ปัจจุบันโรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคทางจิตเวชที่มีผู้เป็นจำนวนไม่น้อย และผู้คนมีความตระหนักกับโรคนี้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีผู้ที่ไม่เข้าใจโรคนี้ทำให้ไม่สามารถเข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างแท้จริง หรือบางคนเป็นโดยที่ตัวเองไม่ทราบ คิดว่าเป็นเพราะตนเองคิดมากไปเองก็มีทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที โดยวันนี้ดิฉันจะมานำเสนอมุมมองของโรคซึมเศร้าผ่านการคิดแบบ TTM หรือ Three Track Mind

 

TTM หรือ Three Track Mind คือ ระบบความคิดหรือการให้เหตุผลแบบเป็นเหตุเป็นผล โดยเริ่มจากการตั้งคำถาม WHY ทำไม? เมื่อเรามีคำถามเราก็จะมองหาสาเหตุของสิ่งที่เราสงสัยว่าเป็น เพราะอะไร? Because of และเมื่อเราทราบสาเหตุแล้วก็จะมองไปถึงวิธีการแก้ปัญหานั้นว่า ทำอย่างไร? How To โดยเราสามารถนำเอาหลักการคิดนี้ไปใช้ได้ในทุก ๆ เรื่องในชีวิต เมื่อเราคิดตามนี้แล้วจะทำให้ระบบความคิดของเราเกิดการต่อยอด คิดได้เชื่อมโยงกันและตอบปัญหาที่เราสงสัยได้นั่นเอง 

 

WHY

  • ทำไมคำพูดถึงส่งผลกระทบต่อจิตใจผู่ป่วยโรคซึมเศร้า ?
  • ทำไมการใช้ยาจึงเป็นทางออกที่เลือกใช้กับผู้ป่วยซึมเศร้ามากที่สุด ?           
  • ทำไมทุกวันนี้มีคนเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น ?

 

Because of

  • ทำไมคำพูดถึงส่งผลกระทบต่อจิตใจผู่ป่วยโรคซึมเศร้า ?

             คำพูดเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ที่มนุษย์ใช้บ่อยที่สุด โดยคำพูดก็มีทั้งในแง่ดีและแง่ลบแต่เราไม่อาจรับรู้ได้เลยเวลาที่เราพูดอะไรออกไปคำพูดนั้นจะส่งผลอย่างไรกับตัวผู้ฟัง บางคำที่เราอาจคิดว่าดีแต่อาจเป็นคำที่ผู้ฟังฟังแล้วไม่ได้รู้สึกดีเลย หรือ บางครั้งการพูดที่สักแต่ว่าพูดไม่นึกถึงผู้ฟังไม่คิดก่อนที่จะพูดอะไรออกมา คำพูดนั้นอาจฝังลึกลงไปในใจผู้ฟังไปตลอดกาล เหมือนกับคำที่ว่า “คนพูดไม่จำ คนฟังไม่ลืม”  คำพูดเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ป่วยซึมเศร้าเป็นอย่างมาก โลกของคนที่เป็นโรคซึมเศร้ากับโลกคนทั่วไปนั้นแตกต่างกัน หลายครั้งที่การใช้คำพูดกับคนทั่วไปกลับไม่ได้มีผลต่อจิตใจแต่มันกลับมีผลต่อจิตใจของคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือ บางครั้งการให้กำลังใจถ้าเป็นภาวะปกติเราก็จะมีการให้กำลังใจแบบแง่ลบแต่หวังผลเชิงบวก ซึ่งมันอาจจะยิ่งไปให้ผลเชิงลบไปกันใหญ่คือยิ่งไปทำร้ายคนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า

  • ทำไมการใช้ยาจึงเป็นทางออกที่เลือกใช้กับผู้ป่วยซึมเศร้ามากที่สุด ?  

             การรักษาที่สำคัญในโรคนี้คือการรักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้า เพราะ โรคซึมเศร้านอกจากจะเกิดจากจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกยังมีเรื่องเกี่ยวกับความผิดปกติต่าง ๆ และสารเคมีในสมองอีกด้วยซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการทุเลา ดังนั้น การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโรค กล่าวได้ว่าถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมโรคก็จะทุเลาลง ดังนั้นการใช้ยาจึงเป็นทางออกที่สำคัญในการรักษานั้นเอง

  • ทำไมทุกวันนี้มีคนเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น ?

             ในช่วงเวลาหลายปีมานี้อัตราคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นเพราะสภาพสังคมในปัจจุบันที่มีความเครียด ความกดดันและปัญหาต่างๆมากมาย ยิ่งในยุคดิจิตอลแบบนี้การรับข้อมูลข่าวสารง่ายดายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย นอกจากนี้อาจเป็นเพราะในปัจจุบันมีการพูดถึงโรคซึมเศร้าและเริ่มตระหนักถึงโรคนี้กันมากขึ้น ทำให้มีการเข้าถึงการประเมินและรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากันมากขึ้นจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจึงเพิ่มมากขึ้น 

 

How To

  • เมื่อเรารู้แล้วว่าคำพูดมีผลต่อจิตใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ดังนั้นเราต้องรู้จักใช้คำพูดและการสื่อสารที่เหมาะสมในการพูดคุยหรือให้กำลังใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มบทสนทนา การเปิดใจรับฟัง การใช้คำพูดต้องคำนึงถึงคำพูดที่ควรพูดและไม่ควรพูด โดยเราได้ยกตัวอย่างคำที่ควรพูดและไม่ควรมาให้ดูด้วยนะคะ

 

  • การรักษาโรคซึมเศร้าโดยการใช้ยามีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปตามอาการและตามการรักษาของแพทย์ โดยสมัยหลายสิบปีก่อนยาแก้ซึมเศร้ามีอยู่เพียง 4-5 ขนาน แม้ว่ายารุ่นก่อนจะมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี การใช้ยามักจะมีข้อจำกัดด้วยเหตุว่าผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียงจากยาบ่อย แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ใช่อาการที่รุนแรง แต่ผู้ป่วยบางคนก็ไวต่ออาการข้างเคียงมาก ทำให้การปรับเพิ่มขนาดยาทำได้ลำบาก ปัจจุบันมียาใหม่มากขึ้นซึ่งมีอาการข้างเคียงน้อยกว่ายาเก่า ทำให้การใช้สะดวกขึ้น ในปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าแบ่งออกได้หลายกลุ่ม ตามลักษณะโครงสร้างทาง
  1. เคมีและวิธีการออกฤทธิ์ คือ กลุ่ม tricyclic
  2. กลุ่ม monoamine oxidase inhibitors เรียกย่อๆ ว่า MAOI
  3. กลุ่ม SSRI (serotonin-specific reuptake inhibitor)

          ซึ่งแต่ละกลุ่มมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ประสิทธิภาพการรักษาเท่าเทียมกัน แพทย์อาจเริ่มจ่ายยากลุ่มใดแก่ผู้ป่วย ก่อนก็ได้เพื่อดูผลตอบสนอง เนื่องจากเราไม่อาจทราบก่อนได้เลยว่า ผู้ป่วยคนใดจะ”ถูก”กับยาชนิดใด แล้วแพทย์จะค่อยๆปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับอาการต่อไป

           ยาแก้ซึมเศร้ามีส่วนช่วยในการรักษาโรคนี้ แม้ผู้ที่ป่วยบางคนอาจรู้สึกว่าความทุกข์ใจหรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นเป็นเรื่องของจิตใจ แต่ถ้าเป็นโรคซึมเศร้าแล้วแสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในร่างกายของคนเราจนทำให้เกิดมีอาการต่างๆ เช่น น้ำหนักลด อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ไม่ใช่มีแต่เพียงอารมณ์เศร้าอย่างเดียว ยาจะมีส่วนช่วยในการบำบัดอาการต่างๆ เหล่านี้ อีกทั้งยังสามารถทำให้อารมณ์ซึมเศร้า วิตกกังวลทุเลาลงได้ด้วย จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า 10 คนหากได้รับการรักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้าอาการจะดีขึ้นจนหายถึง 8-9 คน ในขณะที่หากไม่รับการรักษานั้นอาการจะดีเองขึ้นเพียง 2-3 คนเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาจะเป็นไปได้ด้วยดีผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

  • แม้โรคซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุ แต่เราก็สามารถป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้า หรือ โรคซึมเศร้าได้ด้วยตนเอง โดยการคอยสังเกตตนเองอยู่เสมอว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร เมื่อไหร่ที่เริ่มสับสนว่าเราแค่เครียดเรื่องงาน หรือเป็นอาการเริ่มต้นของโรคซึมเศร้ากันแน่นะ ให้ลองสังเกตสัญญาณนี้ ถ้ามีมากกว่า 5 อาการ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ สงสัยเลยว่าเราอาจต้องรีบหาทางแก้ หรือปรึกษาแพทย์ก่อนจะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าขั้นเรื้อรัง หรือ ลองทำแบบทดสอบในลิ้งค์นี้เลย แบบทดสอบภาวะซึมเศร้า PHQ-9 | คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (mahidol.ac.th) นอกจากการคอยสังเกตดูอาการของตนเองแล้วเรายังสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าได้ อย่างเช่น หางานอดิเรกต่าง ๆ ออกกำลังกาย ทำอะไรที่เป็นการผ่อนคลายตนเอง

 

          โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด สามารถรักษาให้หายได้เหมือนโรคอื่น ๆ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วหวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจจิตใจของคนเป็นโรคซึมเศร้า สามารถอยู่ร่วมกับพวกเขาได้อย่างมีความสุขเป็นพลังด้านดี ๆ ให้กับพวกเขา และอย่าลืมดูแลสุขภาพจิตของตัวเองและคนรอบตัวด้วยนะคะ ขอให้มีวันที่ดีในทุกวันค่ะ :)

 

นางสาวอรุณี ดอกมะลิ นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยมหิดล