รัฐบาลเปิดตัว Active Learning อย่างครึกโครม (๑)    มองมุมหนึ่ง เป็นสัญญาณที่ดีว่า ระบบการศึกษาไทยจะได้รับการสนับสนุนเชิงการเมืองไปในทางที่ถูกต้อง     ผมจึงเขียนบันทึกนี้เพื่อเชียร์ให้รัฐบาลทำงานต่อ     โดยมีข้อเสนอให้ดำเนินการต่อดังนี้

  • เชื่อมโยงระบบคุณวุฒิครู  ระบบการพัฒนาครูประจำการ   และระบบความก้าวหน้าทางวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา  เข้ากับทักษะการจัดการเรียนรู้ และการบริหารโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนแบบ active learning หรือการเรียนรู้เชิงรุก   ผมได้เขียน บล็อก และหนังสือเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เช่น ครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง     สอนเสวนา สู่การเรียนรู้เชิงรุก    สอนเข้ม เพื่อศิษย์ขาดแคลน    ศาสตร์และศิลป์ของการสอน  เป็นต้น
  • จัดให้มีการศึกษา ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ในโรงเรียนของโครงการตามในข่าว    รวมทั้งโรงเรียนอื่นๆ ที่จัดการเรียนการสอนแบบ active leaning อยู่แล้ว   เช่นโรงเรียนในโครงการ TSQP  ดำเนินการโดย กสศ.  โรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ระยอง และสตูล    โดยเปรียบเทียบผลคำนวณออกมาเป็น Effect Size ของการเปลี่ยนแปลง    เพื่อสื่อสารต่อสังคมวงกว้างโดยมีข้อมูลหลักฐาน ว่าลูกหลานของเขาได้รับประโยชน์จากการเรียนแนวใหม่นี้อย่างแท้จริง    กระทรวงศึกษาธิการเป็นจำเลยมานานกว่ายี่สิบปี ว่าเป็นต้นเหตุของการศึกษาคุณภาพต่ำของประเทศไทย    ต้องหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่า แนวทางใหม่นี้จะกู้คุณภาพการศึกษาให้กลับคืนมา   
  • ร่วมมือกับโครงการ TEP ในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาไทย   ให้มีคุณภาพพิสูจน์ได้ที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน    โดยวัดที่ สมรรถนะพื้นฐาน และสมรรถนะเฉพาะด้าน ของผู้เรียน ตามร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการพัฒนา       
  • ยังมีปัจจัยที่ก่อผลให้การศึกษาคุณภาพต่ำโดยเราไม่รู้ตัว    และระบบการศึกษาไทยตกหลุมเหล่านี้     ดังที่เสนอใน บล็อก ชุด เอื้อระบบนิเวศ เพื่อเป็นครูผู้ก่อการ   บล็อกชุด ระบบประเมินและวัดผลการศึกษา   ในหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก    และใน บล็อกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง              

ระบบการศึกษาเป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูงมาก    ยิ่งเข้าไปเชื่อมโยงกับระบบการเมือง ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนซ่อนเงื่อน   มาตรการใดมาตรการหนึ่งจะไม่มีพลังเพียงพอในการยกระดับคุณภาพอย่างแท้จริง    และมาตรการ top-down เท่านั้น ยิ่งไม่เพียงพอ    ต้องเข้าไปหนุนมาตรการพัฒนาแบบ bottom-up ด้วย จึงจะเกิดผลต่อคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง    โดยที่เวลานี้มีมาตรการ bottom-up development ที่ดำเนินการโดยหลากหลายฝ่าย   น่าเสียดายที่กระทรวงศึกษาธิการทำงานแบบเอื้ออำนาจไม่เป็น       

วิจารณ์ พานิช

๒๒ ก.ย. ๖๔