การบริหาร คือการที่ผู้นำหรือหัวหน้าหน่วยงานหรือองค์กรทำงานให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้โดยอาศัยเพื่อนร่วมงานในองค์กรร่วมด้วยช่วยกันทำ
ผู้บริหารไม่สามารถทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานงานหรือองค์กร
ผู้บริหาร จึงเป็นเสมือนผู้ที่สามารถนำเอาศักยภาพของเพื่อนร่วมงานออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
มีนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “ผู้บริหาร คือผู้รีดเอาความรู้ความสามารถของ

เพื่อนร่วมงานออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”
ดังนั้น การบริหาร จึงมีนักปรมาจารย์หลายท่านได้กล่าวไว้ว่า การบริหาร เป็นศาสตร์บ้าง การบริหารเป็นศิลป์บ้าง การบริหารต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ผสมผสานกันไปบ้าง เพราะมีคำพูดตลก ๆ ว่า “กฎหมายมีไว้สำหรับคนที่ไม่เคารพกฎกติกาของสังคม”ถ้าคนเรามีสัญชาตญาณในการเคารพกฎ กติกาของสังคมเป็นวิถีชีวิตแล้ว กฎหมายอาจจะไม่จำเป็นก็ได้
การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างไร?
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานศึกษา พ.ศ. 2554
ศาสตร์ มาจากรากศัพท์ ศาสตร, ศาสตร์ [สาดตฺระ, สาดสะตฺระ, สาด] น. ระบบวิชาความรู้, มักใช้ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์มนุษยศาสตร์. (ส.).
ส่วนคำว่า “ศิลป์” ศิลป,
ศิลป์ 1
ศิลปะ [สินละปะ, สิน, สินละปะ] น. ฝีมือ,ฝีมือทางการช่าง,
การทำให้วิจิตรพิศดาร, เช่น เขาทำดอกไม้ประดิดประดอยอย่างมีศิลปะผู้หญิงสมัยนี้มีศิลปะในการแต่งตัว รูปสลักวีนัสเป็นรูปศิลป์; การแสดงออกซึ่งอารมณ์
สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่าง ๆอย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะการละคร วิจิตรศิลป์. (ส. ศิลฺป; ป. สิปฺป ว่ามีฝีมืออย่างยอดเยี่ยม).
ศิลป์ 2
[สิน] (กลอน) น. ศร เช่น งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามขนงวงวาด
ดังคันศิลป์. (อิเหนา), พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทรพิศขนงก่งงอนดั่งคันศิลป์.
(รามเกียรติ์ ร. 1).
ตามนัยทางการบริหารจึงแปลความได้ว่า การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิดและทฤษฎีที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือ
ไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ กล่าวคือมีหลักเกณฑ์และทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้อันเกิดจาการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร เป็นศาสตร์สังคม ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยาสังคมวิทยา และรัฐศาสตร์ โดยลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science)
การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหารที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ไหวพริบปฏิภาณ และทักษะของผู้บริหารแต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหารไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์ (Arts) คืออาศัยศิลปะ ไหวพริบ ไหวแวว หรือกึ๋นของนักบริหารคนนั้น ๆ เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป
การบริหารต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์อย่างไร ?
หลักนิติศาสตร์ คือการยึดระเบียบ กฎหมาย กติกาของสังคมที่กำหนดไว้
โดยผ่านองค์กรตามระบอบประชาธิปไตย เช่น ผ่านการเสนอแนะของผู้มีอำนาจ
ในการออกฎหมาย และกลั่นกรองกฎหมาย (รัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว. หรือ
สภาต่ำและสภาสูง สุดแท้แต่จะเรียก) ใครทำผิดกฎหมายก็จะต้องได้รับโทษ
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด
หลักรัฐศาสตร์ คือหลักที่ใช้ในการปกครองคนในบ้านเมืองหรือ
ประเทศชาติ ทำอย่างไรคนในสังคมหรือประเทศชาติจะมีความร่วมเย็น สงบสุข
เป็นต้น
ดังนั้น การปกครอง หรือการบริหาร จึงต้องมีทั้งหลักนิติศาสตร์ และ
หลักรัฐศาสตร์ ควบคู่กันไป จะมากหรือน้อยหรือเอนเองไปทางไหนก็แล้วแต่ว่าคน
ในสังคมหรือประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร ถ้าคนหัวดื้อ ไม่เคารพกฎ กติกาหรือ
ระเบียบแบบแผนทางสังคม มักสร้างความเดือดร้อน ทำนอกรีตนอกรอย ก็ต้อง
ใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับเพื่อไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามต่อไป ถ้าจะ
อนุมานก็ คงไม่ต่างจากความหมายที่ว่า “การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์” นั้นเอง
สรุป
การบริหารในแง่รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เป็นศาสตร์และศิลป์อย่างไรนั้นน่าจะพิจารณาว่า การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิดและทฤษฎีที่สามารถศึกษาเล่าเรียน และอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการเพื่อให้ศึกษาอย่างเป็นระบบ ระเบียบ โดยลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science) การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหารที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ไหวพริบปฏิภาณ และทักษะของผู้บริหารแต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหารไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์ (Arts) คืออาศัยศิลปะ ไหวพริบ ไหวแวว หรือกึ๋นของนักบริหารคนนั้น ๆ เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป โดยนัยเดียวกันนี้การบริหาร ผู้บริหารต้องใช้ ทั้งหลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมหรือประเทศนั้นๆ ถ้าหัวดื้อ ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นสำคัญ แต่ถ้าต้องการความสงบสุข หรือความร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคมแล้ว การบริหารจำต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์หรือหลักในการปกครองคนควบคู่ไปกับหลักนิติศาสตร์ หลักการยึดระเบียบ กฎหมาย กติกาของสังคมประกอบด้วย หรือธรรมาภิบาล เพราะบริหารต้องธรรมาภิบาล บริการต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียหรือประชาชน
-----------------------
