น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง

สำนวน"น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง" มีความหมายว่า พูดมาก แต่ได้เนื้อหาสาระน้อย ใช้ในการเปรียบเปรยกับคนที่พูดแล้วคนฟังไม่สามารถจับใจความสำคัญหรือเนื้อหาสาระอะไรได้ พูดวกไปวนมาจนไม่รู้ว่าส่วนใดเป็นใจความหลักใจความรอง เป็นการพูดสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงได้ถึงความรู้ความสามารถของผู้พูดว่าไม่ได้มีความรู้ในเรื่องนั้นจริง เป็นปัญหาในการสื่อสารกับผู้ฟังซึ่งทำให้เสียเวลาเปล่าทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ดังนั้นก่อนที่จะสื่อสารกับผู้ฟังควรเตรียมข้อมูลในเรื่องที่จะพูดให้กระชับ ตรงประเด็น สามารถที่จะสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาที่พูดได้

ที่มาของสำนวน "น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรง"

เมื่อถึงฤดูฝนมีฝนตกลงมามากทำให้น้ำขังในทุ่งนาเจิ่งนองไปทั่ว พืชน้ำต่างๆรวมทั้งผักบุ้งขยายพันธุ์ได้ง่าย และเจริญเติบโตได้ดี ชาวบ้านจึงเก็บผักต่างๆรวมทั้งผักบุ้งมาประกอบอาหาร  แต่พอถึงช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาวที่เรียกกันว่า ปลายฝนต้นหนาว บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางของไทย จะมีน้ำหลากจากภาคเหนือมาท่วมทุ่งนาเป็นปกติทุกปี น้ำจะท่วมอยู่นานประมาณ 3 - 4 เดือน แล้วก็จะค่อยๆแห้งลงไป เป็นช่วงที่เรียกว่า น้ำท่วมทุ่ง พืชน้ำและผักบุ้งจะดูบางตาลง เนื่องจากถูกน้ำที่หลากลงมาท่วมตายเสียบ้าง หรือพัดพาไปบ้าง เป็นที่มาของสำนวนว่า " น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง"

ผักบุ้งเป็นพืชจำพวกเถาเลื้อยปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำได้ดี ลำต้นกลมเป็นปล้อง ข้างในกลวงคล้ายลำไผ่ ปล้องที่กลวงนี้ช่วยให้ผักบุ้งลอยน้ำได้ดี ใบและยอดแตกออกตามข้อ ก้านใบยาวกลวง ใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ดอกบานเป็นปากแตร กลีบดอกสีม่วงหรือขาว ผลกลมขนาดเล็ก ในลำต้นและก้านใบมียางสีขาว คนไทยรู้จักนำผักบุ้งมาประกอบอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ นับเป็นผักสำหรับคนทุกระดับชั้นตั้งแต่เศรษฐีไปจนถึงชาวบ้านทั่วไป เพราะเป็นพืชผักที่เก็บเอาเองได้ไม่ต้องซื้อหา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีบันทึกในพงศาวดารว่าครั้งหนึ่งมีการเก็บภาษีผักบุ้งจากราษฎร เหมือนกับที่สมัยปัจจุบันมีการเก็บภาษีความเค็มความหวานจากผู้บริโภค การเก็บภาษีผักบุ้งทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว จนมีผู้ร้องเรียนต่อพระเจ้าแผ่นดิน ในที่สุดภาษีผักบุ้งก็ถูกยกเลิกไป การที่มีบันทึกในพงศาวดารเช่นนี้แสดงว่าผักบุ้งมีความสำคัญต่อชีวิตของคนในสมัยนั้นมาก ทั้งนี้เพราะผักบุ้งนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด ทั้ง ผัด แกง  และกินสดๆ กับน้ำพริกซึ่งเป็นอาหารหลักในสำรับไทย

ผักบุ้งไทย-ผักบุ้งนา-ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งในประเทศไทยมี 3 ชนิด ได้แก่

ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งน้ำ เป็นผักบุ้งสายพันธ์ที่เกิดขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลอง จึงมียางมากกว่าผักบุ้งจีน ผักบุ้งไทยเจริญเติบโตในน้ำได้ดีกว่าบนดิน มักจะสานตัวเป็นกลุ่มและลอยตัวบนผิวน้ำ ชูส่วนยอดหรือบริเวณสีเขียวเพื่อสังเคราะห์แสง ต้นมีขนาดใหญ่ อวบอ้วน ใบเรียวยาว คุณสมบัติที่โดดเด่นของผักบุ้งไทยคือมีวิตามินซีสูงมาก นิยมนำมาแกงเทโพ แกงส้ม ยำผักบุ้ง ใส่ในเย็นตาโฟ หรือรับประทานกับขนมจีนน้ำยาน้ำพริก

ผักบุ้งนาหรือผักบุ้งแดง เป็นผักบุ้งพันธุ์ไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามท้องนา ลำต้นมีขนาดเรียว สีเข้มออกแดง ลำต้นมีเนื้อค่อนข้างเหนียวแต่ยอดอ่อนให้ความกรอบได้ดี ส่วนใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวสีเขียวเข้ม ใบแหลมยาว นิยมนำมากินสดๆ คู่กับส้มตำ ลาบ หรือน้ำพริก ผักบุ้งแดงสามารถช่วยลดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย บรรเทาอาการอักเสบ ช่วยชะล้างสารพิษในร่างกาย และช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์

ผักบุ้งจีนเป็นพันธุ์ที่นำมาจากต่างประเทศ ปัจจุบันผลิตเมล็ดได้เองในประเทศไทย นิยมปลูกเป็นการค้า  ลำต้นค่อนข้างขาว ใบสีเขียวอ่อน ดอกสีขาว มียางน้อยกว่าผักบุ้งพันธุ์ไทย เกษตรกรปลูกผักบุ้งจีนในดิน นิยมนำมาผัดผักบุ้งไฟแดง ใส่ในสุกี้ หรือลวกใส่ในเมนูพระรามลงสรง ผักบุ้งจีนอุดมด้วยแคลเซียมและเบต้าแคโรทีน ช่วยในการบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ช่วยในเรื่องการขับถ่าย บรรเทาอาการเลือดกำเดาออก อาการปวดบวมจากการฟกช้ำและแมลงสัตว์กัดต่อย

ผักบุ้งจีนไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนนี้นะคะ เพราะผักบุ้งจีนปลูกในดิน

สำนวน"น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง" ให้แง่คิดเกี่ยวกับการพูดว่า ไม่ควรพูดจาเพ้อเจ้อ ไร้สาระ ควรพูดให้กระชับและตรงประเด็น ดังตัวอย่างตอนหนึ่งในจดหมายจางวางหร่ำ ฉบับที่ 5 ดังนี้
...เพราะมีใจความมากในจำนวนคำน้อย หาสู้ใช้หน้ากระดาษเป็นทุ่งที่น้ำท่วม มีผักบุ้งโหรงเหรงอย่างแต่ก่อนไม่...

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต