Phagophobia (กลัวการกลืน)
Phagophobia (กลัวการกลืน) เป็นความหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผลของการกลืนหรือสำลัก เป็นโรควิตกกังวลที่ทำให้บางคนทุกข์ทรมานจากความคิดว่าจะไม่สามารถกลืนอาหารที่กินได้หรือกลัวว่าจะมีเศษอาหารตกเข้าไปในหลอดลมระหว่างการเคี้ยวจนทำให้เกิดอาการสำลักได้
ภาวะที่ทำให้กลัวการกลืน
- กลืนและหายใจไปพร้อมกัน
- ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ฝั่งใจ
- หายใจไม่ออก และมีอาการกลัวทันที (ตกใจกลัว)
การให้การรักษาทางกิจกรรมบำบัด : โดยจะแบ่งการรักษาเป็น 3 สัปดาห์ และในแต่ละวันแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5 มื้อ โดยก่อนการฝึกจะทำการทำการประเมินความสามารถในการกลืนของอาหารระดับต่างๆ
Week 1
ช่วงเช้า : ควรฝึกการกลืนอาหารก่อน 9 โมง
- หลังตื่นนอน : ทบทวนรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ทำให้เรากลัว เอาชนะความกลัวด้วยการตั้งใจเป่าลมหายใจออกทางปากยาวๆ จำนวนรอบแปรผันตามกับคะแนนความกลัว จาก 1-10 คะแนน
- ก่อนฝึกกลืนอาหาร : ให้ฝึกออกกำลังจิตให้คิดบวกกับฝึกออกกำลังใจให้มีสมาธิ : หลับตา หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับ 1-2-3 แล้วค้าง เก็บลมไว้ที่ปอด นับในใจต่อ 1-2 แล้วหายใจออกยาวๆ ช้า นับในใจ 1-2-3-4 ทำไปเรื่อยๆ 10-15 นาที
- ฝึกจินตนาการภาพขณะฝึกกลืนอาหาร
- ให้จินตนาการภาพขณะรับประทานที่อรอย กินเก่ง กินได้ทุกอย่าง แล้วปรับภาพใช้ชัด เมื่อใดมีภาพความกลัวสอดแทรกเข้าให้พูดดังๆ 3 ครั้ง กับตัวเองว่า “ ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ”
- เป่าลมหายใจออกทางปากยาวๆ 3 ครั้งในท่าคอตรง แล้วก้มคอเล็กน้อยเพื่อกลืนน้ำลาย
- หายใจเข้าแล้วออกทางจมูก นับเป็น 1 รอบ แล้วทำต่ออีก 2 รอบ
- เคี้ยวอาหารนิ่มๆ ชิ้นเล็กๆ หลับตา ก้มคอเลผ้กน้อย แล้วค่อยๆกลืนอย่างช้าๆ
- ถ้ารู้สึกไม่ดีให้ก้มคอไว้ แล้วลืมตา ค่อยๆฝืนกลืนอย่างช้าๆ เท่าที่จะทำได้ใน 1-3 นาที สามารถบ้วนทิ้งเมื่อกลืนได้ไม่หมด
- ถ้ากลืนหมดให้ลองอีกสัก 3 คำ ทำเท่าที่ทำได้
ช่วงสาย : ฝึกการกลืนโดยใช้ผักผลไม้ ส่วนวิธีการทำแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงกลางวัน : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงบ่าย : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงตอนเย็น : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า และไม่ควรฝึกกลืนอาหารเกิน 1 ทุ่ม
ช่วง 21.00-23.00 น. : ควรทำการอบอุ่นร่างกายเพื่อปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร-ระบบหายใจ-ระบบขับถ่าย โดยการยืดเหยียดร่างกายเบาๆ หรือทำโยคะ
Week 2 : grade up ชนิดอาหารตามหลัก IDDSI
ช่วงเช้า : ควรฝึกการกลืนอาหารก่อน 9 โมง
- ก่อนฝึกกลืนอาหาร : ให้ฝึกออกกำลังจิตให้คิดบวกกับฝึกออกกำลังใจให้มีสมาธิ : หลับตา หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับ 1-2-3 แล้วค้าง เก็บลมไว้ที่ปอด นับในใจต่อ 1-2 แล้วหายใจออกยาวๆ ช้า นับในใจ 1-2-3-4 ทำไปเรื่อยๆ 10-15 นาที
- ขณะฝึกกลืนอาหาร
- ให้จินตนาการภาพขณะรับประทานที่อรอย กินเก่ง กินได้ทุกอย่าง แล้วปรับภาพใช้ชัด เมื่อใดมีภาพความกลัวสอดแทรกเข้าให้พูดดังๆ 3 ครั้ง กับตัวเองว่า “ ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ”
- เริ่มฝึกการกลืนด้วยอาหารที่ชอบตามระดับอาหารที่ผู้บริการสามารถกลืนได้
- แบ่งอาหารเป็นคำเล็กๆ
- ก่อนการตักอาหารเข้าปาก ให้ฝึกขยับฟันบนและฟันล่างให้สบกัน แล้วใช้ลิ้นแตะนับฟันบนและฟันล่าง 3-5 รอบ
- ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก หลับตาแล้วค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดอาหารไปที่ฟันกรามล่างสลับซ้ายขวาอย่างช้าๆ ข้างละ 5 วินาที แล้วกลืนลงขณะก้มคอ หรือจิบน้ำเล็กน้อยแล้วก้มคอกลืน 2 ครั้ง
- ผู้บำบัดสามารถกระตุ้นให้ผู้รับบริการตักอาหารเข้าปากตรงกลางลิ้น
ช่วงสาย : ฝึกการกลืนโดยใช้ผักผลไม้ ส่วนวิธีการทำแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงกลางวัน : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงบ่าย : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงตอนเย็น : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า และไม่ควรฝึกกลืนอาหารเกิน 1 ทุ่ม
ช่วง 21.00-23.00 น. : ควรทำการอบอุ่นร่างกายเพื่อปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร-ระบบหายใจ-ระบบขับถ่าย โดยการยืดเหยียดร่างกายเบาๆ หรือทำโยคะ พร้อมกับฝึกทำ Oro-motor exercise
- การบริหารและควบคุมขากรรไกร (Jaw exercise and Jaw control) : เน้นให้ผู้ป่วยขยับควบคุมริมขากรรไกรโดยตั้งใจหรือให้แรงต้านร่วมด้วยตัวอย่างกิจกรรมการฝึก เช่น อ้าปากกว้างค้างไว้ 5 วินาทีและออกเสียง “อา” แล้วปิดปากให้ฟันชนกัน
- การบริหารลิ้น (Tongue exercise) : เน้นให้ผู้ป่วยขยับควบคุมลิ้นโดยตั้งใจหรือให้แรงต้านร่วมด้วยตัวอย่างกิจกรรมการฝึก เช่น ให้ผู้ป่วยพูด “ลาลาลา” “คาคาคา” ซ้ำหลายๆรอบ
Week 3 : grade up ชนิดอาหารตามหลัก IDDSI
ช่วงเช้า : ควรฝึกการกลืนอาหารก่อน 9 โมง
- หลังตื่นนอน : ฝึกทำ Swallowing exercise
1.Shaker exercise
-ท่าที่1 ให้นอนหงาย ยกศีรษะขึ้นและก้มเพื่อดูปลายเท้า ค้างไว้60วินาที จากนั้นให้ผ่อนศีรษะลงพื้นและพัก60วินาที(ทำซ้ำ3ครั้ง) ในระหว่างที่ทำให้หายใจปกติ ไม่กลั้นหายใจและไม่หนุนหมอน
-ท่าที่2ให้ยกศีรษะขึ้นเพื่อดูปลายเท้า และผ่อนศีรษะลง โดยไม่ต้องค้างไว้(ทำซ้ำ30ครั้ง)
2.Jaw opening exercise : อ้าปากให้หว้างที่สุดแล้วค้างไว้ 5-10 วินาที พัก 10 วินาที ทำซ้ำ 6-10 ครั้ง
3.การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านของกล้ามเนื้อลำคอ : ใช้ลูกบอลยางขนาดพอเหมาะไว้ระหว่างใต้คางกับอก พยายามอ้าปากเพื่อกดลูกบอลค้างไว้ 60 วินาที ทำ 3 รอบ
- ก่อนฝึกกลืนอาหาร : ให้ฝึกออกกำลังจิตให้คิดบวกกับฝึกออกกำลังใจให้มีสมาธิ : หลับตา หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับ 1-2-3 แล้วค้าง เก็บลมไว้ที่ปอด นับในใจต่อ 1-2 แล้วหายใจออกยาวๆ ช้า นับในใจ 1-2-3-4 ทำไปเรื่อยๆ 10-15 นาที
- ขณะฝึกกลืนอาหาร
-ให้จินตนาการภาพขณะรับประทานที่อรอย กินเก่ง กินได้ทุกอย่าง แล้วปรับภาพใช้ชัด เมื่อใดมีภาพความกลัวสอดแทรกเข้าให้พูดดังๆ 3 ครั้ง กับตัวเองว่า “ ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ”
-เริ่มฝึกการกลืนด้วยอาหารที่ชอบตามระดับอาหารที่ผู้บริการสามารถกลืนได้
-แบ่งอาหารเป็นคำเล็กๆ
-ก่อนการตักอาหารเข้าปาก ให้ฝึกขยับฟันบนและฟันล่างให้สบกัน แล้วใช้ลิ้นแตะนับฟันบนและฟันล่าง 3-5 รอบ
-ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก หลับตาแล้วค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดอาหารไปที่ฟันกรามล่างสลับซ้ายขวาอย่างช้าๆ ข้างละ 5 วินาที แล้วกลืนลงขณะก้มคอ หรือจิบน้ำเล็กน้อยแล้วก้มคอกลืน 2 ครั้ง
-ผู้บำบัดสามารถกระตุ้นให้ผู้รับบริการตักอาหารเข้าปากตรงกลางลิ้น
ช่วงสาย : ฝึกการกลืนโดยใช้ผักผลไม้ ส่วนวิธีการทำแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงกลางวัน
- ก่อนการฝึกกลืนอาหารให้ฝึกทำ swallowing exercise
- ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงบ่าย : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า
ช่วงตอนเย็น : ฝึกการกลืนโดยใช้วิธีการแบบเดียวกับในตอนเช้า และไม่ควรฝึกกลืนอาหารเกิน 1 ทุ่ม
ช่วง 21.00-23.00 น. : ควรทำการอบอุ่นร่างกายเพื่อปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร-ระบบหายใจ-ระบบขับถ่าย โดยการยืดเหยียดร่างกายเบาๆ หรือทำโยคะ พร้อมกับฝึกทำ Oro-motor exercise
- การบริหารและควบคุมขากรรไกร (Jaw exercise and Jaw control) : เน้นให้ผู้ป่วยขยับควบคุมริมขากรรไกรโดยตั้งใจหรือให้แรงต้านร่วมด้วยตัวอย่างกิจกรรมการฝึก เช่น อ้าปากกว้างค้างไว้ 5 วินาทีและออกเสียง “อา” แล้วปิดปากให้ฟันชนกัน
- การบริหารลิ้น (Tongue exercise) : เน้นให้ผู้ป่วยขยับควบคุมลิ้นโดยตั้งใจหรือให้แรงต้านร่วมด้วยตัวอย่างกิจกรรมการฝึก เช่น ให้ผู้ป่วยพูด “ลาลาลา” “คาคาคา” ซ้ำหลายๆรอบ
สิ่งที่ควรคำนึงถึง
- รสชาติอาหาร : ถ้าหากอาหารมีรสจัดหรือกลิ่นฉุดจนเกิน อาจจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอมากขึ้นและสำลักได้
- ความชอบอาหารของผู้ป่วย : ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารมากขึ้น
- โภชนาการทางอาหาร : ใน 1 สัปดาห์ ควรมีการจัดเตรียมอาหารฝึกให้หลากหลาย
- อาการสำลักเงียบ : จะเกิดขึ้นระหว่างที่มีการรับประทานพร้อมทั้งพูดคุยร่วมด้วย ดังนั้นควรจัดสภาพแวดล้อมให้เงียบ สงบ เพื่อเพิ่มสมาธิขณะฝึกกลืนอาหาร
- โรคประจำตัว : ควรดัดแปลงอาหารให้เหมาะสมกับโรคประจำตัวผู้รับบริการ ร่วมถึงอาการแพ้ต่างๆร่วมด้วย
อ้างอิง
สุรชาติ,/ทองชุมสิน.//(2564).//Swallowing rehabilitation.
ศุภลักษณ์,/เข็มทอง.//(2563).//บทที่5สมดุลสมองเพื่อการบำบัด.//
ใน//กิจกรรมการดำเนินชีวิตจิตเมตตา.//หน้า76-78.//กรุงเทพฯ://แสงดาว.
ศุภลักษณ์,/เข็มทอง.//(2563).//บทที่6การเอาใจใส่เพื่อการบำบัด.//
ใน//กิจกรรมการดำเนินชีวิตจิตเมตตา.//หน้า100-103.//กรุงเทพฯ://แสงดาว.