วันนี้มีเพื่อนในชุมชนคนเผาถ่านท่านหนึ่ง แจ้งว่า จะทำเตาใหม่  ที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดเดิม ๒๐๐ ลิตร ผมจึงเสนอความเห็นจากประสบการณ์การทำและทดลองเผามาระยะหนึ่ง ดังนี้ 

๑) จุดอับความร้อน ข้อนี้ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเตาแบบถังครึ่ง เนื่องจาก จุดที่ ๑ ในรูป เป็นช่องรับความร้อน ได้รับความร้อนอยู่แล้ว  จุดที่ ๒ ไม่อับ เนื่องจากถังมีขนาดเล็ก ความร้อนจึงไม่ต่างกันมากนัก  จุดที่ ๓ เป็นทางผ่านของลมร้อนอยู่แล้ว  ส่วนจุดที่ ๔ เนื่องจากติดกับห้องเผา จึงได้รับความา้อนผ่านแผ่นกั้น ข้อเสียตรงนี้คือจะกลายเป็นขี้เถ้าด้วยในกรณีที่เติมไฟหน้าเตาแรงเกินไป .... จึงควรกั้นด้วยผนังอิฐหรือดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้ส่วนนี้ได้รับความร้อนเร็วเกิน ....  แต่ ถ้าทำอย่างนั้น เตาก็จะติดยากขึ้น และอาจเป็นจุดอับความร้อน

 

๒) เตาที่ทำจากถังน้ำมัน 200 ลิตร มีผนังบางเกินไป บางเพียง 0.2-0.3 มิลลิเมตร เท่านั้น... ดังนั้น ถ้าเผาเกิน 900 องศา จะเผาได้ประมาณ ๑๐ ครั้ง  เหล็กจะหลุดล่อนออกเป็นแผ่น ๆ   .....  ความจริงเหล็กมีจุดหลอมเหลวสูงมากกว่า 1538 องศา แต่เมื่อได้รับความาร้อน เหล็กจะขยายตัว ทำให้ออกซิเจนในอากาศเข้าไปทำให้เกินสนิมกร่อน  จึงหลุดออกเป็นแผ่น ๆ

๓) วางไม้แบบตั้งได้ยาก  การวางไม้แบบนอนซึ่งสะดวกสำหรับเตาถัง ๒๐๐ ลิตรแบบนอน จะเป็นเสมือนผนังกั้นความร้อนจากบนลงสู่ด้านล่าง  ทำให้การอบไม้ให้ทั่วถึงทำได้ยากและต้องใช้เวลานาน เปลืองพลังงาน

๔) การอบไม้ดี ทำให้ผิวถ่านและรูปพรรณสวย  การอบไม่ดีผิวถ่านไม่สวย ... การเผาโดยไม่อบเลย จะได้ถ่านที่ไม่สวยเลย ...... ผมสังเกตว่า การอบไม้ด้วยเตาขนาด 200 ลิตร ถังนอน ที่รับความร้อนด้านหน้า ... ต้องใช้เวลามาก และได้อุณหภูมิต่ำ ...  ที่อบมาแม้จะอบเกือบ 8-10 ชั่วโมง อุณหภูมิก็ได้เพียง 80-90 องศา

๕) ผลิตถ่านได้ครั้งละไม่เกิน ๑๕ กิโลกรัม  หรือไม่เกิน ๒ กระสอบปุ๋ยเท่านั้น   ยิ่งถ้าทำถ่านคุณภาพสูง เผาสูงกว่า ๘๕๐ องศา  จะเหลือถ่านเพียง ๑๒ เปอเซ็นต์  หรือ น้อยกว่า ๑๐ กิโล เท่านั้น

แนวทางการพัฒนา ถ้าจะทำเตาใหม่

๑) เตาควรมีเพดานโค้งมนเพื่อไม่ให้มีจุดอับความร้อน  สังเกตจากลักษณะของเตาของภูมิปัญญาของแต่ละประเทศ ดังรูป

๒) ใช้ผนังที่หนาขึ้น หรือ เปลี่ยนเป็นวัสดุที่ทนทาน  เช่น ถ้าใช้อิฐหรือดิน แต่อาจมีข้อเสียเรื่องการสะท้อนความร้อนหรือนำความร้อนไปทั่วเตา  ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นแสตนเลส เกรด 310 แต่จะมีราคาแพงมากด  ... ผมว่าใช้อิฐผิวเรียบน่าจะประหยัดคุ้มค่าที่สุดครับ

๓) การวางไม้แบบตั้งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความร้อนจะถูกกดกระจายลงสู่ด้านล่างเตาได้ง่าย แต่จะต้องวางเรียงไม้ให้ชิดแน่นที่สุด หลังจากวางเรียงแบบตั้งแล้ว ควรเรียงไม้แบบนอนทับเป็นเหมือนกาดหลังคา ไม้ส่วนนี้จะกลายเป็นขี้เถ้าและปกคลุมไม่ให้ออกซิเจนไหลลงไปที่ไม้ที่วางตั้ง ซึ่งจะป้องกันไม่ผิวไม้ที่วางตั้งเสียหาย

๔) ผมมีความเห็นว่า  ทรงเตาที่ดีที่สุดน่าจเป็นแบบหลังเต่า เหมือนภูมืปัญญาของชาวญ๊่ปุ่น ในกรณีที่มีปล่องเดียว   เพราะการอบน่าจะมีประสิทธิภาพที่สุด .... เหมือนกับว่า เตาภูมิปัญญาญี่ปุ่นถูกออกแบบเพื่อการอบไม้ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเผา

๕) ผมมีความเห็นว่า เราควรทำเตาใหญ่ขึ้น แต่ไม่ควรใหญ่เกินไป จนกลายเป็นระดับอุตสาหกรรม ... เว้นแต่จะพบว่ามีตลาดรองรับและมีแหล่งไม้ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม... ควรทำเตาขนาด 1000 ลิตร หรือไม่เกิน 2000  ลิตร  

ผมมีความเห็นว่า "ควรทดลองทำตาม ทำให้เเหมือน ทำให้เท่า และทำให้ดีกว่า" ตามที่ อ.กิตติ เลิศล้ำ ได้แนะนำไว้ …. เตาภูมิปัญญาที่ทำถ่านได้ดีที่สุดในโลก คือเตาภูมิปัญญาญี่ปุ่น ดังภาพนี้ 

ท่านใดสนใจไปต่อที่คลิปนี้ครับ