ประสบการณ์ นายประกัน ที่ศาลแขวง

พี่ๆนักการละครหลายคน บอกว่าอยากเป็นอาจารย์บ้าง จะได้เอาตำแหน่งมาช่วยประกัน … ตัวเราเองก็เพิ่งระลึกได้ว่า “เชี่ย!! เออ … เราช่วยได้ด้วยนี่หว่า” …. เพิ่งคิดได้หลังจากเบญจ์โพสสเตตัส ในเฟส คืนวาน … รายละเอียดที่ละเอียดจริงๆ ทำให้เอกสารที่เตรียมมาไม่สมบูรณ์ แต่ก็ถือว่ารู้ละว่าถ้าต้องทำอะไรแบบนี้ ต้องตรวจสอบอะไร ยังไง ในเชิงเอกสารบ้าง จะได้ช่วยกันในมุมที่เราทำได้ ขอบคุณ น้องแพน hr คุณเอมมี่ และบิว …หนทางอีกยาวไกล ซ้อมไว้ ใครจะไปรู้ว่าอาจต้องทำหน้าที่ช่วยเป็นนายประกันให้ลูกศิษย์ตัวเองในอนาคต …ให้มันจบที่รุ่นเรา คือถ้าข้าพเจ้า หรือ กรูยังไม่ตาย ก็ถือว่ายังนับอยู่รุ่นเดียวกันนะ 555…ความน่าสนใจเรื่องแรกของวันนี้สำหรับฉัน นอกจากเรื่องนายประกันที่ได้เห็นเอกสารแล้วโอ้โหววว ขนาดนี้เลยหรอวะ เออ ครูพี่ปั๊มกะครูพี่เก้าเสกเอกสารได้ ช่างเริดจริมๆ..เรื่องที่สอง แอบนึกถึงพี่น้อง เพื่อนผอง ลุงป้า น้าพี่ ครูบาอาจารย์นักการละคร ทั้งในสถาบันการศึกษาและในฐานะศิลปิน ที่ส่งกำลังใจมา .. บางทีการไม่ได้มาเห็นเอง อาจทำให้ว้าวุ่นกังวลใจ กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ไมเกรนขึ้น ด่าทอผู้กระทำการต่างๆ นานา .เพียงเพราะว่า เพื่อนศิลปินหลาย ๆ คนที่ถูกจับไป คือด่านหน้า คือทับหน้าปฏิบัติการ ที่มั่นใจเหลือเกินว่าได้รับความเห็นชอบ ได้รับความไว้วางใจ เห็นดีเห็นงาม และยกใจเป็นฉันทามติให้เพื่อนๆ ด่านหน้าเหล่านี้ ได้ปฏิบัติการอย่างสุดใจ… ฉันรู้สึกเอาเองว่า เพื่อนพี่น้องท่านผู้ชมทางบ้านนักการละครทั้งหลาย เหมือนเป็นลมใต้ปีกโอบประคองเพื่อนๆหน้าบ้าน และพร้อมจะเป็นทีมหนับหนุน และมาช่วยทุกเมื่อเมื่อร้องขอ อยู่เบื้องหลัง หลังบ้านอยู่เงียบๆ ด้วยใจเต้นโครมคราม … มีกลุ่มย่อยๆ ที่ยังพอสื่อได้ถึงกันบ้าง ของคนทำงานละครนาม เครือข่ายละครกรุงเทพ ก็ดี ความเคลื่อนไหวจากเพจศิลปะปลดแอก ก็ดี และกลุ่มประชาชนละคร ที่มีพี่น้องรวมตัวกันตั้งกลุ่มไว้เพื่อนัดซ้อมละคร ไปๆกลายเป็นสื่อสารถึงกัน ในวงที่พอจะเอื้อมถึง …ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่าศิลปะ อยู่คู่การขับเคลื่อนทางการเมืองเสมอมา ลองคิดสนุกๆดูสิว่า ทำไม?กันน้าาา …ส่วนตัวคิดว่า ศิลปะมีความ “ขบถ” ในตัวมันเอง เพื่อฉ่าให้เห็นการต่อกลอนอย่างมีชั้นเชิง ไอเดียร์บรรเจิดเฉิดเสน่ห์ ชวนฉงนสนเท่ ใครแค่คิดมาทำร้าย ทำลายศิลปะเชิงสัญญะ แบบไร้สติ อาจจะทำให้ดู ซื่อบื่อ ดูโง่ ดูแย่ ดูดักดาน … หรืออันที่จริง. บางที.บางงาน ศิลปินอาจมิได้คาดฝัน เดาทาง หรือถูกเดาทางกันไม่ถูก .. ความพลาดเล็กๆ ทำให้เกิดเสน่ห์ ความสดต่อหน้าทำให้งานละครเขิงสัผญญะ และงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์อื่นๆ โดดเด่น ยืนโด่…โดยเฉพาะการยกบางประเด็นมาจุดพลุให้เหมาะกับศิลปะแต่ละแขนง .…ถ้าจะเล่าเป็นเรื่องก็ทำละคร เสียดสีก็เอาภาพมาทำเป็นมีมม์ สัญญะตีความก็ทำละครหุ่นยักษ์ ละครหน้ากาก เล่าเรื่องกระชับเร้าพลังจำได้มั่นก็ทำเป็นเพลง ประดิษฐานติดอยู่กับตัวก็ทำเป็นโลโก้สกรีนที่เสื้อ หมวก เข็มกลัด รูปภาพให้ได้ไปโพสไลค์เม้น แชร์ และแฮชแทก เรียกได้ว่าศิลปะมากมายหลากหลายรูปแบบ ถูกสถาปนาขึ้นมาเป็นเครื่องมือต่อกลอน ปลอบประโลม ปลุกเร้า ชีวิตศิลปินที่ทำงานขับเคลื่อนในม็อบ นับเป็นอีกเส้นทางผจญภัยที่ท้าประลอง และยังยืนเด่นท้าทาย ตามสมัยการต่อสู้ทางการเมืองที่แปรเปลี่ยนไป ..เมื่อศิลปิน นักการละคร นักร้อง โปรดิวเซอร์ ผสมโรงด้วยนักขับเคลื่อนทางสังคม ngo ถูกจับ … เหมือนสัญลักษณ์บางอย่าง มันถูกตีหน้าแหก แสกกลางใจ และสิ่งที่เกิดกับเพื่อนศิลปิน ngo นักขับเคลื่อนสังคมกลุ่มเครือข่ายต่างๆที่สานพลังกัน ในหมู่บ้านทะลุฟ้านี้ ก็ดูจะเป็น ผู้คนที่ใกล้ชิดสนิทสนมในวงงานที่เราเกี่ยวข้องสัมพันธ์ .เลยทำให้เพื่อนๆทางไกล ..ได้แต่ส่งใจส่งเงิน ส่งเสียง ส่งความคิด ความรู้สึก ผ่านช่องทางที่ช่วยกันได้ ความรู้สึกร่วมนี้คงเป็นความรู้สึกเดียวกัน ที่คงไม่แตกต่างกันเลย…ไม่ต่างกันเลยกับที่เมื่อเรามี เพื่อนคนที่โดนคดี ติดคุกแต่ศาลไม่ให้ประกัน #ปล่อยเพื่อนเรา …ส่วนตัวคิดว่า ความรู้สึกร่วมนี้ ค่อยๆก่อตัว จนเพื่อนๆทุกคน ค่อยๆ เทใจ และก่อความคิดเป็นแนวร่วมในที่สุด

ภารกิจระยะยาว ต้องอดทน แนวร่วมทางความรู้สึก ทำให้เราค่อยๆ หลอมรวมแนวร่วมทางความคิดที่มีหมุดหมายเดียวกัน .ไม่รู้จริงมั๊ย แต่ลึกๆ เราเชื่อแบบนั้น.. ชีวิตที่ดีกว่านี้ … รัฐที่เห็นหัวประชาชนมากกว่านี้ …รัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ … มาตรา112ที่ยกเลิกไปให้รู้แล้วรู้รอด … และธรรมสิบข้อของผู้ครองที่เป็นธรรม เฮ้อ ยิ่งนึกยิ่งฮึกเหิม รึเหนื่อยหน่ายมากกว่ากัน ???…เรื่องสนุกที่สามในวันนี้ ในระหว่างที่ครูบาอาจารย์ และ กลุ่มราษฎร์ประสงค์ ต่างก็ทำหน้าที่เป็นนายประกันเซนต์เอกสาร รอ …… พูดคุย …..รอ ….เซนต์เอกสาร …..รอ อยู่ด้านใน ….. เราเดินออกมาสูดอากาศด้านนอก เพื่อนๆ พี่น้องที่มารอรับ ทั้งสื่อมวลชน ตื่นกระแสกันเล็กน้อย กรูกันไปตั้งตารอ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด แต่ทีมนายประกัน ยังจ่ายตังไม่เสร็จเลย จะปล่อยออกมาได้ไง มีกลุ่มที่ดูแลเกี่ยวกับคดี ออกมาชี้แจ้งพี่น้องเพื่อนที่ตั้งตารอ ว่าข้างในเปนไงถึงไหนแล้ว ฉันสนุกตรงที่ว่า การข่าวกระแสด้านในกับคนรอด้านนอกไปกันคนละทาง …ทันใดนั่นเองก็เหลือบไปเห็น ทีมจากด้านนอก ใส่เสื้อโปโลสีวันจันทร์ มาเดินดึงหน้า ไว้เชิงอยู่ไม่ไกลนัก มีเสียงกระซิบกระซาบว่า เล่นแม่งเลยดีมั๊ย … แอคติ้งดึงหน้าชัดมาแต่ไกล จนตำรวจสังเกตเห็น จึงวางกำลัง ช่วยดูแลความปลอดภัย จนถึงหน้าปากทาง ถนนใหญ่…หนทางอีกยาวไกล แต่วันนี้ ฉันได้เห็นความโบ๊ะบ๊ะประสานงานเพื่อช่วยเหลือกันของเครือข่ายศิลปินนักการละคร ทั้งรุ่นครู รุ่นแม่ รุ่นป้ารุ่นน้า รุ่นพี่ มากันอย่างอุ่นหนา และ้เครือข่ายภาคสังคมอื่นๆ ฉันคุ้นหน้า แต่กลัวเรียกชื่อไม่ถูก กลุ่ม นิติ มข.เฮฮาได้อีก … ได้เจอพี่น้องคอขับเคลื่อนสังคมหลายท่าน ทักถูกบ้างไม่ถูกบ้างถือว่าคุ้นๆหน้ากัน ที่สำคัญ คุ้นๆจริต วางใจ
…ขอบคุณประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เปิดโลกมากๆในวันนี้ ดีใจที่ได้เจอทุกคน ได้เจอครู ได้เจอพี่เจอน้อง …รับรู้ตัวเองอีกที เออ !! กรูแก่หวะ …… รู้ลำดับ ระเบียบวิธี อะไรแบบนี้ไว้บ้างก็เป็นประโยชน์ดีนะ ……ปล.นอกจากได้ยินพี่น้องในวงคุยกัน บ่นๆ ว่าอยากเป็นอาจารย์เพราะจะได้ช่วยเอาตำแหน่งมาประกันแล้ว ก็ยังได้ยินอีกประเด็นนึงคือ อยากรู้กฏหมาย อยากสอบได้ตั๋วทนาย จะได้ช่วยเป็นทนาย จะได้เป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ดีกว่ามานั่งให้กำลังใจเฉยๆ ….ในวงมีคนพูดว่า ในศาล ทนาย ผู้พิพากย์ษา ก็เหมือนเล่นละคร … เฮ้ย หลายคนตรงนี้เปนนักแสดง แค่ไม่รู้บทเท่านั้นเอง … งั้นติวเฉพาะ 112 116ให้แตกฉาน คงหากินได้อีกพอสมควร…😁😁😁😁ตัวเราเองได้ฟังอย่างน้อยแค่สองความคิดน่ารักๆ จากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ก็อดยิ้มไม่ได้ … วันนี้ถือเป็นวันดีๆ ที่ได้มาต่อสู้ร่วมกัน ตามบทบาทสถานภาพของตัวเองเท่าที่สุดมือเอื้อมทำไหว …#ด้วยจิตรคารวะ #ยกเลิก112 #ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ #ปล่อยเพื่อนเรา#อตอหออกไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สาธิตฯ มธ



ความเห็น (0)