บทความ What history tells you about post-pandemic booms ในนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ฉบับวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔ (๑) บอกเราว่าโลกเราเผชิญการระบาดใหญ่ระลอกแล้วระลอกเล่า การระบาดของโควิด ๑๙ คราวนี้เป็นหนึ่งในระลอกเหล่านั้น เขาชี้ให้เห็นว่าหลังการระบาดใหญ่สงบ เศรษฐกิจและสังคมจะบูม มีตัวอย่างการระบาดใหญ่ของอหิวาตกโรคในฝรั่งเศสปี 1830 หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็เข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมตามหลังอังกฤษ
อหิวาต์ระบาดครั้งนั้น กับโควิดระบาดครั้งนี้ก็เหมือนกันในแง่ที่กลุ่มคนจนได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ในบทความมีกราฟแสดงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศ G7 ปี 2021 จะเติบโตกว่าช่วงปี 2016-2019 หลายเท่า เขาบอกว่า นี่คือรูปแบบที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ หลังสงครามหรือการระบาดใหญ่ เศรษฐกิจจะบูมเสมอ โดยมีคาดการณ์หลังวิกฤติอีก ๓ ประการ (๑) แม้คนจะออกจากบ้านไปจับจ่าย แต่ความรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยยังคงอยู่ (๒) วิกฤติชักนำให้ธุรกิจและผู้คนดำเนินกิจการในรูปแบบใหม่ๆ และ (๓) การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมักเกิดขึ้น นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
เขาบอกว่าในช่วงวิกฤติคนจะประหยัดและออมเงิน ซึ่งเกิดขึ้นชัดเจนในปี ๒๕๖๓ หลังวิกฤติยุติคนจะจ่ายมากขึ้น การจ้างงานเพิ่ม คนมีพฤติกรรมแปลกๆ และกล้าเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีจะเข้าแทนแรงงานคนเร็วขึ้น เพราะเครื่องจักรไม่ติดโรค ไม่แพร่เชื้อ แต่ค่าแรงจะเพิ่มขึ้น
งานวิจัยบอกว่า การระบาดของโควิดทำให้ผู้คนต่อต้านความไม่เท่าเทียม และอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเมือง เขาบอกว่า การระบาดของอีโบลา ซาร์ส และซิกา ใน ๑๓๓ ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ได้ก่อความไม่สงบทางสังคมและการเมืองเพิ่มขึ้นมาก
โปรดสังเกต ความรุ่งโรจน์หลังการระบาดใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศรวย ความปั่นป่วนทางสังคมและการเมืองจะเกิดขึ้นในประเทศยากจน ผมเดาว่า ในประเทศเดียวกัน คนรวยจะรวยขึ้น คนจนจะยากลำบากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความล้มเหลวของตลาดในยุคทุนนิยม ผมมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
วิจารณ์ พานิช
๒๐ พ.ค. ๖๔
ตอนนี้ขอให้รอดพ้นจากโควิดให้ได้ก่อนนะคะ หวังว่าหลังจากวิกฤติ เราคงมีโอกาสนะคะอาจารย์