เพลินตา อิทธิศานต์และคณะ
กองแผนงาน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

วัตถุประสงค์
- เพื่อศึกษาปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน และกลยุทธในการเอาชนะจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ระดับดี – ดีมาก

- ศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดของศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับดี – ดีมาก

- ศึกษาความพึงพอใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง

ผลการศึกษา
- ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ ระดับดี – ดีมาก ประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ
1) การรับรู้เกี่ยวกับโครงการศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุกระดับ

2) ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

3) ความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกหน่วยของสังคม จำเป็นต้องมีการประสานความร่วมมือตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติใน พื้นที่ ชุมชน และครอบครัว เพื่อลดทอนและขจัดปัญหาและสามารถผลักดันให้โครงการศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ เคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น

- ข้อจำกัดของศูนย์เด็กเล็กที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ โครงสร้างทางกายภาพที่ไม่สามารถแก้ไข ปรับปรุงให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ อาคารศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งปลูกสร้างบนที่ดินของวัดและโรงเรียนและเป็นกรรม สิทธิ์ของเจ้าของพื้นที่ จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ศูนย์เด็กเล็กเหล่านี้จะได้รับงบประมาณจาก ท้องถิ่นมาปรับปรุง สำหรับความพึงพอใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง ถึงมาก

- เพื่อให้งานโครงการศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่มีความรุดหน้าทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้
1) บูรณาการงานโครงการสถานที่สุขภาพดี ควรบูรณาการงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ + วัดส่งเสริมสุขภาพ + โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เข้ากับโครงการศูนย์เด็กเล็กฯ โดยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

2) สร้างกระบวนการรับรู้ของสังคม ด้วยการประกาศเป็นนโยบายหรือวาระแห่งชาติ และด้วยการรณรงค์สื่อสารทางการตลาดผ่านสื่อและกิจกรรมต่างๆไม่จำกัดรูปแบบ พเอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม

3) ส่งเสริมกระบวนการจัดการความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

4) จัดทำฐานข้อมูลและศูนย์ข้อมูลเด็กเล็กที่ทันสมัยอยู่เสมอ

5) ปรับวิธีการประเมินให้ยืดหยุ่น

6) ให้ความสำคัญกับกลไกการนิเทศ ติดตามและประเมินผล

จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร