การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ด้วยธรรมมีอุปการะมาก


ถ้าเราทำอะไรด้วยการกำหนดสติ ระลึกได้ขณะทำ ขณะพูด ขณะคิด และรู้ตัวอยู่เสมอ ขณะทำ ขณะพูด ขณะคิด จะทำให้เราไม่หลงลืมอะไรง่าย ๆ เราก็จะไม่เป็นโรคโรคอัลไซเมอร์ หรือเป็นคนขี้หลงขี้ลืมนั้นเอง

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ด้วยธรรมมีอุปการะมาก

ดร. ถวิล อรัญเวศ

              การที่เรา มักหลงจะลืมสิ่งของเป็นประจำ โดยจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหนและคิดว่ามีคนมาขโมยไป  สับสนเรื่องเวลา สถานที่ กลับบ้านไม่ถูก  ปัญหาเรื่องการพูด ลืมหรือเรียกสิ่งของไม่ถูก พูดคำหรือประโยคซ้ำ ๆ ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ กิจกรรมประจำวัน งานอดิเรก  จำบุคคลที่เคยรู้จัก เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ คิดว่าเป็นคนแปลกหน้า ปัญหาเรื่องการนับหรือทอนเงิน การใช้โทรศัพท์ พฤติกรรมที่อาจเกิดปัญหายุ่งยาก เช่น ออกนอกบ้านเวลากลางคืน พฤติกรรมก้าวร้าว ไม่สนใจดูแลความสะอาดของตัวเอง เช่น แปรงฟันไม่เป็น อาบน้ำไม่เป็น ถ้าท่านเองหรือหากพบว่ามีผู้สูงอายุในครอบครัวของท่านมีปัญหาดังกล่าวข้อใดข้อหนึ่ง หรือมากกว่า อาจเป็นไปได้ว่าผู้สูงอายุท่านนั้น กำลังเผชิญกับโรคอัลไซเมอร์หรืออาจมีปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ ก็ได้

 

9 วิธีป้องกัน “อัลไซเมอร์” ตามหลักจิตแพทย์

      ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการสมองเสื่อมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จิตแพทย์แนะนำ 9 ข้อสำคัญ ดังนี้

      1.ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะส่งผลต่อสมอง

      2.ควรระมัดระวังเรื่องการใช้ยา ไม่ควรรับประทานยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาทุกครั้งและควรนำยาที่รับประทานเป็นประจำไปให้แพทย์ดูด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการสั่งยาซ้ำซ้อน

      3.ควรระมัดระวังอุบัติเหตุที่จะส่งผลกระทบกระเทือนศีรษะ

       4.ผู้สูงอายุที่เดินลำบากควรมีคนดูแล เช่น เวลาเข้าห้องน้ำควรมีคนไปเป็นเพื่อน เพราะอาจเกิดการลื่นหกล้มหัวฟาดในห้องน้ำได้

      5.ผู้เข้าสู่วัยสูงอายุควรหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และไม่ควรลืมเจาะเลือดเพื่อตรวจหาโรคเบาหวานและโรคไขมันในเลือดสูง

      6.ตรวจเช็คความดันเลือดสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด หากพบว่าเป็นความดันโลหิตสูงก็ต้องปฏิบัติตนตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะมีผลกระทบต่อภาวะสมองเสื่อมได้

      7.ควรออกกำลังกายเป็นประจำ สำหรับผู้สูงอายุไม่ควรหักโหมจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดโทษได้

      8.ควรหากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ หมั่นเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามสมควร

      9.เมื่อสังเกตว่าตนเองเริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ มากผิดปกติ หรือมีอาการบ่งชี้อื่น ๆ ที่น่าสงสัยก็ควรรีบไปพบประสาทแพทย์ หรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุทันที

 

ธรรมมีอุปการะมาก

      ธรรมมีอุปการะมาก 2 อย่าง คือ สติ ความระลึกได้ สัมปชัญญะ 

ความรู้ตัวอยู่เสมอ

      สติ ระลึกนึกได้ก่อนแล้วจึงทำ จึงพูด จึงคิด บุคคลผู้ที่ทำผิด พูดผิด คิดผิด ก็เพราะขาดสติ

      สติ คิดตกลงใจไว้แล้ว แม้ล่วงกาลเวลาช้านาน ก็ระลึกนึกถึงกิจที่ได้ทำ คำที่ได้พูด เรื่องที่ได้คิดไว้นั้นได้ ไม่ลืมเลือน

      คนที่พูดแล้ว ลืมง่าย ไม่อาจนำมาเทียบเคียงกับกิจที่จะทำ คำที่จะพูด เรื่องที่จะคิดต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายได้ เพราะขาดสติ

     สัมปชัญญะ ความรู้ตัวขณะที่กำลังทำ กำลังพูด กำลังคิด คือรู้สึกตัวอยู่เสมอว่ากำลังทำ พูด และคิดอะไรอยู่ กล่าวคือทำ พูด คิดถูกก็รู้ หรือทำ พูด คิดผิดก็รู้

     เมื่อรู้ว่ากำลังทำ พูด คิดถูก ก็ให้ทำ พูด คิดอย่างนั้น ๆ ต่อไป เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังทำ กำลังพูด กำลังคิดในทางที่ผิด ก็ให้หยุดเสีย ไม่ให้ทำ พูด คิดอย่างนั้น ๆ ต่อไปอีก

     ความรู้สึกตัวอยู่เสมอว่า ตนมีภาวะเป็นอย่างไร มีหน้าที่ มีกิจที่จะต้องทำอะไรบ้าง ก็ให้ปฏิบัติให้สมกับภาวะและหน้าที่ที่ตนเป็นอยู่และมีอยู่นั้นๆ ไม่บกพร่อง ไม่ผิดพลาด บริบูรณ์ดี เพราะมีสัมปชัญญะควบคุมอยู่

     บุคคลที่บกพร่องต่อหน้าที่ มีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งแก่ตนและคนอื่น เพราะขาดสัมปชัญญะ ไม่มีความรู้สึกตัวอยู่เสมอว่า กำลังทำ กำลังพูด กำลังคิดอะไรอยู่ จึงทำให้ทำ พูด และคิดไปในทางที่ผิด เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนและคนอื่น สติและสัมปชัญญะนี้จึงมีประโยชน์แก่ทุกคน

     สติที่เป็นเครื่องระลึก ก่อให้เกิดความนึกคิด ก่อนจะทำ ก่อนจะพูด

เป็นเบื้องต้น เป็นเหตุให้รอบคอบ สามารถที่จะประกอบกิจน้อยใหญ่ให้เป็นไปด้วยดี ไม่มีความผิดพลาด  ส่วนสัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่เสมอขณะทำ

ขณะพูด ขณะคิด ไม่ทำอะไรผิดพลาดได้เมื่อมีสติ และสัมปชัญญะ

     

การป้องกันโรค“อัลไซเมอร์” ด้วยธรรมมีอุปการะมาก

    1.ฝึกกำหนดสติอยู่เสมอ ระลึกได้ขณะทำ ขณะพูด ขณะคิด ทุกอิริยาบถ โดยการทำสมาธิจิตขณะออกจากบ้าน ขณะไปทำงาน  ขณะทำงาน หรือขณะโดยสารรถ

    2. ฝึกให้มีการรู้ตัวอยู่เสมอ รู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ทุกอิริยาบถ

    3. ฝึกสังเกตตนเองในอิริยาบถต่าง ๆ   

    4. ฝึกสมองทบทวนความจำในแต่ละวันว่าทำอะไรมาบ้าง มีสิ่งใดที่อาจจะเป็นเหตุตั้งอยู่ในความประมาท

ให้ระมัดระวังต่อไป

   5.ระลึกได้ขณะกิจกรรมอะไร โดยเฉพาะการนำสิ่งของมีค่าเก็บไว้ ควรฝึกจดจำว่า เราวางไว้ตรงไหน กันลืม

และรู้ตัวว่าเราเก็บไว้ตรงไหน

สรุป

    ถ้าเราทำอะไรด้วยการกำหนดสติ ระลึกได้ขณะทำ ขณะพูด ขณะคิด และรู้ตัวอยู่เสมอ ขณะทำ ขณะพูด ขณะคิด จะทำให้เราไม่หลงลืมอะไรง่าย ๆ เราก็จะไม่เป็นโรคโรคอัลไซเมอร์ หรือเป็นคนขี้หลงขี้ลืม

นั้นเอง

 

 

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9550000124043

หมายเลขบันทึก: 691021เขียนเมื่อ 10 มิถุนายน 2021 01:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2021 01:51 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี