อมรรัตน์ พันธุรัตน์
โรงพยาบาลบ้านหมี่

ปัจจุบัน EM (น้ำชีวภาพ) ได้รับความนิยมในหลายประเทศ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีพิษภัย ในต่างประเทศ องค์กร CCOF (California Certified Organic Farmer) ก็พิสูจน์ว่าปลอดภัย 100% ในประเทศไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิเคราะห์แล้วพบว่า จุลินทรีย์ใน EM ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ในมนุษย์และสัตว์ และจากการวิจัยตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ที่ค้นพบมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า EM นำไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ เช่น ใช้ซักผ้า ขจัดกลิ่นอับในรถยนต์ ทำความสะอาดพื้นห้องต่างๆ ใช้ทำความสะอาดถ้วยชาม อ่างล้างชาม ล้างสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และสามารถดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี ใส่ส้วมไม่ให้เต็ม ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลบ้านหมี่ได้ใช้น้ำชีวภาพทำความสะอาดห้องน้ำแทนผงซัก ฟอกและวิมมาแล้วเป็นแวลา 4 ปี จึงได้มีการศึกษาการใช้น้ำชีวภาพทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์

วัตถุประสงค์
- เพื่อผู้รับบริการปลอดภัยจากสารตกค้างของสารเคมี รักษาสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน ประหยัดคาใช้จ่ายและแรงงาน และเจ้าหน้าที่จากการสะสมของสารเคมี

วิธีการดำเนินการ
– เก็บรวบรวมข้อมูล จากแบบเก็บข้อมูลทุกวัน เปรียบเทียบใช้น้ำชีวภาพกับผงซักฟอกแช่อุปกรณ์การแพทย์ โดยจัดทำแบบตรวจอุปกรณ์ประจำวัน ทุกวันรวม 4 ถึง ถังที่ 1 แช่อุปกรณ์การแพทย์ ถังที่ 2 แช่อุปกรณ์สายยาง ถังที่ 3 แช่อุปกรณ์ถุงมือ ถังที่ 4 แช่อื่นๆ เก็บข้อมูลทุกชิ้นที่แช่ในแต่ละถัง

ผลการศึกษา
– พบว่า แต่ละถังที่แช่ด้วยน้ำชีวภาพ คราบออก 100% ในทุกอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่เปื้อนสามารถล้างออกได้ง่าย เพียงผ่านน้ำ ทำให้ประหยัดน้ำในการล้างลง 50% แต่ละถังที่แช่ด้วยผงซักฟอกคราบออก 75% ต้องใช้การขัดล้างอีกครั้งเพื่อให้คราบออกหมด

- การใช้น้ำชีวภาพทำความสะอาด ทำให้ลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายและแรงงาน มีความปลอดภัยทั้งบุคลากรและผู้ใช้บริการ สร้างความพึงพอใจให้ผู้ปฏิบัติงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า การใช้น้ำชีวภาพแช่อุปกรณ์การแพทย์ได้ผลดี แต่หัวหน้าหน่วยงานต้องให้ความสำคัญ และผู้บริหารควรกำหนดนโยบายให้ชัดเจนจากการเลิกใช้สารเคมี แต่หันมาใช้สารที่ผลิตจากขบวนการธรรมชาติแทน จึงจะสำเร็จได้ดี

จากการนำเสนอผลงานทางวิชาการ
การประชุมวิชาการประจำปีกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 13 ประจำปี 2548