แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน


แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน

ในปี 2564 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นจำนวน 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และจะเข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์แบบ จากนั้นในปีพ.ศ.2579 ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 30%ของประชากรทั้งหมด และเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด

ประเทศที่มีผู้สูงอายุสูงที่สุดกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Socity สมบูรณ์แบบไปแล้ว ได้แก่
1.ญี่ปุ่น จำนวนผู้สูงอายุ 33.4%
2.อิตาลี 29.4%
3.เยอรมนี 28%
4.โปรตุเกส 27.9%
5.ฟินแลนด์ 27.8%
6.บัลแกเรีย 27.7%
7.โครเอเชีย 26.8%
8.กรีซ 26.5%
9.สโลวีเนีย 26.3%
10.ลัตเวีย 26.2%

สถิติจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 จากจำนวนประชากรทั่วประเทศ 77 จังหวัด รวม 66,413,598 คน มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุในวัย 60 ปีขึ้นไป 10,666,803 คน หรือ 16.06% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ โดย 5 จังหวัดแรกที่มีประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด ได้แก่
1.กรุงเทพมหานคร 1,020,917 คน
2. นครราชสีมา 435,347 คน
3. เชียงใหม่ 316,847 คน
4. ขอนแก่น 299,639 คน
5. อุบลราชธานี 264,957 คน
ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุน้อยที่สุด คือ ระนอง 25,834 คน

ก่อนจะถึงปีพ.ศ.2579 ซึ่งประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุถึง 30% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นความสำคัญของการเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด มีการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในระดับชาติ รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีโครงการและกิจกรรมต่างๆรองรับ เช่น โครงการท่องเที่ยว โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โครงการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้ เป็นผู้สูงอายุแบบ “ แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน" ยิ่งแก่ยิ่งมัน ยิ่งแก่ยิ่งมีคุณค่า 


สำนวน "แก่มะพร้าวห้าว" หมายถึง มีอายุและมีคุณค่า ใช้เข้าคู่กับ “เฒ่าหัวเผือกหัวมัน” เป็น " แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน"

ที่มาของสำนวน มาจาก ธรรมชาติของมะพร้าวและหัวเผือกหัวมันที่ยิ่งแก่ยิ่งมัน เหมาะที่จะนำมาประกอบอาหารชนิดต่างๆ


มะพร้าว 4 ประเภทที่เหมาะแก่การนำมาทำอาหารประเภทต่างๆ


มะพร้าวอ่อน ให้น้ำหอมหวาน เหมาะกับการทำวุ้นมะพร้าว ส่วนเนื้อด้านในนั้นสัมผัสอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับขูดใส่ในขนมจำพวกบัวลอย ทับทิมกรอบ

มะพร้าวทึนทึก เป็นมะพร้าวกลางอ่อนกลางแก่ เนื้อนุ่ม เหมาะกับการขูดเพื่อโรยหน้า ขนมตาล ขนมเปียกปูน ขนมกล้วย ใช้คลุกขนมมันสำปะหลัง หรือนำไปกวนทำเป็นำส้ขนมต่างๆ เช่น ขนมสอดไส้ เป็นต้น

มะพร้าวห้าว เป็นมะพร้าวแก่ที่ส่วนใหญ่นำมาขูดเพื่อคั้นเป็นกะทิ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ มะพร้าวขูดขาว ที่กระเทาะเนื้อออกมาแล้วขูดเปลือกออก เหลือแต่ส่วนที่เป็นสีขาวเหมาะแก่การทำขนมที่ต้องการกะทิสีขาวนวล เช่น ขนมถ้วย ขนมสอดไส้ ส่วนมะพร้าวขูดดำ หมายถึงมะพร้าวที่กระเทาะเนื้อออกแล้วไม่ได้ขูดเปลือกออก เหมาะกับการนำมาทำขนมทั่วไปหรืออาหารประเภทแกงที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ

มะพร้าวกะทิ เป็นมะพร้าวที่พบได้ยาก มะพร้าวธรรมดา 7,500 ลูก จะเกิดเป็นมะพร้าวกะทิ 1ลูกเท่านั้น มะพร้าวกะทิมีเนื้อในผลหนา 2-3 เซนติเมตร เนื้ออ่อนนิ่ม เนื้อฟูคล้ายผิวมะกรูด น้ำในผลมีน้อย ลักษณะข้นเหนียว รสชาติหวานมัน หอมมาก เนื้อมีเส้นใยอาหารสูง ดีกับระบบขับถ่าย มีไขมันต่ำ และมีกรดลอริกสูงถึง 46% นิยมรับประทานสดกับน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลทราย หรือใส่ในทับทิมกรอบ

การทำให้มะพร้าวกลายเป็นมะพร้าวกะทินั้น ชาวสวนใช้ถุงพลาสติกหุ้มจั่นมะพร้าว เพื่อทำให้ดอกพิการ โดยห่อตั้งแต่กลีบจั่นเริ่มแย้มบาน ห่อเอาไว้จนกระทั่งมีลูกขนาดเท่าลูกหมากจึงค่อยเอาพลาสติกออก ก็จะได้มะพร้าวกะทิ 80 - 90% ของจำนวนทั้งหมด

