ระบบหลักประกันสุขภาพ ของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ จะมีหลักการที่สำคัญประการหนึ่ง คือประชาชนคนไทยมีสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดี (Goodness) และเป็นธรรม (Fairness) ถ้วนหน้ากัน (Universal Coverage)

     ระบบหลักประกันสุขภาพ ของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ จะมีหลักการที่สำคัญประการหนึ่ง คือประชาชนคนไทยมีสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดี (Goodness) และเป็นธรรม (Fairness) ถ้วนหน้ากัน (Universal Coverage) เราก็มักจะเรียกระบบนี้ว่า UC กันอย่างย่อ ๆ จนติดปาก และรวมไปถึงการพิมพ์หรือเขียนลงในเอกสารราชการอย่างเป็นทางการด้วย ในระบบหลักประกันนี้หากย้อนไปมองที่ประเภทสิทธิ ก็จะมี 3 สิทธิหลัก ๆ คือ สิทธิข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สิทธิประกันสังคม และสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งอย่างหลังจะมีชื่อเล่นว่าสิทธิบัตรทอง ประเด็นที่หนึ่งที่เข้าใจผิดบ่อย ๆ คือ เรามักจะเรียกสิทธิประเภทหลังว่าสิทธิ UC และเมื่อเรียกว่าสิทธิ UC ใคร ๆ ก็พากันเข้าใจว่าหมายถึงสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียว นี่เป็น 1 ประเด็น และเป็นประเด็นเรียกน้ำย่อยก่อน

     ประเด็นที่ 2 ซึ่งจะเป็นประเด็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคที่ใช้ชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน (Community-based Prevention and Promotion Activities) หรือที่เรารู้จักกันในนาม P&P Com ประเด็นนี้ไม่เน้นการอรรถาธิบายในเรื่องการเรียกชื่อ แต่จะลงลึกในประเด็นแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณ กล่าวคือแนวคิดในการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐ และการจัดสรรงบประมาณหมวดนี้ ถูกคิดในลักษณะของการเหมาจ่ายรายหัวประชากร (Per Capita) นับจำนวนเฉพาะสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สิทธิบัตรทอง) เท่านั้น แต่เวลาใช้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เคยนำเสนอต่อสำนักงานกฤษฎีกาเพื่อขอให้ตีความว่าใช้กับใครได้บ้าง ซึ่งสำนักงานกฤษฎีกาได้เคยตีความไว้แล้วว่าต้องนำมาใช้กับประชาชนทุกคนไม่ว่าสิทธิใด ๆ ฉะนั้นที่มากับที่ไปของเงินงบประมาณหมวดนี้ ย่อมมีนัยยะของรายละเอียดที่หน่วยบริการผู้ได้รับโอนงบประมาณมาให้จัดบริการต้องคำนึงถึง เมื่อยามจะจัดสรรงบประมาณจนถึงระบบปฏิบัติการที่เป็นแผนงาน/โครงการต่าง ๆ นั้น จะพิจารณาอย่างไร จะคิดต่อหัวประชากร (Per Capita) จนถึงหมู่บ้าน/ชุมชน เลยไหม แล้วจะเอาประชากรทั้งหมดหรือเฉพาะสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สิทธิบัตรทอง) เท่านั้นที่นำมาคิด สำหรับความเห็นของผม (อาจจะไม่ถูกก็ได้) ว่าหากจะจัดสรรถึงระดับใด ๆ ก็ให้นำเฉพาะสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สิทธิบัตรทอง) มาใช้คำนวณ เน้นว่าเฉพาะการคำนวณเพื่อจัดสรรเท่านั้น แต่ยามจะใช้จริง ต้องใช้กับคนทุกคนไม่ว่าสิทธิใด ๆ

     ประเด็นที่ 3 จะเป็นประเด็นสุดท้ายในบันทึกนี้ คือคำถามของ ผอ.โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง (ยังไม่ได้ขออนุญาตท่านในการอ้างถึงชื่อท่านครับ) ที่ท่านตั้งประเด็นขึ้นไว้ว่า “งบ P&P Com น่าจะจัดสรรโดยดูตามสภาพปัญหา ไม่น่าจะให้ ตามรายหัว” จนสมาชิกในที่ประชุมได้นำมา ลปรร.กับผมต่ออีกทอดหนึ่งว่าเห็นเป็นอย่างไร ผมตอบโดยเร็ว (สำหรับความเห็นของผม ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมดก็ได้) ว่า “เห็นด้วยมากแต่เพียงครึ่งเดียวของทั้งหมด” ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผลต่อว่า เพราะในระดับ CUP (CUP ที่ตั้งประเด็นคำถาม เป็นท้องที่เขตอำเภอหนึ่งในจังหวัดพัทลุง) การจัดสรรงบประมาณต้องเริ่มพิจารณาจากสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาสุขภาพของพื้นที่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่คิดแบบเหมายจ่ายรายหัวจนถึงหมู่บ้าน/ชุมชนทั้งหมด ซึ่งคิดเชิงประเด็นแล้วอาจจะพบว่าเม็ดเงินจะเล็กจนเกินไปจนแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาอะไรไม่ได้เลย

     ในประเด็นที่ 3 นี้ หากพิจารณาให้ดีตรงที่ผมบอกว่า “เห็นด้วยมากแต่เพียงครึ่งเดียวของทั้งหมด” ผมมีเหตุผลว่าการใช้เงินงบประมาณหมวด P&P Com ที่ว่านี้ เราจะเน้นการใช้เพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชน ซึ่งต้องหมายถึงการพัฒนาสุขภาพด้วย ไม่ใช่ใช้เฉพาะการแก้ปัญหาสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่หากใครตีความว่า การแก้ไขปัญหาสุขภาพหมายรวมถึงการพัฒนาแล้วด้วยก็จบไป ไม่ติดใจอะไร ซึ่งในมุมมองผมเองยังมองจากฐานความคิดความเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาสุขภาพ กับการพัฒนาสุขภาพ น่าจะยังรับรู้ต่างกันโดยคนฟังที่ได้ยินคำ 2 คำนี้ จึงได้ตอบว่า “เห็นด้วยมากแต่เพียงครึ่งเดียวของทั้งหมด” ในตอนเย็นของการสนทนากันเมื่อวันนี้ (23 ธ.ค.49) ครึ่งที่เหลือก็ตรงการพัฒนาสุขภาพ เมื่อรวมกันในความเข้าใจแน่แล้ว ก็อยากจะยืนยันว่าเห็นด้วยกับท่าน ผอ.รพ.เป็นอย่างมาก

     บันทึกมาก็เพื่อทบทวนแนวคิดให้ชัดเจน ในระหว่างที่กำลังเขียนบันทึกก็เปลี่ยนชื่อเรื่องเสียใหม่ เพราะเห็นได้ว่าบางครั้งบางทีเราไม่แม่นในแนวคิดหลัก เราก็ไม่แน่ใจ เข้าใจผิด หรือตัดสินใจยาก/ช้า หากแต่แนวคิดแม่นมาก ก็ติดกับดักของแนวคิดเสียเองได้เช่นกัน ติดกรอบจนดิ้นไม่หลุดในบางครั้งบางที บันทึกนี้อาจจะมีให้เห็นทั้ง 2 ส่วนที่ว่าไว้ครับ