กระต่ายตื่น(มะ)ตูม




มะตูม เป็นสมุนไพรเก่าแก่ของอินเดีย ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรชนิดนี้ เป็นไม้มงคลของศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระอิศวร ทั้งนี้เพราะใบมะตูมมีลักษณะเป็น 3 แฉกคล้ายตรีศูลของพระอิศวร เมื่อมีการบูชาพระอิศวรจะต้องนำใบมะตูมมาถวายพร้อมกับท่องมนต์หรือวางไว้ใต้ตำรา วัดฮินดูที่บูชาพระอิศวรนิยมปลูกต้นมะตูมและห้ามไม่ให้ตัดโค่น




ในประเทศไทยซึ่งได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์มีการนำใบมะตูมมาใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ เช่น พิธีแรกนาขวัญ ในพิธีสมรสพระราชทาน โอกาสที่พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าเพื่อเจริญพระชนมพรรษา คนโบราณเชื่อว่าใบมะตูมป้องกันภูติผีปีศาจและเสนียดจัญไรได้ เป็นต้นไม้สำคัญชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล




หมอยาสมัยก่อนมักจะปลูกมะตูมไว้ตามบ้านเพื่อใช้ทำยา โดยนำทุกส่วนทั้งผลอ่อน ผลแก่ ผลดิบ ผลสุก ดอก ใบ ราก เปลือก แก่น ไปทำยาในรูปแบบต่างๆ เช่น ยาอบ ยาต้ม ยาลูกกลอน ใช้รักษาเบาหวาน หอบหืด ตัวบวม ร้อนใน แก้ลม แก้ปวด ผลมะตูมมีฤทธิ์ต้านสมองเสื่อม เนื่องจากสารสกัดเอทิลอะซิเตตจากผลมะตูมมีผลยับยั้งเอ็นไซม์อะซิทัลโคลีนเอสเทอเรสได้สูงมาก





นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดจากมะตูมมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและฤทธิ์อื่นๆที่ส่งเสริมการรักษามะเร็ง และมีฤทธิ์ปกป้องหัวใจจากการขาดเลือด มีฤทธิ์สมานแผลโดยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน สร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ผลมะตูมตากแห้งนำมาต้มน้ำมะตูม ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ส่วนเนื้อของมะตูมนำมาทำเป็นมะตูมเชื่อม และเค้กมะตูมที่ทั้งหวาน หอม น่ารับประทาน






สำนวน "กระต่ายตื่นตูม" หมายถึง ตื่นกลัวเกินกว่าเหตุ ใช้เปรียบเทียบคนที่แสดงอาการตื่นตกใจง่ายโดยไม่ทันสำรวจให้ถ่องแท้เสียก่อน
ที่มาของสำนวน กระต่ายตื่นตูม มาจากนิทานเรื่อง กระต่ายตื่นตูม ซึ่งมาจากนิทานชาดกเรื่องทัทธภายชาดก ที่มีเนื้อเรื่อง ดังนี้



ในป่าแห่งหนึ่งมีต้นตาลขึ้นสลับกับต้นมะตูมอย่างหนาแน่น กระต่ายตัวหนึ่งนอนอยู่บนกองใบตาลใต้ต้นมะตูม กระต่ายคิดเล่นๆว่าถ้าฟ้าถล่ม เราจะทำอย่างไร ขณะนั้นผลมะตูมสุกก็หล่นลงมาบนกองใบตาล กระต่ายตกใจคิดว่าฟ้าถล่มจริงๆ จึงวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเพราะกลัวความตาย สัตว์อื่นๆเห็นกระต่ายวิ่งมาเต็มกำลังดังนั้นจึงถามกระต่ายว่า " ท่านวิ่งหนีอะไรมา" กระต่ายวิ่งพลางร้องบอกพลางว่า "ฟ้าถล่ม" สัตว์เหล่านั้นได้ฟังกระต่ายบอกไม่ทันคิด สำคัญว่าฟ้าถล่มจริง ก็พากันวิ่งตามกระต่ายไป หกล้ม ขาหัก แข้งหัก ชนต้นไม้ ตกเหวตายบ้างก็มี จนกระทั่งมาพบพญาราชสีห์ผู้มีปัญญาก็ยังพากันวิ่งไม่หยุดหย่อน ราชสีห์จึงร้องถามว่า "พวกท่านวิ่งหนีอะไรมา" กระต่ายจึงเล่าเรื่องให้ราชสีห์ฟัง ราชสีห์จึงบอกว่า " ฟ้าถล่มที่ตรงไหน จงพาเราไปดูสักที"



กระต่ายจึงพาราชสีห์ไปยังที่เกิดเหตุ จึงเห็นว่าสาเหตุคือลูกมะตูมที่ตกลงมาบนกองใบตาลแห้งนั่นเองที่ทำให้เกิดเสียงดัง จนกระต่ายตกใจคิดว่าฟ้าถล่ม เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายได้รับบาดเจ็บเกือบต้องเสียชีวิต
สำนวนนี้ใช้ตำหนิ คนที่ตื่นตกใจเกินกว่าเหตุโดยไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ก่อน ทำให้หมู่คณะพลอยแตกตื่นไปด้วย
โคลงโลกนิติ อธิบายความหมายว่า
สัตว์อื่นตื่นเต้นแต่ ควรไกล
กระต่ายตื่นตูมไป สุดหล้า
ช้างม้าตื่นฟืนไฟ ฟันฟาด หยุดแฮ
คนตื่นข่าวดีกล้า สุดห้ามมันหาย
ตัวอย่าง
เธออย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมไปหน่อยเลย เรื่องมันยังไม่เกิด อาจไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้


กระต่ายตื่นตูม ที่แท้ก็คือ กระต่ายตื่นตกใจเพราะผลมะตูมนั่นเอง
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต