การฉีดวัคซีนป้องกันว่าจะตัดสินใจฉีดหรือไม่ฉีดก็มีวิธีตัดสินใจง่าย ๆ คือ ถ้าเคยมีประวัติการแพ้ยาวัคซีนหรือมีอาการผิดเงื่อนไขที่จะฉีดวัคซีนตัวนั้น ก็ไม่ควรฉีด ก็บอกกับหมอหมอจะได้พิจารณาจัดให้ แต่ก็ต้องรักษาตัวให้ดี ส่วนรายที่ไม่มีอาการตามที่ผิดเงื่อนไข ก็สมควรฉีด เพราะวัคซีน คือ ผลิตผลที่ประกอบด้วยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ถูกฆ่าหรือทําให้มีฤทธิ์อ่อนแรงจนไม่เป็นอันตราย สําหรับฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเกิดจากเชื้อนั้น ๆ (อ. vaccine) ได้ผ่านการวิเคราะห์ วิจัยจากผู้เชี่ยวชาญ และการผ่านทดสอบมาแล้วว่าจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย ผลที่อาจเกิดได้มันก็อาจจะมีบ้าง ทั้งนี้เพราะงานวิจัยไม่ว่าสังคมศาสตร์ ก็อาจจะให้มีการยอมรับได้ที่การคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 5 หรือ 0.05 หรืองานวิจัยทางการแพทย์ อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างที่ระดับไม่เกินร้อยละ 1 หรือ 0.01 ทำนองนี้ คงไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ก็ถือเสียว่า เขาหวังดีต่อเรา ไม่หวังร้ายหรือนำวัคซีนมาฆ่าเรา คงไม่มี เพราะไม่เช่นนี้นก็จะผิดจรรยาบรรณแพทย์

ท่านฉีดวัคซีนป้องกันโควิดหรือยัง ? 

ดร.ถวิล อรัญเวศ

     ความคิดเดิม ๆ ที่เรามักจะได้ยินได้ฟังคนพูดคือ

ของฟรีไม่ชอบอยู่ 2  อย่าง คือ ฉีดวัคซีน  และฟังเทศน์

     สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะอาจจะได้รับข้อมูลที่ไม่ดี

จนเกิดฝังใจ เช่น สมัยก่อนบางคนฉีดวัคซีนไปแล้วทำให้เกิด

แผลเป็น เป็นตุ่มเหมือนเนื้องอกที่ต้นแขนที่เราฉีดทำให้เสีย

โฉมก็มี อาการหนักกว่านั้นก็มี ฉีดวัคซีนแล้วก่อให้เกิด

ความไม่สบายก็มี เช่น มีอาการเป็นไข้ เป็นต้น

       ส่วนการฟังเทศน์ นั้น มีคำพูดแบบหยอกล้อว่า

เวลาพระเทศน์ บางรูป อาจไม่มีจิตวิทยา หลับตาเทศน์

เทศน์ช้า ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่สังเกตสภาพแวดล้อม ไม่ดูคนฟัง

หลับตาไปนาน ๆ พอลืมตาขึ้นมา ไม่เห็นใคร โยมกลับไปหมดแล้ว อย่างนี้ก็มี เป็นต้น

      แต่ปัจจุบัน พระท่านมีวิธีการเทศน์ทันสมัยแล้ว มีทั้ง

โดนจริตของคน ทั้งวัยรุ่น คนหนุ่ม คนสาว เยอะแยะ

     ปัจจุบัน มีการแพร่เชื่อระบาดโควิด-19 เกิดความโกลาหล

ผู้คนล้มป่วยกระเฉาะกระแฉะรวมทั้งเสียชีวิตไปหลายแสนราย

ทั่วโลกเป็นล้าน จนรัฐในหลายประเทศถึงกับมีการรณรงค์ให้มี

การฉีดวัคซีนโดยเชื่อว่าจะป้องกันโรคนี้ได้ คงไม่เป็นการต้อง

นำเงินไปซื้อวัคซีนตามที่เขามารณรงค์ขายแต่อย่างใด

        ฉีดวัคซีนแล้ว มีหลายคนฉีดแล้วพบผลกระทบ

ผลข้างเคียงตามมา ถึงตาย ไทยเรามีประมาณ 70-100 คนตามที่

ข่าวสารได้ลงข่าวโดยเฉพาะโทรทัศน์

      ผมเองอายุย่างเข้า 62 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก

คือวัคซีน แอสตราเซเนกา (AstraZeneca covid vaccine)

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 นัดฉีดเข็มที่ 2 วันที่ 6

กันยายน 2564 ห่างจากเข็มแรก 3 เดือนตามกติกา

ของการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา และเขาพูดกันว่าจะ

ต้องมีการฉีดสองเข็มเพื่อตอกย้ำการป้องกันทำนองนั้น

ไม่ฉีดเข็มสองได้ไหม ผมก็ไม่รู้ แต่หมอนัดให้ไปฉีดหลังจาก

ผ่าน 3 เดือนไป

     สำหรับผลข้างเคียง ยังไม่มี เพราะปกติผมก็ไม่เคยมี

ประวัติการแพ้ยาแต่อย่างใด สำหรับรายที่มีผลข้างเคียงก็มี

อยู่จริง มีผลถึงตายเผาผีไปแล้วหลายราย แม้ว่าจะมีการไป

ตรวจสอบว่าไม่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนเขาก็ยัง

คลางแคลงใจอยู่ เพราะคนตายมีทั้งอายุน้อยไปจนถึงอายุ

70 ปี บางรายฉีดวันแรก  ตายวันแรกก็มี นครราชสีมา เรามี

ที่อำเภอโนนสูง และอำเภอปักธงชัยหรืออีกหลายแห่งผมก็

ไม่ทราบข่าว เพราะไม่ได้ติดตาม

      วัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา (AstraZeneca covid vaccine) หรือชื่อตามที่บริษัทผู้ผลิตเรียกคือ AZD1222 เป็นวัคซีนโควิดที่คิดค้นโดยบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) โดยนำเชื้อไวรัสอดิโน่ (Adenovirus) ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เป็นหวัดในชิมแปนซี (น่าจะเป็นลิง) มาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้มีโปรตีนโคโรนาไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของมนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาปกป้องโคโรนาไวรัสได้ในทางทฤษฎี

      วัคซีนที่ใช้เชื้ออดิโน่ไวรัส ได้รับการทดสอบโดย Johnson & Johnson และห้องปฏิบัติการในประเทศจีน และปัจจุบันได้รับอนุมัติใช้งานในสหราชอาณาจักรแล้ว

     

วัคซีนโควิด AstraZeneca ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร?

        บริษัท AstraZeneca และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เริ่ม

การทดลองทางคลินิกครั้งแรกในสหราชอาณาจักร (Britain) ตามด้วยอีกหลายประเทศรวมถึงสหรัฐอเมริกา  โดยการทดสอบวัคซีนกว่า 23,000 ราย พบว่าอาสาสมัครมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนา โดยมี 2,800 ราย ที่ได้รับยาในเข็มแรกเพียงครึ่งเดียวกับที่การทดสอบกำหนด ซึ่งเกิดจากความบังเอิญ และในภายหลังจึงได้ฉีดอีกเข็มให้ตามปกติ

        อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในผู้ที่รับวัคซีนเข็มแรกเพียงครึ่ีงเดียว กลับมีผลป้องกันโควิด-19 ได้ถึง 90% ในขณะที่ผู้รับวัคซีนเต็มทั้ง 2 เข็มกลับมีผลป้องกันเพียง 62% (ผลป้องกันโดยเฉลี่ยที่ประมาณ 70%)

       นักวิจัยคาดว่าอาจเป็นเพราะผู้ที่รับเข็มแรกแบบครึ่งเดียว อาจมีความคล้ายกับการติดเชื้อธรรมชาติมากกว่า จึงกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า

         จากการประกาศของ AstraZeneca และ ออกซ์ฟอร์ด นั้นยังไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยใด ๆ ที่น่ากังวลเกี่ยวกับวัคซีนชนิดนี้

 

วัคซีน AstraZeneca ฉีดอย่างไร?

         วีคซีนโควิด AstraZeneca ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน โดยฉีดที่ต้นแขนด้านบน

หากไม่ได้ไปฉีดเข็มที่ 2 ตามแพทย์กำหนด ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลถึงแนวทางการปฏิบัติ เนื่องจากการฉีดให้ครบ 2 เข็มเป็นสิ่งสำคัญในการรับวัคซีนชนิดนี้

 

วัคซีนโควิด AstraZeneca เหมาะกับใคร?

       ณ วันที่ 7 มกราคม 2564 สามารถฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca ให้กับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือมีปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ เช่น ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรอยู่ ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม และต้องอาศัยการศึกษาต่อไป

 

วัคซีนโควิด AstraZeneca ไม่เหมาะกับใคร?

         ผู้ที่มีเงื่อนไขใดตรงกับข้อต่อไปนี้ ควรปรึกษาหรือแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการฉีดวัคซีน

       ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงต่อส่วนผสมในวัคซีนโควิด AstraZeneca    ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนชนิดอื่นใดมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมก่อนรับวัคซีนผู้ที่มีอาการแบบเดียวกับโรคติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง 38 องศา

ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือด มีรอยช้ำง่ายผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือกำลังกินยาที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

         อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีอาการไข้ต่ำ ๆ เป็นหวัดเล็กน้อย แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca ได้อยู่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

 

วัคซีนโควิด AstraZeneca ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร?

         ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้หลังจากฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca (อาจพบได้ 1 ใน 10-30 นาที หรือมากกว่า) มีดังนี้

เจ็บ ระคายเคือง บวม หรือช้ำบริเวณที่ฉีด รู้สึกอ่อนเพลียรู้สึกมีไข้ หนาวสั่น ปวดหัว รู้สึกป่วย ปวดกล้ามเนื้อ

ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล

      ส่วนอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น (1 ใน 100) อาจมีดังนี้มึนหัว เวียนหัว เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารลดลง ปวดท้อง

ต่อมน้ำเหลืองโต เหงื่อออกมาก มีผื่นขึ้น

      ดังนั้น ในระหว่างนี้ควรใส่ใจกับการสวมหน้ากาก ล้างมือ และลดการสัมผัสลง หากไปพื้นที่เสี่ยงมาควรเข้ารับ

การตรวจโควิด-19 

 

การลงทะเบียนฉีดวัคซีน

          วิธีการลงทะเบียนรับวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกาผ่านหมอพร้อม โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน

ข่าวดี! วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 

ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ 

ผ่านการตรวจสอบคุณภาพยุโรป-สหรัฐ

        วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ (ในไทย) ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการในยุโรปและสหรัฐอเมริกาแล้ว เตรียมพร้อมส่งมอบล็อตแรกเร็วๆ นี้

        เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2564 นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย เริ่มต้นจาก โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้เป็นสถานที่ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า จากนั้นในสัปดาห์ต่อมา วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ อาทิ องค์ประกอบทางเคมีและความปลอดภัย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 

         เรื่องที่น่ายินดี ทราบว่า ตัวอย่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเราที่จะส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชุดแรกให้แก่รัฐบาลไทยเร็ว ๆ นี้”นายเจมส์ ทีก กล่าว

         ส่วนการรักษาคุณภาพของวัคซีนให้ได้มาตรฐานนั้น วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิตและการจัดส่ง โดยมีการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพวัคซีนในแต่ละรุ่นการผลิตรวมกันมากกว่า 60 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการฉีดวัคซีน และมีการประกันคุณภาพอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน แอสตร้าเซนเนก้าได้สร้างเครือข่ายการวิเคราะห์คุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนที่ผลิตจากทุกแหล่งการผลิตของแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีคุณภาพดีสม่ำเสมอตามมาตรฐานสากล

       นอกจากนี้ แอสตร้าเซนเนก้า ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัคซีนให้ตรงตามมาตรฐานและข้อกำหนดของประเทศไทย

         นายเจมส์ กล่าวเสริมว่า “เป้าหมายของแอสตร้าเซนเนก้าคือการส่งมอบวัคซีนที่มีมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยให้กับรัฐบาลไทยโดยเร็วที่สุด เรากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อทยอยส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศไทย บริษัทฯตระหนักดีถึงความกังวลใจและคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและความพร้อมในการจัดหาวัคซีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยและประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถต่อสู้กับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เลวร้ายนี้ เรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามปณิธานของบริษัทในการนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยแอสตร้าเซนเนก้าจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการผลิตและกระจายวัคซีน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดนี้ โดยไม่หวังผลกำไร” 

 

 การเข้าถึงวัคซีนและประสิทธิผล

       วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงองค์การอนามัยโลก และการได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลกนี้จะช่วยเร่งการเข้าถึงวัคซีนโดยผ่านกลไกการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์สำหรับ 142 ประเทศทั่วโลก

         ผลการทดลองทางคลินิกในผู้เข้าร่วมการทดลอง 60,000 คนและข้อมูลการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ผู้รับวัคซีนสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดีและวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป รวมไปถึงองค์การอนามัยโลกให้ข้อสรุปว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้นมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์

ประเดิมฉีดเข็มแรก! วัคซีนแอสตราเซเนกา 

รุ่นผลิตในประเทศไทย

           “อนุทิน” พร้อมผู้บริหารให้กำลังใจฉีดวัคซีนแอสตราฯ ล็อตแรก มิ.ย. รุ่นผลิตในไทย ประเดิมฉีดแล้วคนแรก ขณะที่ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ร่วมฉีดด้วย พร้อมเชิญชวนคนไทยฉีดวัคซีนแอสตราฯ มีมาตรฐานไม่แตกต่างจากการผลิตต่างประเทศ

           ตามที่บริษัท แอสตราเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามอบวัคซีนโควิดให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุขที่ผลิตจากบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ล็อตแรกจำนวน 1.8 ล้านโดส ซึ่งเป็นไปตามแผนการกระจายวัคซีนเดือน มิ.ย. 2564 และพร้อมกระจายให้แก่พื้นที่ต่างๆนั้น

       เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.2564 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมชมการฉีดวัคซีนโควิดให้แก่บุคลากรข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และประชาชนบางส่วนที่มีการลงทะเบียนล่วงหน้าแบบ On Site ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยในการฉีดครั้งนี้ ได้นำวัคซีนแอสตราฯ มาประเดิมล็อตการผลิตภายในประเทศไทยด้วย ซึ่งหนึ่งผู้ได้รับการฉีดยังมีนพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอามัยโลกประจำประเทศไทย

        นางจุไรรัตน์ เรวงค์ อายุ 69 ปี ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกาเป็นคนแรกจากล็อตแรกที่จัดส่งในเดือน มิ.ย.64 ให้สัมภาษณ์หลังฉีดวัคซีน ว่า ไม่ได้รู้สึกกลัวกับการฉีดวัคซีนเลย แต่กลับรอว่าจะได้ฉีดเมื่อไหร่ ซึ่งการมาครั้งนี้ ตนได้ลงทะเบียนการฉีดไว้ล่วงหน้าแบบ On Site จึงไม่รู้ว่าจะเป็นวัคซีน

แอสตราฯมาก่อน แต่พอรู้ว่ามาวันนี้ได้รับการฉีดด้วยแอสตราฯ รู้สึกดีใจมาก เพราะใจจริงอยากฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้ เนื่องจากได้ศึกษาข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ หลายแห่ง ก็ทราบว่า เหมาะกับผู้สูงอายุ และแม้ข้อมูลล่าสุดบอกว่าซิโนแวคก็ใช้ได้ แต่ส่วนตัวก็อยากได้แอสตราฯอยู่ดี ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนขณะนี้ตนก็ไม่มีอาการอะไร ตอนฉีดก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บบริเวณที่ฉีดเลย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายแดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดแอสตราเซนเนกา รุ่นการผลิตในประเทศไทย โดยมีนพ.เกียรติภูมิ ปลัดสธ. เป็นผู้ฉีดให้

        นพ.แดเนียล กล่าวว่า รู้สึกประทับใจ และรู้สึกตื่นเต้นมากที่วันนี้ได้รับวัคซีนจากแอสตราเซนเนกา รุ่นที่มีการผลิตในประเทศไทย ตนมั่นใจว่าวัคซีนที่ผลิตที่นี่มีประสิทธิภาพเหมือนกับรุ่นที่มีการผลิตในต่างประเทศ ที่สามารถป้องกันการเกิดอาการรุนแรง และลดอัตรการเสียชีวิตได้ จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคนมาฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดอัตราการติดเชื้ออัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

         แอสตราเซเนกา พีแอลซี (อังกฤษ: AstraZeneca plc) เป็นบริษัทยาและชีวเภสัชภัณฑ์ของอังกฤษ-สวีเดน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 2019 แอสตราเซเนกาเป็นบริษัทยาที่ใหญ่เป็นอันดับ 12 ของโลก โดยอิงจากยอดขายในปี ค.ศ. 2018[3]

         แอสตราเซเนกาก่อตั้งในปี ค.ศ. 1999 จากการควบรวมกิจการระหว่างแอสตรา เอบี บริษัทยาจากสวีเดนและ

บริษัทเซเนกา บริษัทยาจากสหราชอาณาจักร[4] ในปีเดียวกัน แอสตราเซเนกาตั้งสำนักงานในสหรัฐอเมริกาที่นอร์ธวิลมิงตัน

รัฐเดลาแวร์[5] ในปี ค.ศ. 2006 แอสตราเซเนกาซื้อกิจการแคมบริดจ์แอนติบอดีเทคโนโลยี บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากอังกฤษด้วยมูลค่า 702 ล้านยูโร และรวมกิจการกับ

เมดอิมมูน บริษัทลูกที่เข้าซื้อกิจการในปี ค.ศ. 2007 ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 แอสตราเซเนกาซื้อกิจการอะไมลิน บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์จากอเมริกัน[8]

         ในปี ค.ศ. 2020 แอสตราเซเนการ่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดประกาศว่า AZD1222 วัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พัฒนาขึ้นประสบความสำเร็จในการป้องกันโรค 70% และประสิทธิภาพในการป้องกันโรคจะเพิ่มเป็น 90% หากได้รับครึ่งโดสแล้วได้รับอีกหนึ่งโดสในช่วงเวลา 1 เดือนหลังได้รับวัคซีนชุดแรก

           แอสตราเซเนกาพัฒนาและผลิตยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร, โรคหัวใจหลอดเลือด, โรคปอด, โรคระบบประสาท, โรคติดเชื้อ, การอักเสบ, มะเร็ง และความผิดปกติทางจิต

       คซีนแอสตร้าเซเนก้า : ทำความรู้จักหัวหน้าทีมพัฒนาของอ็อกซ์ฟอร์ดที่ได้รับเครื่องราชฯ จากควีนขณะเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮัลล์ ประเทศอังกฤษ ดร.ซาราห์ กิลเบิร์ต เกือบถอดใจ ไม่อยากทำงานสายชีวเคมีอีกแล้วเพราะเธอไม่ชอบมุ่งความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ เหมือนนักวิทยาศาสตร์คนอื่นแต่แล้วเธอก็ตัดสินใจให้โอกาสกับอาชีพนี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเธอไม่ตัดสินใจเช่นนั้น เราอาจไม่มีวัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซเนก้าเพื่อต่อสู้กับโควิดอยู่ในตอนนี้

         และล่าสุดหัวหน้าทีมวิจัยวัคซีนของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดผู้นี้ก็เพิ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวิน ซึ่งสำหรับผู้หญิงใช้ว่า "เดม" (Dame) (เซอร์ หรือ Sir สำหรับผู้ชาย) จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

         นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน บอกว่ารายชื่อผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสหราชอาณาจักรเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นการอุทิศให้กับผู้คนที่ทุ่มเทให้กับประเทศ

         ดร.กิลเบิร์ต ได้รับเครื่องราชฯ นี้พร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่ออกซ์ฟอร์ดอีก 6 คนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาวัคซีนตัวนี้ เธอบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะตระหนักว่า "มีคนจำนวนมากที่ทำงานหนักเพื่อพัฒนา ผลิต และทดลองวัคซีนตัวนี้ขึ้นมา และก็ผู้คนที่ทำงานในโครงการฉีดวัคซีนตอนนี้ด้วย"

อาการแบบไหนที่ต้องระวังหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

           ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย เปิดประสบการณ์ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า วิจัยชี้วัคซีนไฟเซอร์-แอสตร้าเซนเนก้า มีประสิทธิภาพต้านโควิดสายพันธุ์อินเดียในอังกฤษ

เธอคือใคร

Prof Sarah Gilbert

          ดร.กิลเบิร์ต เกิดที่เมืองเคตเทอริง มณฑลนอร์ทแฮมตันเชียร์ เมื่อเดือน เม.ย. ปี 1962 พ่อเธอทำงานในธุรกิจขายรองเท้า ส่วนแม่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ

         หลังจบปริญญาเอกเธอไปทำงานในศูนย์วิจัยของโรงงานผลิตเบียร์ก่อนที่จะไปทำงานต่อในภาคสาธารณสุข เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน แต่กลางทศวรรษ 1990 ก็ได้มาเป็นนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วิจัยเรื่องพันธุกรรมของเชื้อมาลาเรีย ก่อนที่จะเริ่มวิจัยวัคซีนสำหรับโรคมาลาเรีย

        จากนั้น ศ.กิลเบิร์ต ก็มีตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนได้มาเป็นศาสตราจารย์ประจำสถาบันเจนเนอร์ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านวัคซีน เธอก่อตั้งกลุ่มวิจัยของตัวเองขึ้นมาเพื่อพยายามสร้างวัคซีนไข้หวัดใหญ่ซึ่งจะป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ทุกสายพันธุ์

         ในปี 2014 เธอนำทีมวิจัยทดลองวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นครั้งแรก และเมื่อเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโรคเมอร์ส (MERS) เธอก็เดินทางไปซาอุดีอาระเบียเพื่อพยายามคิดค้นวัคซีนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์นี้

         ตอนที่กำลังทดลองวัคซีนนี้ในระยะที่สอง ก็เกิดการระบาดของโควิด-19 ขึ้นในช่วงต้นปี 2020 ตอนนั้นเอง ศ.กิลเบิร์ต ตระหนักว่าเธออาจจะใช้วิธีเดียวกันในการจัดการกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้

         "เราทำได้เร็วมาก" ศ.เทเรซา แลมบ์ เพื่อนร่วมงานของเธอที่ออกซ์ฟอร์ด กล่าว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์จีนเผยแพร่โครงสร้างของไวรัสตัวใหม่ "ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น เราก็แทบจะออกแบบวัคซีนเสร็จเรียบร้อยแล้ว"

           ศ.แลมบ์ เพื่อนร่วมงานของ ศ.กิลเบิร์ต ที่ออกซ์ฟอร์ด ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นโอบีอี (OBE - Order of the British Empire)

          เราเห็นได้จากนิสัยการทำงานของ ศ.กิลเบิร์ต ว่าเธอพยายามมากแค่ไหนที่จะพัฒนาวัคซีนเพื่อช่วยคนทั่วโลกให้ได้เร็วที่สุด ศ.แลมบ์บอกว่า ศ.กิลเบิร์ตทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึกดื่น โดยบางทีได้อีเมลจากเพื่อนตั้งแต่ตี 4

             หลังจากนั้น ทีมออกซ์ฟอร์ดใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ในการผลิตวัคซีนที่สู้กับโควิดได้ในห้องทดลอง ก่อนที่จะผลิตวัคซีนชุดแรกออกมาต้นเดือน เม.ย. เธอบอกว่ามันเป็นการพัฒนาทีละก้าวเล็ก ๆ ไม่ใช่การค้นพบครั้งใหญ่แค่ทีเดียว

            "ตั้งแต่แรกแล้ว เราเห็นว่ามันเป็นการแข่งขันกับไวรัส ไม่ใช่กับผู้พัฒนาวัคซีนรายอื่น ๆ" ศ.กิลเบิร์ต เคยกล่าวก่อนหน้านี้ "เราเป็นมหาวิทยาลัย ไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อเงิน"

          เพื่อนที่มหาวิทยาลัยและเพื่อนร่วมงานของเธอบอกว่า ศ.กิลเบิร์ต เป็นคนเงียบ ๆ มุ่งมั่น และแข็งแกร่ง

         จากแถลงการณ์ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ศ.กิลเบิร์ต บอกว่าถือรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง "ฉันทำงานเพื่อการพัฒนาวัคซีนสำหรับเชื้อโรคระบาดมาหลายปี และในช่วง 17 เดือนที่ผ่านมา สามารถดึงจากสิ่งที่เรียนรู้มาทั้งหมดเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ได้ ฉันโชคดีมากที่ได้ทำงานกับทีมที่เก่งและทุ่มเทที่ทำให้พัฒนาวัคซีนขึ้นมาได้เร็วมากกว่าที่ใครคิดว่าจะเป็นไปได้"

 ‘ซิโนฟาร์ม’ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ไม่อยากรอ

            ขณะที่ประเด็นเรื่องซิโนแวคกับแอสตราเซเนกายังคงเป็นที่ถกเถียง วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดหาวัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้ามาบริการประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

           วันที่ 28 พฤษภาคม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงว่าคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนยี่ห้อ ‘ซิโนฟาร์ม’ (Sinopharm) จากประเทศจีน ที่นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด

         วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ได้รับการอนุมัติจาก อย. แล้ว มีทั้งหมด 5 ยี่ห้อ คือ แอสตราเซเนกา, ซิโนแวค, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, โมเดอร์น่า และซิโนฟาร์ม ที่เพิ่งผ่านการอนุมัติรายล่าสุด โดยผู้ประสงค์รับวัคซีนซิโนฟาร์มต้องฉีด 2 เข็ม ในระยะเวลาห่างกัน 28 วัน

         ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะเป็นผู้ดำเนินการนำเข้าและบริหารจัดสรรวัคซีนให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจจัดซื้อ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ระบุว่า จะเริ่มนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวน 1 ล้านโดส ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

          ซิโนฟาร์มถือเป็นวัคซีนทางเลือกตัวที่ 5 ในประเทศไทย จะทำงานคู่ขนานไปกับวัคซีนของรัฐบาล เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในสังคม และยืนยันว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่แสวงหากำไรแน่นอน”

           อย่างไรก็ตาม ซิโนฟาร์ม มีฐานการพัฒนาและคิดค้นวัคซีนอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือ บริษัทที่จดทะเบียนในกรุงปักกิ่งกับการจดทะเบียนที่อู่ฮั่น ซึ่งบริษัทในปักกิ่งผลิตวัคซีนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรอง และมีการใช้วัคซีนดังกล่าวแล้วกว่า 41 ประเทศทั่วโลก ส่วนอู่ฮั่นยังไม่ได้รับการรับรองจาก WHO และยังมีการใช้ฉีดอยู่แค่ในประเทศจีนเท่านั้น

         ประชาชนที่ทราบข่าวการนำเข้าซิโนฟาร์ม เริ่มสับสนว่าตกลงแล้ววัคซีนที่จะเข้าไทยในเร็วๆ นี้ เป็นวัคซีนตัวที่ได้รับการรับรองจาก WHO หรือไม่ เนื่องจากบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ถือลิขสิทธิ์ซิโนฟาร์มของอู่ฮั่น ส่วนบริษัท วีโนวา อินเตอร์เนชั่นแนล ถือลิขสิทธิ์ซิโนฟาร์มของปักกิ่ง โดย นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า วัคซีนที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ในไทย ผลิตโดยสถาบันชีววัตถุในกรุงปักกิ่ง

 

ประเด็นพิจารณาตามหลักธรรม

เรื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

    คนเราแต่ละคนจะต้องพบกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย กว่าจะได้เกิดมาและมีชีวิตอยู่รอดมาบนโลกใบนี้ ตามหลักธรรมถือว่าเป็นผู้มีบุญมากแล้ว เพราะหลายรายตาย ไม่ว่าจะตายจากการแท้งลูกของแม่ ตายตอนเป็นทารก เชื้อไวรัสมาติด หรือตายจากอุบัติเหตุก็มีมาก ดังนั้น เราที่มีชีวิตรอดมาได้จนปัจจุบัน เราได้เกิดมาพบโรคแปลกประหลาดเข้ามา จะเป็นโรคห่า หรือโรคอะไรก็ชั่งเถอะ ซึ่งได้ทำลายชีวิตคนไปมากต่อมา ทำให้ผู้คนต้องทนลำบากต่อการเป็นอยู่และจะต้องใส่แมสก์ เว้นระยะห่าง ขาดสภาพคล่องในการทำมาหากิน จนรัฐบาลหลายประเทศต้องนำเงินมาแจกให้เยียวยา เพราะขาดสภาพคล่องในการทำมาหากิน ผู้คนต้องกักตัวอยู่กับบ้าน จนถึงกับมีการพูดล้อเลียนกันว่า แต่ก่อน “รวมกันเราอยู่ แยกกัน เราตาย” แต่ปัจจุบัน “รวมกันเราตาย แยกกันเราอยู่” ก็มี (ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่หรอก เพราะรวมกัน หมายถึงความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ต่างหาก ไม่ใช่มาจุ้มหัวกันอยู่)         สรุปก็คือชาวโลกกำลังเกิดความโกลาหลกับโรคห่าตัวนี้อยู่และตอนนี้สถิติก็มีแต่เพิ่ม ลดก็จำนวนน้อย ทั้ง ๆ แต่ก่อนหน้านี้เพิ่มน้อย ลดมาก แต่กลับเพิ่มมากลดน้อย 

       ด้วยเหตุดังกล่าว ทั่วโลกจึงกำลังหาวิธีป้องกัน โดยการหาวัคซีนมาฉีดป้องกันโควิด แต่เหตุการณ์ที่พบหลังฉีดวัคซีน มีหลายรายพบผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนแอสตราเซเนก้า หรือซีโนแวคถึงกับเสียชีวิตก็เยอะทำให้เกิดการหวาดกลัวกันจนไม่อยากจะรับการฉีดก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ของคนเราที่รักชีวิต ยังไม่อยากตายในวัยที่ยังไม่สมควรตาย หรือตายเพราะการฉีดวัคซีน ถึงการพูดว่า ไม่กลัวโควิดแล้วแต่กลัววัคซีน ว่างั้นเถอะ เป็นธรรมดาของคนรักตัวกลัวตาย ทราบว่า ต่อมารัฐบาลใจป้ำถึงกับยอมจ่ายเงินเยียวยารายละไม่เกิน 400,000 บาท ถ้าพบว่าใครก็ตามที่ฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิตไม่ว่าจะตายในวันฉีดหรือตายในระยะต่อมานิดหน่อย ก็ยอมจ่าย หรือไม่ตายหากพบว่ามีผลข้างเคียง ก็จะได้รับค่าเยียวยาตามแต่กรณี ทั้งนี้ เพราะไม่อยากเห็นเชื้อไวรัสโควิด 2019 อยู่บนโลกใบนี้ อยากให้ล้มหายตายจากโลกนี้โดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาโรคหลายโรคหลังจากได้ฉีดวัคซีนแล้ว โรคเหล่านั้นได้ล้มหายตายจากไปจากโลกใบนี้แล้ว เช่น กาฬโรคแห่งจัสติเนียน  กาฬมรณะ ไข้ทรพิษ (Smallpox) หรือโรคฝีดาษ เกิดจากเชื้อไวรัสวาริโอลา (Variola Virus หรือ VARV) เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่ 15 เมื่อคนจากยุโรปเดินทางไปยังอเมริกาได้นำโรคฝีดาษไปแพร่ระบาดแก่คนพื้นเมืองอินเดียนแดงที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ทำให้ต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ก่อนจะแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคของการเดินทางสำรวจโลกและล่าอาณานิคม

         ตลอดระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาด ไข้ทรพิษคร่าชีวิตชนพื้นเมืองอเมริกันมากถึง 90-95% ส่วนในยุโรป ช่วงศตวรรษที่ 1800 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ถึงปีละกว่า 400,000 ราย หากรวมตลอดเวลาหลายร้อยปีของการแพร่ระบาด ไข้ทรพิษคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปไม่น้อยกว่า 56 ล้านคนจนช่วงปลายศตวรรษที่ 18 

เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) นายแพทย์ชาวอังกฤษสังเกตว่า หญิงรีดนมวัวที่ติดเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงน้อยกว่าที่มีชื่อเรียกว่าฝีดาษวัว (Cowpox) ไม่เคยป่วยเป็นไข้ทรพิษหรือโรคฝีดาษเลยสักครั้ง เขาจึงได้ศึกษาและทดลองโดยการนำหนองจากแผลของผู้ป่วยฝีดาษวัวใส่เข้าไปใต้ผิวหนังของเด็กชายอายุ 9 ขวบ แล้วจึงนำเชื้อไข้ทรพิษเข้าสู่ร่างกายของเด็กชายคนนี้ ปรากฏว่าเด็กชายไม่มีอาการล้มป่วยด้วยโรคร้าย เป็นข้อพิสูจน์ว่าเชื้อฝีดาษวัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กชาย ซึ่งต่อมา ผลการทดลองนี้ได้รับการเผยแพร่สู่วงวิชาการแพทย์ และมีการเรียกวิธีสร้างภูมิคุ้มกันนี้ว่า “วัคซีน” (vaccine) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำในภาษาละตินว่า “vacca” ที่แปลว่าวัว

         สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันว่าจะตัดสินใจฉีดหรือไม่ฉีดก็มีวิธีตัดสินใจง่าย ๆ คือ ถ้าเคยมีประวัติการแพ้ยาวัคซีนหรือมีอาการผิดเงื่อนไขที่จะฉีดวัคซีนตัวนั้น ก็ไม่ควรฉีด ก็บอกกับหมอหมอจะได้พิจารณาจัดให้ แต่ก็ต้องรักษาตัวให้ดี ส่วนรายที่ไม่มีอาการตามที่ผิดเงื่อนไข ก็สมควรฉีด เพราะวัคซีน คือ ผลิตผลที่ประกอบด้วยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ถูกฆ่าหรือทําให้มีฤทธิ์อ่อนแรงจนไม่เป็นอันตราย สําหรับฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเกิดจากเชื้อนั้น ๆ (อ. vaccine) ได้ผ่านการวิเคราะห์ วิจัยจากผู้เชี่ยวชาญ และการผ่านทดสอบมาแล้วว่าจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย ผลที่อาจเกิดได้มันก็อาจจะมีบ้าง ทั้งนี้เพราะงานวิจัยไม่ว่าสังคมศาสตร์ ก็อาจจะให้มีการยอมรับได้ที่การคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 5 หรือ 0.05 หรืองานวิจัยทางการแพทย์ อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างที่ระดับไม่เกินร้อยละ 1 หรือ 0.01 ทำนองนี้ คงไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ก็ถือเสียว่า เขาหวังดีต่อเรา ไม่หวังร้ายหรือนำวัคซีนมาฆ่าเรา คงไม่มี เพราะไม่เช่นนี้นก็จะผิดจรรยาบรรณแพทย์ ดังนั้น การฉีดวัคซีน จะให้มีการรับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่ตายหรือไม่มีผลข้างเคียงหลังฉีดแล้ว ส่วนตัวผม พูดตามตรง คงไม่มีใครที่จะกล้าพูดเช่นนั้น เพราะอะไรมันไม่แน่นอนร่อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทุกอย่างอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่ก็น้อยมาก ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ ถือว่าเป็นเวรกรรมหรือกรรมเก่าเราที่อาจจะได้ทำไว้แต่ปางก่อนก็แล้วกัน ขอบอกย้ำว่า ตัวผมเองได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 จุดฉีดที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อาคารสุรพัฒน์ 2 ดูอาการตอนนี้ ก็ยังปกติดีอยู่ ยังไม่พบผลข้างเคียงแต่อย่างใด เพราะผมได้ปฏิบัติตนเป็นอย่างดีก่อนไปฉีดตามที่เขาประกาศบอก คือนอนพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้อิ่มไม่ดื่มของมึนเมา ฉีดแล้วก็ให้ดื่มน้ำมากพอประมาณทำนองนี้แหละ ก็ปกติดีครับ สวัสดีสำหรับธรรมะยามราตรีวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

-------------
แหล่งข้อมูล

https://hdmall.co.th/c/covid-vaccine-astrazeneca

https://www.hfocus.org/content/2021/05/21603

https://www.hfocus.org/content/2021/06/21813

https://bit.ly/3cTRQFz

https://www.bbc.com/thai/international-57453998

https://workpointtoday.com/astrazeneca-2/

https://www.thairath.co.th/news/2103647

https://www.thairath.co.th/news/2103647

https://www.thairath.co.th/news/politic/2087643

https://news.thaipbs.or.th/content/304941

https://bit.ly/3vGJxUi