วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติโควิดระลอกสาม สมาชิก PLC Coaching ชุมนุมครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง ออนไลน์ เข้าเยี่ยมดูงานโรงเรียนเพลินพัฒนา แบบดูงานเสมือน ตั้งแต่เวลา ๘.๓๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจเต็มอิ่ม
ผมสรุปว่า เป็นการเรียนรู้ School Quality Management Platform หรือระบบจัดการคุณภาพโรงเรียน ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของการคิดทฤษฎีหรือหลักการ และใช้เวลา ๑๗ ปีพัฒนาขึ้นมาให้เป็นระบบที่มีชีวิต
ย้ำว่าเป็น “ระบบที่มีชีวิต” เพราะมันจะพัฒนาต่อเนื่องได้เรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด โดยมี ๓ ระบบย่อย ที่ผู้ออกแบบคือครูปาด (ศีลวัต ศุษิลวรณ์) เรียกว่า QM 1, QM 2 และ QM 3 ดังแผนภาพ

สามประสานของระบบย่อยนี่แหละที่ทำให้เกิด “การเสริมพลัง” (synergy) ทำให้กิจกรรมที่ซับซ้อนและเป็นพลวัตนี้ ดำเนินการไปอย่างเลื่อนไหล ดูเสมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ และไม่เกินกำลังของครู
เคล็ดลับอยู่ที่รอยต่อ หรือการเชื่อมประสานระหว่าง ๓ ระบบย่อย ที่เป็นการเชื่อมประสานแบบหนุน (empower) ต่อกัน ไม่ใช่แบบควบคุมสั่งการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของทีมฝ่ายวิชาการต่อทีมครูผู้สอน
ทีมครูผู้สอนทำหน้าที่สองอย่างไปพร้อมๆ กัน คือจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน (QM 1) และจัดการเรียนรู้ให้แก่ตนเอง (QM 2) โดยมีตารางเวลาปฏิบัติงานในทั้ง QM 1 และ QM 2 เป็นเวลาทำงานปกติ เคล็ดลับคือ ตารางเวลาปฏิบัติงานนี้แตกต่างกันในแต่ละสัปดาห์ เท่ากับโรงเรียนเพลินพัฒนามีวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่นอยู่ในระบบและโครงสร้างของการปฏิบัติงาน
ย้ำว่า ครูแต่ละคนมีตารางเวลาปฏิบัติงานที่มีเวลาทำ PLC อยู่ในนั้น โดยในการทำ PLC มีเครื่องมือ ๓ ชิ้นคือ KM, Lesson Study, และ R2R เพื่อนำเอาสิ่งที่เกิดขึ้นใน QM 1 มาเรียนรู้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และที่สำคัญคือ อย่างมีชั้นเชิง
“อย่างมีชั้นเชิง” เกิดขึ้นได้เพราะมีระบบ QM 3 หนุน นำโดยครูปาด (ศีลวัต) และครูใหม่ (วิมงศรี ศุษิลวรณ์) กับทีมวิชาการ มีทฤษฎีและโจทย์ใหม่ๆ แนวความคิดใหม่ๆ ป้อนให้ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือการป้อนข้อมูลผลการเรียนรู้ของนักเรียน เพราะเป้าหมายของทั้งสาม QM พุ่งไปที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน
ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์การเรียนรู้เท่านั้น ทีมวิชาการและทีมครูแคร์ความรู้สึกของนักเรียน มีการวัดเจตคติต่อการเรียนแต่ละสาระการเรียนรู้ทุกต้น กลาง และปลายภาคเรียน จึงกล่าวได้ว่าทั้งสาม QM ทำงานเพื่อเป้าหมายคู่แฝดที่นักเรียน คือผลลัพธ์การเรียนรู้ และความสุขในการเรียน
ครูทุกคนจะรอผลเจตคติต่อการเรียนสาระการเรียนรู้ที่ตนสอนอย่างใจจดใจจ่อ ว่าตารางเจตคติจะออกมาเป็นท้อง “ทุ่งหญ้าเขียวขจี” (นักเรียนมีความสุขต่อการเรียน) หรือมี “ดอกดาวเรือง” สีเหลือง (ไม่ค่อยสนุก) แซมมากน้อยแค่ไหน หรือจะพบ “ดอกกุหลาบ” (สีแดง - เบื่อเรียน) มากน้อยเพียงไร
ที่น่าสนใจคือ ครูที่มาเล่า เล่าการเผชิญ “ดอกกุหลาบ” ด้วยท่าทีของผู้เรียนรู้ ใช้วิกฤติเป็นโอกาสคิดหาวิธีจัดการ QM 1 เพื่อให้ในที่สุดแล้ว ตารางเจตคติเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีให้จงได้
ย้ำนะครับว่า QM ทั้งสามมุ่งจัดกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนได้ทั้งผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับสูง และได้ความสุขในการเรียน
สิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากโรงเรียนเพลินพัฒนาคือ ระบบปฏิบัติการไร้ผู้ถูกทอดทิ้ง ซึ่งก็คือระบบค้นหาและช่วยเหลือนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษนั่นเอง โดยมีปัญหาที่ต้องช่วยเหลือ ๖ ด้านคือ (๑) สวัสดิภาพ วามปลอดภัย และสุขภาพ (๒) การเรียนรู้ (๓) การทำงาน (๔) พฤติกรรมส่วนบุคคล (๕) ด้านสังคม (๖) ด้านครอบครัว
มีระบบเฝ้าระวังถึง ๙ จุด ที่มีมาตรการและผู้รับผิดชอบ ดังแผนผัง
กลุ่มผู้รับผิดชอบ ระบบปฏิบัติการไร้ผู้ถูกทอดทิ้ง ได้แก่หัวหน้าช่วงชั้น ครูประจำชั้น และครูแนะแนว
ที่เล่ามานี้เป็นการสรุปหลักการ หัวใจอยู่ที่ภาคปฏิบัติ ที่มีรายละเอียดมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจในบริบทจริง และทักษะในการดำเนินการ ที่ต้องดำเนินการเป็นทีม เป็นระบบ และมีการเรียนรู้และปรับตัว
วิจารณ์ พานิช
๑ พ.ค. ๖๔
640521, Online PLC, Online PLC Coaching, SCBF, EEF, กสศ., ชุมนุมครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง, โรงเรียนเพลินพัฒนา, เพลินพัฒนา