวัง เพียงแต่คอย

อย่ายอมปล่อย เวลาล่วงไปฟรี

จงรีบหมั่น ขยันไว้ แต่เดี๋ยวนี้

เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า

วันนี้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อยกายา

แต่วันหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย

4.    อย่าท้อแท้อ่อนแอต่อชีวิต

ต้องเป็นคนต่อสู้ ฟันฝ่า มีวิริยะอุตสาหะในการทำงาน
มีความเพียรพยายาม หนักเอา เบาสู้เสมอ ดีงคำกลอนที่ว่า

           จะเป็นสุข ต้องทุกข์ บุกไปก่อน

              จะเป็นก้อน ทีละน้อย  คอยประสม

                 จะเป็นพระ พึงละกามารมณ์

                    จะเป็นพรหม ให้หมั่นเรียนเพียรทำฌาน

5.    เมื่อยังเป็นเด็กอยู่ในวัยเรียน ต้องตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

มีคำที่เขากล่าวไว้ว่า เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่อย่าเพิ่ง
ไปด่วนคิดทำอะไรเกินวัยตนเอง ต้องขยัน มีความถ่อมตน เรียนโดยเคารพ ดังคำกลอนที่ว่า

ถ้าหมั่นเรียน  เรียนอะไร ก็ย่อมรู้

ถ้าหมั่นดู  ดูอะไร  ก็ย่อมเห็น

ถ้าหมั่นทำ ทำอะไร ก็ย่อมเป็น

ถ้าไม่เล่น หมั่นศึกษา จะก้าวหน้าเอย

จะเป็นสุข ต้องทุกข์ บุกไปก่อน

จะเป็นก้อน ทีละน้อย คอยผสม

จะเป็นพระ ต้องละ กามารมณ์

จะเป็นพรหมหมั่นเรียนเพียรทำฌาน

 

เงินกับงาน การศึกษา ต้องหาก่อน

อย่ารีบร้อน หารัก งานจักเสีย

ขาดเงิน ขาดงาน พาลขาดเมีย

งานไม่เสีย เมียคงมี เงินคงมา

  

อยากได้ดี ไม่ทำดี นั้นมีมาก

ดีแต่อยาก หากไม่ทำ น่าขำหนอ

อยากได้ดี รีบทำดี อย่ารีรอ

มัวแต่ขอ รอแต่ดี ไม่ดีเลย


 

6.    ต้องมีใจรัก มีความมุ่งมั่นในการทำงาน

 

รักที่ทำงาน เหม้อนบ้าน

     รักงานเหมือนชีวิต

           รักลูกศิษย์เหมือนลูกหลาน

                รักเพื่อนร่วมงานเหม้อนญาติพี่น้อง

                  มีใจรัก เป็นนักสู้

                      รู้จักคิด พินิจพิจารณา

                         หาข้อบกพร่องแล้วนำมาปรับปรุง

 

สรุป

      ที่พึ่งอื่นใด พึ่งได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว

           หากอยากได้ที่พึ่งยาว ๆ

                  มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต้องพึ่งตนเอง