“ความเอ๋ย ความรัก เริ่มเกิดขึ้น เบื้องต้น ณ หนไหน เริ่มบ่มเพาะ เหมาะกลาง หว่างหัวใจ จงตรองดู เป็นไฉน ใครรู้เอย อย่าอำพราง ตอบสำนวน ให้กระจ่าง ใครรู้บ้าง ว่าความรัก เป็นไฉน ใครมีคำตอบ โปรดรีบบอก ไขออกมา อย่าชักช้า เพราะจะได้ซึ้ง คำรัก เอย จะหักอื่น ฝืนหัก ก็จักได้ หักอาลัยนี้ ไม่หลุด สุดจะหัก สารพัดทุกอย่าง ตัดขาด ประหลาดนัก แต่ตัดรัก ตัดไม่ขาด ประหลาดใจ “วันแห่งความรัก” ความรัก คือความเข้าใจกัน ความรัก คือความมีไมตรีจิตต่อกัน ความรัก คือความให้เกียรติกันและกัน ความรัก คือความเสียสละให้กันและกัน ความรัก คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข คำเปรียบเปรยแห่ง “รัก” คือน้ำผึ้ง คือน้ำตาล คือยาพิษ คือหยดน้ำอมฤตอันชุ่มชื่น คือร้อนรุมคือไฟสุมในดวงจิต คือความสุข สดชื่น สมหวัง นี้แหละ “รัก”






<p>วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) </p><p>ดร.ถวิล  อรัญเวศ</p><p>         14 กุมภาพันธ์  วันวาเลนไทน์ (Valentine) ประเพณีของฝรั่ง เป็นวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ ผู้เปี่ยมไปด้วยความรัก ความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,751 กว่าปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซ้ำาร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ “วาเลนตินัส”หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก </p><p>      ในขณะที่เขาถูกคุมขังอยู่นั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิต ตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้นๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า </p><p>“…จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine) “ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันแห่งความรัก”หรือ “วันวาเลนไทน์”  และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย </p><p>          วันวาเลนไทน์ หรือ Valentine’s Day ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือ</p><p>การปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและแสดงออกถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่ เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่ง บัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>ความรัก (LOVE)</p><p>        มีตำนานเล่ามาว่า คำว่า LOVE นี้ </p><p>        L  ตัวแรก น่าจะหมายถึง  Lake  of  sorrow   ทะเลสาบแห่งความเศร้าโศก </p><p>        O ตัวที่สอง  น่าจะหมายถึง Ocean  of  tear   ห้วงทะเลแห่งน้ำตา </p><p>        V ตัวที่สาม  น่าจะหมายถึง  Vagen  of  death   หุบเขาแห่งความตาย และ  </p><p>        E ตัวที่สี่  น่าจะหมายถึง  End  of  life  จุดจบของชีวิต ถ้าหากความรักมีความหมายตามแบบการผสมอักษรดัง 4 ตัวข้างต้นนั้น ความรักจะเป็นสิ่งสวยงามได้จริงหรือ เพราะความหมายของคำว่า LOVE นั้นก็บอกอยู่ว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งสวยงามเลยซักเท่าใด </p><p>           สำหรับคำว่า LOVE” ความรัก ในทางพระพุทธศาสนามีหลักคำสอนที่สำคัญเกี่ยวกับความรัก คือ “ความเมตตา” หรือความรักความปรารถนาดีต่อคนอื่น หรือในความหมายที่กว้างออกไป คือความรักที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน ตลอดถึงสรรพสัตว์ที่เป็นเพื่อนทุกข์  เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น โดยได้ กล่าวถึงบ่อเกิดของความรักไว้หลายนัยด้วยกัน แต่ในที่นี้ขอนำมากล่าวเพียง 2 ประการ คือ</p><ol><li>1. ปุพเพสันนิวาส  </li></ol><p>          ด้วยการร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาแต่ปางก่อน อาจจะเป็นอดีตชาติหรือการที่เคยอยู่ร่วมกันมา เคยคบหาสนิทสนมชอบพออัธยาศัยกันมา หรือเคยเลี้ยงดูกันมา เคยทำบุญเกื้อหนุนกันมา เคยซาบซึ้งกันมา เมื่อมาพบกันในชาตินี้ แม้ในคราวแรกพบก็เกิดความนิยมชมชอบรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “รักแรกพบ” นั้นเอง โดยที่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงนิยมชมชอบบุคคลผู้นั้นอย่างจริงๆ จังๆ  ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเห็น</p><ol><li>2. ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน </li></ol><p>             เป็นเหตุผลที่ชัดเจนอยู่ในตัว คือการเกื้อกูลกันในปัจจุบันนั้นคือทำให้เกิดความสนิทสนมรักใคร่ไว้วางใจใน ฐานะเป็นกัลยาณมิตร คือการแสดงออกในรูปของการอุปการะร่วมสุขร่วมทุกข์แนะนำประโยชน์ และมีความรักใคร่ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน จึงเกิดความรัก ความเมตตาต่อกันขึ้น</p><p>         วันแห่งความรักทางพระพุทธศาสนา มีบางท่านบอกว่าคือ วันมาฆบูชาเพราะเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงออกซึ่งความรักต่อมวลมนุษชาติอย่างแท้จริง ความรักของพระองค์เป็นความเมตตา ความปรารถนาดีต่อทุกสรรพชีวิตด้วยความจริงใจ ทรงลำบากพระวรกายเผยแผ่พระศาสนาจนตลอดพระชนม์ชีพ ยาวนานถึง 45 ปี เพราะอยากจะให้มวลมนุษยชาติได้เข้าถึงหนทางแห่งความสุขภายในอันประเสริฐ คือหนทางสายกลางภายในดวงใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย</p><p>       หลักธรรม “ความรัก” กล่าวไว้ในหลักธรรมหลายหมวด
โดยเฉพาะ พรหมวิหาร 4
</p><p>คือ เมตตา  รัก ปรารถนาจะให้เป็นสุข
กรุณา สงสาร อยากจะช่วยเหลือให้พ้นทุกข์
</p><p>มุทิตา พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี และ
อุเบกขา วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
</p><p>คำกลอนความรัก</p>

<p>    “ความเอ๋ย ความรัก   </p><p>      เริ่มเกิดขึ้น เบื้องต้น ณ หนไหน</p><p>     เริ่มบ่มเพาะ เหมาะกลาง หว่างหัวใจ </p><p>     จงตรองดู เป็นไฉน ใครรู้เอย </p><p>     อย่าอำพราง ตอบสำนวน ให้กระจ่าง </p><p>     ใครรู้บ้าง ว่าความรัก เป็นไฉน </p><p>     ใครมีคำตอบ โปรดรีบบอก ไขออกมา</p><p>      อย่าชักช้า เพราะจะได้ซึ้ง คำรัก เอย</p><p>     จะหักอื่น ฝืนหัก ก็จักได้ </p><p>    หักอาลัยนี้ ไม่หลุด สุดจะหัก </p><p>    สารพัดทุกอย่าง ตัดขาด ประหลาดนัก </p><p>     แต่ตัดรัก  ตัดไม่ขาด ประหลาดใจ</p><p>“วันแห่งความรัก”</p><p>ความรัก คือความเข้าใจกัน</p><p>ความรัก คือความมีไมตรีจิตต่อกัน</p><p>ความรัก คือความให้เกียรติกันและกัน</p><p>ความรัก คือความเสียสละให้กันและกัน</p><p>ความรัก คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข</p><p>คำเปรียบเปรยแห่ง “รัก”</p><p>คือน้ำผึ้ง คือน้ำตาล คือยาพิษ
คือหยดน้ำอมฤตอันชุ่มชื่น
คือร้อนรุมคือไฟสุมในดวงจิต
คือความสุข สดชื่น สมหวัง นี้แหละ “รัก”
</p><p></p><p></p>
<p>

</p><p>แหล่งข้อมูล</p><p>http://scoop.mthai.com/specialdays/1535.html</p><p>http://campus.sanook.com/931822/</p><p>https://hilight.kapook.com/vie…</p>