ข้อสรุปจากความคิด อาจมิใช่ความจริงเสมอไป

ข้อสรุปจากความคิด อาจไม่ใช่ความจริง .

อย่างไรก็แล้วแต่ ข้อสรุปจากความคิดของเรา อาจไม่สำคัญเท่าว่า เรารู้เนื้อรู้ตัวหรือไม่(Self awareness) จัดการความรู้สึกความคิดของตัวเองได้หรือไม่(Self Management) เน้นว่าจัดการ มิใช่ควบคุม “ต้องฝึก” .

นอกจากนี้ ที่บอกว่าข้อสรุปจากความคิด อาจไม่ใช่ความจริง .. แต่เป็นสิ่งที่เราดันสื่อสารออกไปจนไปกระทบความคิดความรู้สึกใคร อาจต้องสำรวจตัวเองว่าเรา การรับรู้ รับทราบอารมณ์ของคนอื่นๆ มวลของหมู่คณะ ของทีม การไวต่อคนอื่นที่อยู่รอบตัวเรา (Social Awareness) นำไปสู่การเข้าใจความรู้สึกของใครสักคน เห็นความเจ็บปวด รับรู้อารมความรู้สึกคนอื่น (Empathy) การเข้าใจ หรือเท่าทันเรื่องแบบนี้

ทำให้เราย้อนกลับมา สามารถ “ออกแบบ” สิ่งที่เราจะทำให้ หรือตอบสนองต่อ ออกแบบความสัมพันธ์ ออกแบบบริการ สินค้า ท่าที่ ยุทธวิธี หรือแม้แต่วิถีในการพัฒนาชีวิต ..เริ่มจากเข้าใจตนเอง จัดการตนเอง เข้าใจผู้อื่น เห็นหัวคนอื่น นำไปสู่สิ่งที่ค่อนข้างยาก แต่ต้องทำ เพราะว่าเป็นพื่นฐานของงานขับเคลื่อนต่างๆ นานา

นั่นคือ การออกแบบความสัมพันธ์ (Relationship Management) ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว เลี้ยงลูก สถานประกอบการ ที่ทำงาน ใดใด ความสัมพันธ์ที่ดี นำสู่บรรยากาศที่ดี บรรยากาศที่ดี นำสู่ความวางใจ ความวางใจ นำสู่การกลับมาเห็นคุณค่าในตนเอง เมื่อเห็นตัวเอง เมื่อเมตตาตัวเองเป็น เราก็แบ่งปันได้ สร้างสรรค์ได้ นอกจากเห็นศักยภาพตนเองแล้วการเห็นคนอื่นก็สำคัญพอๆกัน

ย่อยที่สุด ในการจัดการความสัมพันธ์ หรือ ออกแบบความสัมพันธ์ คือ ออกแบบให้ตัวเอง ให้สามารถปฏิสัมพันธ์ กับคนที่แตกต่างหลากหลาย นำไปสู่การมีทักษะทางสังคม Social Skill

..

ท้งหมดที่กล่าวมา ถ้าเราสามารถถอดบทเรียนออกมามา ในฐานะนักจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือในฐานะคุณครูผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ น่าจะทำให้เกิดคุณภาาพใหม่ๆ กับผู้คนที่เราได้หล่อเลี่ยงดูแล ข้องเกี่ยวสัมพันธ์ ไม่มากก็น้อย .คุณภาพเหล่านี้ ค่อนข้างได้รับความนิยมมากขึ้น ในฐานะ “ทักษะชีวิต” Soft Skill แต่ส่วนตัวคิดว่าเหล่านี้ไม่ใช่ทักษะที่ ซอฟ แต่เป็นทักษะที่จำเป็นเลยแหละ (Essential skill)

..

รวมแล้ว ศาสตร์ทางจิตทยา เรียกทักษะ หรือการเป็น เหล่านี้ว่า EI : Emotional Intelligence การเท่าทันอารมณ์ ..เมื่อเท่าทันอารมณ์ของมวลรวม ความคิดบางอย่าง อาจจะไม่ใช่ความคิดที่เป็นข้อสรุปของเราเพียงคนเดียว แต่อาจได้ข้อสรุปที่มาจากการเห็นพ้อง เกิดประโยชน์ในทุกๆมิติ ทุกๆ หน่วยที่จะได้ประโยชน์ร่วมกัน … คงไม่ใช่ข้อสรุปของเรา แต่เป็นข้อสรุปของพวกเรา … .

การมีไอคิวที่สูงอาจช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเรียน อาชีพการงาน แต่การมีความสามารถในการยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของตัวคุณเองและคนที่อยู่รอบข้างคุณก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าได้ฝึกฝนให้มีความฉลาดทางอารมณ์ตั้งแต่ในโรงเรียน โดยเริ่มจาก พัฒนา EI ของตัวครูเองก่อน อันนี้สำคัญ เพราะการสอนในสิ่งที่ครูไม่ได้เป็น ศรัทธาในการเรียนรู้จะไม่เกิด .

ครูที่มี EI จะส่งต่อคุณภาพนี้สู่นักเรียน …. สิ่งที่เล่ามา มิได้หมายว่าไม่มีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูคนไหนๆ แต่เพียงลองตั้งคำถามเพื่อเชื่อเชิญให้สำรวจตัวเอง ด้วยแว่นของ EI ว่า กระบวนการใดที่สร้าง EI ให้กับนักเรียนบ้าง แล้วถอดออกมา บันทึกไว้ถึงคุณภาพที่เกิดขึ้นกับนักเรียนของเรา ….

สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นวิจัยชั้นเรียน หรือ การพัฒนานักเรียนในภาพรวมได้ ทั้งนี้การได้นั่งคุย การได้สกัด สังเคราะห์สิ่งที่ทำไป จะทำให้เรารู้ว่า หมุดหมายที่จะไปนัด เราเดินทางอยู่ที่จุดใด .. หรือถ้าพัฒนาเป็นวิจัย สำหรับครู ก็สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อให้เกิด EI และ วางแนวการวัด ว่าวัดอย่างไรก็ได้เช่นเดียวกัน ..

ข้อสรุปทางความคิดที่มาจากหลากหลายผู้คน สร้างความน่าเชื่อถือบางอย่าง และความมั่นใจบางอย่าง ของผู้รับรู้ ทั้งนี้สามารถอนุมานได้ว่า นี่คือกระบวนการการหาคำตอบอย่างเป็นระบบ อย่างน้อยก็มาจากการพูดคุยถกเถียงของความคิดที่แตกต่างหลากหลาย ถ้าระบบการหาคำตอบนั้นมีกระบวนการ มีหลักการตามศาสตร์ที่ถูกบันทึก บางคนเรียกว่ากระบวนการวิจัย หรือ จะเรียกว่ากระบวนการทางปัญญา หรือ ใดใดก็ดี ก็ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ว่าถูกเรียกในเวทีไหน ทำให้คำตอบที่มาจากความเห็นร่วม และ หรือ คำตอบที่มาจากกระบวนการที่น่าเชื่อถือ ดูจะเป็นที่ยอมรับมากกว่า คำตอบที่มาจากปัจเจก แต่อาจไม่เสมอไป (พุทธเจ้าตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง) แต่สถิติส่วนใหญ่ เท่าที่ชีวิตผู้เขียนเห็นมา มักจะเป็นแบบนั้น นั่นเกิดจากการมีส่วนร่วมของหลายส่วน

ฉะนั้น กระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบให้นักเรียนได้หาคำตอบร่วมกัน โดยครูไม่ชิงตอบ น่าจะเป็นกระบวนการที่สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมได้มาก
..

คำตอบบางอย่าง ในมุมของความเป็นโรงเรียน เมื่อเปิดโอกาสให้ครูได้หาคำตอบร่วม อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะได้รับการยอมรับมากกว่า เพราะมาจากความคิดที่หลากหลาย แล้วหยิบเอาสิ่งที่เหมือนกันมาเป็นแก่น

..

อย่างไรก็ดี ข้อสรุปจากความคิด ก็ยังอาจไม่ใช่ความจริงอยู่ดี …. ยังคงค้นหาต่อไป

… สุดท้ายนี้ อยากบอกว่า …

ใครหลวมตัวเข้ามาอ่านแล้วอยากแลกเปลี่ยน เชิญได้เลยครับ (พูดแบบที่1 ). ใครหลวมตัวเข้ามาอ่าน ก็ขอให้กล้าๆหน่อย ที่จะแลกเปลี่ยนกัน จะคอยดูว่าจะแน่สักแค่ไหน(พูดแบบที่ 2 )

… เช่นกัน ข้อสรุปของความคิดคุณต่อผม เพียงแค่เข้ามาอ่าน ก็ยังอาจไม่ใช่ความจริงอยู่ดี เป็นเพียงสิ่งที่คุณคิด 55555““

LifeLearn #ครูแอมแจ่มแมว #อะไรอะไรก็ครู#ชีวิตค่อยๆคลี่ #ครูฝึกสอนเด็กเรียนรู้จริง