1.Occupational Influences (Identity)

1.1 Volitional Anticipation : ผู้ดูแลต้องการให้ผู้รับบริการสามารถดูแลตนเองได้ และมีความสามารถตรงตามพัฒนาการตามวัยเหมือนกับในเด็กช่วงวัยเดียวกัน

1.2 Role Identity : ลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็น Albinism(ผิวเผือก) มีระบบประสาทการรับรู้ความรู้สึกที่บกพร่องทั้งในด้าน Tactile Auditory Vestibular ร่วมกับมีปัญหาทางสายตาที่เรือนลาง และกลัวแสงแดด จากการพูดคุยเพิ่มเติมผู้รับบริการมีอาการนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากมีภาวะ Overresponsiveness ของ Auditory

1.3 Preferences & Choice : ประเมินเพิ่มเติมผ่านการทำกิจกรรมการเล่น ให้ผู้รับบริการเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง จากการสังเกตส่วนมากผู้รับบริการจะเลือกเล่นของเล่นหรือทำกิจกรรมที่มีอุปกรณ์สีแดงและมีแสงวิบวับ มีการติดการหยิบจับสิ่งของ

1.4 Personal Causation : เด็กชายธรรมดาเคยพบจักษุแพทย์ แล้วแพทย์แนะนำมาหานักกิจกรรมบำบัด ทำให้ผู้ดูแลมีความต้องการพาผู้รับบริการมาฝึกกิจกรรมบำบัด

1.5 Relationship : อาศัยอยู่กับพ่อแม่และ caregiver ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ผู้รับบริการค่อนข้างเป็นศูนย์กลางของครอบครัว จำเป็นต้องมีการประเมินเพิ่มสอบถามถึงพี่น้องของผู้รับบริการ และการให้เวลากับลูกในแต่ละคน

1.6 Context : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีสนามหน้าบ้าน ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมได้ทุกที่บริเวณรอบบ้าน ห้องนอนและบริเวณที่เล่นมีความปลอดภัยสูง มีการบุแผ่นโฟมพื้นป้องกันการล้ม เตียงมีขอบกั้น และนุ่มสบาย ของเล่นมีสีสัน เสียง แสง เพื่อดึงดูดผู้รับบริการ ส่วนมากทำมาจากพลาสติกและมีผู้ปกครองดูแลอยู่ตลอดการเล่น


 

2.Occupational Presentation (Competence)

2.1 Objective Viewpoint to Lifestyle Habits : เนื่องจากผู้รับบริการมีความบกพร่องของระบบประสาทการรับรู้ความรู้สึกทั้งในด้าน Tactile Auditory และ Vestibular ทำให้ผู้ดูแลต้องมีการช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันในทุกเรื่อง แต่หลังจากได้รับการฝึกกิจกรรมบำบัด ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง มีการใช้ fine motor ที่คล่องแคล่วมากขึ้น แต่ผู้รับบริการยังมีปัญหาในเรื่องของการพูดสื่อสาร และการอาบน้ำที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้ดูแล ประเมินเพิ่มในเรื่องของการทำกิจวัตรประจำวัน 

2.2 Activities Needed, Wanted or Expected : เมื่อมีความต้องการที่จะทำอะไรแต่ไม่สามารถทำได้จะเดินไปจูงแม่ให้มาทำให้, ผู้รับบริการอยากสื่อสารได้ด้วยคำพูด ประเมินเพิ่มเกี่ยวกับความต้องการ ใช้การสอบถามโดยให้ผู้รับบริการตอบแบบ Non-Verbal เช่นการพยักหน้า การยิ้ม การขยับร่างกายเช่น ยกมือ

2.3 Environment Impacts on Skills & Performance : ผู้รับบริการมีความติดขัดในการขึ้น-ลงบันไดด้วยตนเอง


 

3.Occupational Focus (Adaptation)

3.1 SMART goal Setting  

  • Specific Components : การจัดการการนอน 
  • Measuring Process of Learning : ชั่วโมงการนอน, จำนวนครั้งที่ตื่นระหว่างคืน
  • Achievement Goals : สามารถนอนได้แบบมีประสิทธิภาพ นอนได้ต่อเนื่องนาน7-8ชั่วโมง อยู่ในช่วง deep sleep อย่างน้อย 20-40 นาที ไม่ตื่นกลางดึก 

 

  • Relevant to the Key Issues : Sleep preparation การเตรียมตัวก่อนการนอน มีการเปิดเสียงเพลงคลอเบาๆจนผู้รับบริการหลับไป และมีการเปิดทิ้งไว้อีก 30 นาที, การใช้แสงไฟในห้องโทนอุ่น เมื่อผู้รับบริการใกล้หลับก็มีการค่อยๆปรับระดับความสว่างลดลง, การสัมผัส ให้ผู้ดูแลสัมผัสที่ตัวผู้รับบริการเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายก่อนนอน หรือมีการขยับเพิ่มเติมก่อนเข้านอน เช่น การอุ้มแกว่ง การกลิ้งตัวเด็กช้าๆ deep pressure 
  • Time in Occupational Goals : 2 สัปดาห์ ต่อ 1ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง

3.2 TICKS

  • Timeframe : 7 มีนาคม 2553(ผู้รับบริการอายุ 6 เดือน) - 2 กรกฎาคม 2554 ( ผู้รับบริการอายุ 1ปี 10 เดือน)
  • Individual : ผู้รับบริการ ผู้ปกครอง พี่เลี้ยง นักกิจกรรมบำบัด จักษุแพทย์และสหวิชาชีพอื่นๆ
  • Change Expected (Therapeutic Engagement) : ผู้รับบริการสามารถมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้ผ่านการช่วยเหลือจากผู้ดูแล 
  • Key Issue to Support : Mod A ในเรื่องของการนอน โดยแม่ต้องมีการช่วยผ่อนคลายก่อนนอนและตื่นกลางดึก รวมทั้งจัดสิ่งแวดล้อม



 

Reported by

นางสาวอริสรา เกียรติเจริญพร 6223015

นายชนะพล ยาทิพย์ 6223019

นางสาวฑิตยา วชิระนภศูล 6223022