ชาวสวนบางคนก็ใช้วิธีนำมะพร้าวที่แตกหน่อและมีจาวแล้ว นำมาเฉาะด้านที่มีจาวเพื่อเอาจาวออก แล้วนำดินเปียกใส่เข้าไปแทนจนเต็ม แล้วนำไปปลูก ใช้เวลาประมาณ 4 ปี ก็จะให้ผลผลิตที่เป็นมะพร้าวกะทิ ประมาณ 50%

ชาวสวนมะพร้าวจะแบ่งประเภทมะพร้าวออกเป็นระดับ เรียงตามอายุ ดังนี้


1.อ่อนสุด เรียกว่า มะพร้าวกรุบ กะลาที่ยังอ่อนอยู่นำมาแกงคั่วเรียกว่าแกงกรุบมะพร้าว

2. แก่ขึ้นอีกนิด เรียกว่า มะพร้าวขุนนาง คือเป็นมะพร้าวอ่อนที่มีเนื้อเป็นวุ้นๆ

3. แก่ขึ้นมาอีก เรียกมะพร้าวอ่อน กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ


4. แก่ขึ้นมาอีกหน่อย เรียกว่ามะพร้าวเผา เนื้อจะหนาขึ้นแต่ยังนิ่มอยู่ เหมาะแก่การต้มหรือเผา


5. แก่ขึ้นมาอีก จนกระทั่งสีกะลาเริ่มดำ เรียกว่า มะพร้าวทึนทึก กาบเริ่มหยาบ เนื้อหนา เหมาะแก่การนำมาขูดเพื่อใช้โรยหน้าขนม 


6. แก่ขึ้นมาอีก สีผิวยังเป็นสีเขียวอยู่แต่กาบหยาบ กะลาดำ ถ้าจับเขย่าจะได้ยินเสียงน้ำ (คลอนน้ำ) เรียกว่ามะพร้าวห้าว

7. แก่มากขึ้นมาอีก จนสีผิวเป็นสีน้ำตาล เบามากกว่ามะพร้าวห้าว เขย่าจะคลอนน้ำชัดเจน เรียกว่ามะพร้าวแห้ง เหมาะสำหรับคั้นทำน้ำกะทิ

8. แก่ถึงที่สุด ลูกจะเริ่มเหี่ยว แก่จัด มีต้นอ่อนงอกออกมาตรงหัวขั้ว ข้างในมีจาว เรียกว่า มะพร้าวงอก ใช้สำหรับเพาะปลูก จาวของมะพร้าวที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่มากรับประทานได้ มีรสชาติหอมหวาน จาวที่มีขนาดใหญ่จะฟ่ามไม่อร่อย

การแบ่งระดับความอ่อนแก่ของมะพร้าวนี้หากนำมาเปรียบเทียบกับอายุของคนเรา วัยเด็กเริ่มจากมะพร้าวกรุบ วัยรุ่นเป็นช่วงมะพร้าวขุนนาง วัยหนุ่มสาวได้แก่มะพร้าวอ่อน มะพร้าวเผา วัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงานได้แก่มะพร้าวทึนทึก ส่วนวัยชราวัยสูงอายุก็จะอยู่ในช่วง มะพร้าวห้าว มะพร้าวแห้ง และมะพร้าวงอก 
แก่อย่างมีคุณค่า ยิ่งแก่ยิ่งมัน จึงเป็นที่มาของสำนวน "แก่มะพร้าวห้าว"

เผือกเป็นพืชล้มลุกที่นิยมนำมาทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบทั้งอาหารหวานและอาหารคาว นอกจากจะมีรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมาย เช่น เผือกมีธาตุเหล็กและฟลูออไรด์สูงช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันฟันผุ

เผือกหิมะ

เผือกทอด

ปลาเก๋าต้มเผือก

หม้อไฟหัวปลาเผือก

แพทย์แผนจีนเชื่อว่าเผือกเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้ แก้อาการท้องเสีย ช่วยบำรุงร่างกายในเรื่องการย่อยอาหาร ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือดและความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและบำรุงระบบประสาท

มันเทศ เป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีรสหวาน มีเนื้อในหลายสีตามสายพันธุ์ ในมันเทศมีเอนไซม์ที่สามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้ โดยมันเทศจะมีรสหวานยิ่งขึ้นเมื่อเก็บไว้เวลานาน มันเทศอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับเผือก

ทั้งหัวเผือกและหัวมันนั้นยิ่งแก่ก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ รสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะแก่การนำมาประกอบอาหารต่างๆ จึงเป็นที่มาของสำนวน “ เฒ่าหัวมันหัวเผือก”

การที่จะเป็นผู้สูงอายุแบบ " แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน" นั้น ผู้สูงอายุต้องหมั่นดูแลตัวเองตามหลักการง่ายๆ ดังนี้
1. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมและพอดี  หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน ดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อลดภาวะท้องผูก และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
2.พยายามควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน เพื่อช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ลดปัญหาการพลัดตกหกล้ม
3. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ต้องหักโหม
4. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและสัมผัสอากาศบริสุทธิ์บ้างเพื่อสุขภาพจิตใจที่ดี
5.หากิจกรรมสร้างสรรค์ทำตามความสนใจ
6. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม
8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆของร่างกาย และพบแพทย์ทันทีที่เกิดอาการผิดปกติ
9. เข้าใจคุณค่าและบทบาทของผู้สูงอายุ เมื่อคุณค่าและบทบาทต้องถูกลดทอนลง
10. หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

หนทางสู่การเป็นผู้สูงอายุ " แก่มะพร้าวห้าว เฒ่าหัวเผือกหัวมัน" ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

  
 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี