น้ำมันรำข้าว กับ น้ำมันจมูกข้าว ถ้าพูดถึงในแง่คุณประโยชน์แล้วไม่ได้แตกต่างกันมาก เพียงแต่จุดที่แตกต่างกันก็มีเพียงตำแหน่งที่เรานำมาสกัดทำน้ำมันเท่านั้นเอง และสารในส่วนของจมูกข้าวมักจะมีความเข้มข้นกว่าเท่านั้นเอง
โดยส่วนใหญ่สารในน้ำมันรำข้าว และ จมูกข้าว ที่โดดเด่นและไม่มีในพืชชนิดอื่นๆเลยคือ Gamma oryzanol (แกมม่า โอริซานอล) และนอกจากนี้ยังมีสารอื่นๆอีก กรดโอเลอิก ไลโนเลอิก เช่น แล้วสารสำคัญในน้ำมันตัวนี้มีดียังไง
สารสำคัญในนำ้มันรำข้าวและจมูกมีประโยชน์อะไร
- Gamma oryzanol แกมม่าโอริซานอล เป็นสารธรรมชาติที่พบในน้ำมันรำข้าวเท่านั้นไม่พบในน้ำมันพืชชนิดอื่น นอกจากจะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีแล้ว ผลการวิจัยทางโภชนาการพบว่า การบริโภคโอรีซานอลสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรีวัยทอง
- กรดโอเลอิก (Oleic acid) หรือ โอเมก้า 9 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fatty acid, MUFA) ช่วยลดแอลดีแอล-โคเรสเตอรอล แต่จะเพิ่มเอซดีแอล-โคเรสเตอรอล (HDL-Cholesterol) ซึ่งเป็นโคเรสเตอรอลชนิดที่ดี ที่จะช่วยพาโคเรสเตอรอลในเซลล์และในกระแสเลือดไปเผาผลาญ ป้องกันเส้นเลือดตีบได้ ลดการอุดตันในผนังหลอดเลือด เช่นเดียวกับกรดไขมันไลโนเลอิก
- กรดไลโนเลอิก (Linoleic) เป็นสารตั้งต้นของโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fatty acid, PUFA) มีฤทธิ์ในการลดโคเรสเตอรอลและแอลดีแอล โคเลสเตอรอล (LDL-Cholesterol) cแอลดีแอล-โคเรสเตอรอลเป็นโคเรสเตอรอลชนิดไม่ดี ที่มีส่วนทำให้เกิดการอุดตันในผนังหลอดเลือดแดง นอกจากนี้กรดไลโนเลอิกยังเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดไขมันสายยาวในกลุ่มโอเมกา 6 ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สำคัญ ได้แก่ เซลล์สมองและเซลล์ประสาท
สรุป
จากบทความเราจะเห็นได้ว่าน้ำมันทั้งรำข้าวและจมูกข้าว มีประโยชน์หลากหลาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ แนะนำว่าควรจะหามารับประทานไว้จะช่วยลดความเสี่ยงในโรคหลายๆโรคสำหรับผู้สูงอายุได้เลย เช่น โรคหลอดเลือดที่หัวใจ และ สมองได้เป็นอย่างดี