อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว


อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว

สำนวน " อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว" หมายถึง อยู่กับเหย้าเรือนไม่ไปไหน
สำนวนนี้ใช้เป็นคำอวยพรของผู้ใหญ่ให้แก่เด็กหรือคู่บ่าวสาว หมายความว่า ให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน

ก้อนเส้า หมายถึง หินบดยา ซึ่งมีส่วนประกอบคือแท่นหินและลูกบดหิน แท่นหินมักจะสกัดหินเป็นแท่นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร หนาประมาณ 10 เซนติเมตร ส่วนลูกบดหินสกัดหินเป็นรูปทรงกระบอกปลายมน 2ข้าง มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร

หินบดยาเป็นเครื่องมือบดยาแผนโบราณเพื่อให้ยาละเอียดทำเป็นยารักษาโรคต่างๆ การบดยาให้ละเอียดเป็นผงหรือเป็นเม็ดจะเก็บไว้ได้นาน และสามารถนำมาใช้ได้สะดวก สามารถละลายน้ำได้เร็ว

วิธีใช้หินบดยา ก่อนใช้ต้องนำเอาตัวยาจากสมุนไพรไปใส่ครกไม้หรือครกหินตำให้ละเอียดเสียก่อน ใช้ตะแกรงหรือแร่งใส่ตัวยาร่อน นำผงยาซึ่งร่อนแล้วไปผสมกับตัวยาอื่นๆตามสัดส่วนของการทำยาแผนโบราณ จากนั้นวางยาไว้ในแท่นหินทีละน้อย แล้วจับลูกหินบดยากดทับกับแท่นหินครูดไปมา ขณะบดยาจะใช้น้ำ น้ำผึ้งพรมให้ยาเปียก บดจนตัวยาเข้ากันก็นำไปปั้นเป็นเม็ดเล็กๆ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยสะดวกและรวดเร็วเข้ามาแทนที่ การใช้แท่นหินบดยาจึงไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว

แท่นหินและลูกหินบดยาเป็นของโบราณหาดูยาก มีการจัดแสดงให้ชมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเป็นของสะสมของนักอนุรักษ์ของเก่า

ความหมายของ "ก้อนเส้า" อีกความหมายหนึ่ง หมายถึงก้อนอิฐที่ใช้เป็นเตาไฟ โดยวางหินสามก้อนเป็นสามเส้าสำหรับวางหม้อข้าวหม้อแกงเพื่อหุงต้มอาหาร ในสมัยก่อนจะมีก้อนเส้าทุกครัวเรือน

เตาก้อนเส้า คือหนึ่งในประเภทเตาไฟที่เก่าแก่ที่สุด เป็นการนำก้อนอิฐหรือก้อนหินที่มีขนาดใกล้เคียงกันวาง 3-4 มุม แล้วก่อไฟตรงกลางด้วยฟืน จากนั้นจึงนำภาชนะวางเพื่อประกอบอาหาร เป็นเตาสนามอย่างง่ายที่นักเดินทางสมัยโบราณนิยม แต่ไม่เหมาะจะตั้งในเรือน เพราะไม่มีสิ่งใดรองรับกองไฟ ทำให้เกิดภูมิปัญญา "แม่สีไฟ" หรือ " แม่เตาไฟ" เพื่อเป็นพื้นที่รองรับเตาไฟ

 โดยทำเป็นกระบะไม้ขนาดใหญ่ อัดด้วยดินเหนียวผสมแกลบหยาบหรือรำหยาบลงไปในกระบะ เมื่อดินแห้งจะแข็งแรงและทนไฟ ใช้เป็นพื้นรองรับเตาก้อนเส้าหรือเตาไฟชนิดอื่นได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถตั้งเตาก้อนเส้าในเรือนได้ แต่ยังมีปัญหาคือเคลื่อนย้ายลำบาก ไม่มีที่บังลม หากมีลมแรงอาจทำให้ไฟในเตาดับได้ เตาก้อนเส้าได้พัฒนามาเป็นเตาวง เตาเชิงกราน เตาอั้งโล่และเตาถ่าน ส่วนเตาสามเส้าก็ยังคงมีใช้อยู่บ้างในเวลาที่ไปแคมปิ้ง หรืออยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือเนตรนารี

แมวคราวมีความหมายตามพจนานุกรม คือ แมวแก่ตัวผู้ รูปร่างใหญ่ หน้าตาดุร้ายน่ากลัวและมีหนวดยาว ภาพลักษณ์ของแมวคราวออกจะน่ากลัว แต่กลับเอาชื่อมาใช้อวยพรบ่าวสาวในพิธีมงคลสมรส ทั้งนี้เพราะ

ลักษณะแมวคราว มีดังนี้
* แมวตัวผู้ที่มีอายุมาก มักนอนอยู่กับเรือน ไม่ค่อยออกไปเที่ยวนอกบ้าน 
* แมวตัวผู้แก่ๆนอนอยู่บ้านทั้งวัน ก็คือการอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนนั่นเอง
* แมวตัวผู้มีรูปร่างใหญ่ มีหนวดยาว เป็นแมวไม่ทิ้งถิ่น ติดถิ่น ไม่ยอมย้ายถิ่นเป็นอันขาด แม้เจ้าของจะย้ายไปที่อื่นก็ตาม แมวคราวคงมีนัยยะเหมือนผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งในพิธีแต่งงานมีความหมายว่าให้เจ้าบ่าวอยู่ติดบ้านเหมือนแมวคราวนั่นเอง

ตัวอย่าง
" ขอให้คู่บ่าวสาวรักกันมั่นคง มีอายุมั่นขวัญยืน ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว นะหลาน"

ที่มาของสำนวน "อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว" นั้นมาจากลักษณะของก้อนเส้าที่หนักแน่น เป็นของที่ใช้อยู่ทุกครัวเรือน และลักษณะนิสัยติดบ้านไม่ชอบเที่ยวนอกบ้านของแมวคราว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้ที่เป็นเจ้าบ่าวนั่นเอง

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
 

หมายเลขบันทึก: 692446เขียนเมื่อ 16 กันยายน 2021 13:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 กันยายน 2021 13:52 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี