ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งเห็นชัดว่า ความรู้เกี่ยวกับโควิด เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ ตามเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนไป   

ปีกว่ามาแล้ว เราตั้งความหวังว่า วัคซีนโควิด จะมาคุ้มครองให้เราไม่ติดเชื้อ ไม่เป็นโรค ไม่แพร่เชื้อ  บัดนี้เรารู้ว่าความหวังนั้นมาจากความรู้ที่ผิดพลาดเกี่ยวกับวัคซีน    ตอนนี้เรายอมรับความจริง หรือความรู้ใหม่ ว่าวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคเท่านั้น   

ความรู้เรื่องวัคซีนโควิดก็เช่นกัน   เดิมเราคิดว่าฉีดชนิดใดก็ต้องฉีดซ้ำชนิดนั้น   ตอนนี้ผลการวิจัยใหม่ที่ทำในเมืองไทยเองบอกว่า ไขว้ชนิดให้ผลดีกว่า   

ผมขอสื่อกับครู และคนในวงการศึกษาว่า   วงการศึกษาต้องสร้างกระบวนทัศน์ให้แก่เด็กในเรื่องความรู้ ว่าความรู้โดยทั่วไปเป็นสิ่งไม่ครบถ้วน เป็นสิ่งที่ขึ้นกับเวลา และสภาพแวดล้อม ที่เรียกว่าบริบท    คนเราจึงต้องรู้เท่าทันความรู้    ไม่เชื่ออย่างงมงาย  ต้องมีวิจารณญาณเกี่ยวกับความรู้    ซึ่งที่จริงพระพุทธเจ้าสอนมาตั้ง ๒,๖๐๐ ปีมาแล้ว ในเรื่องกาลามสูตร     และเวลานี้วงการศึกษาถือเป็นทักษะสำคัญสำหรับชีวิตที่ดี คือ critical thinking – การคิดอย่างมีวิจารณญาณ   ไม่ด่วนเชื่อ 

ยิ่งสมัยนี้ ความรู้ค้นได้ที่ปลายนิ้ว ทางอินเทอร์เน็ต   ได้ความรู้หลายชุด  นักเรียนสมัยนี้จึงต้องรู้เท่าทัน

ยิ่งต้องรู้เท่าทัน เพราะเราอยู่ในโลกที่ มีการระบาดของข้อมูลข่าวสารและความรู้ (infodemic)    

ยิ่งกว่านั้น ความรู้ในตำรา หรือที่มีผู้บอก เมื่อเข้าไปเป็นความรู้ของแต่ละคน จะไม่เหมือนกัน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจในมิติที่ลึกและเชื่อมโยง    เมื่อผ่านประสบการณ์มากขึ้น เราจะตระหนักว่า ความเข้าใจเรื่องบางเรื่องของเรานั้นตื้น เข้าใจเพียงในมิติตื้นๆ ไม่เข้าใจมิติที่ลึก   หรือเข้าใจเพียงบางด้าน ไม่เข้าใจอีกหลายด้าน    เป็นประสบการณ์ที่ผมพบกับตนเองอยู่บ่อยๆ    จะเห็นว่าเรื่องความไม่เที่ยงแท้ของความรู้ มีมิติความเข้าใจของแต่ละคนต่างกันอยู่ด้วย 

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ก.ย. ๖๔