การพูดทำให้สามารถชนะใจคนอื่นๆได้เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ ไม่มีอะไรจะผูกมัดใจคนได้เท่ากับคำพูด แม้จะมีเงินมากมายก่ายกองสักปานใด ถ้าพูดไม่ได้ใจแล้วไซร้ ก็เปล่าประโยชน์ และถึงแม้จะไม่มีเงิน แต่พูดดี ก็จะทำให้คนฟังมีใจเกินร้อยพร้อมจะคอยเป็นพันธมิตรสนับสนุนกิจการให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ดังคำว่า "ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี แต่ชั่วดี เป็นตรา...




<p>ปากเป็นเอก</p><p>ดร. ถวิล  อรัญเวศ</p><p> จากการได้ศึกษาบทกลอน สุภาษิต คำพังเพย หรือนิทานชาดกและนิทานปรัมปราหลายเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่า การพูดสามารถจะทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ คนที่มีทักษะในการพูดหรือการนำเสนองาน ถือว่ามีชัยไปแล้วกว่าครึ่ง เพราะฉะนั้น ในการทำสงครามหรือกิจการในระหว่างประเทศ เขาจึงมีการทูตไว้เจรจาเพราะเชื่อว่า จะต่อสู้กันเพียงอาวุธหรือพละกำลังอย่างเดียวก็ไม่เกิดประโยชน์ มีแต่ทรัพยากรบุคคลจะสูญเสียหรือตายเปล่าเท่านั้น </p><p>     ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ว่า “จะพูดจะจาอะไรให้คิดก่อน พูดแล้วเอากลับมาไม่ได้ จะพูดให้พูดคำพูดดี ๆ ให้คนสบายใจ ดีกว่าทำให้คนทุกข์ใจ เพราะคำพูดตามใจตามอารมณ์ของเราส่งผลร้ายต่อจิตใจผู้อื่น ปากเป็นเอก ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง</p><p>ดังคำกลอนที่สุนทรภู่ว่า</p><p>    “ถึงบางพูด พูดดี เป็นศรีศักดิ์    มีคนรัก รสถ้อย อร่อยจิต   </p><p> แม้พูดชั่ว ตัวตาย ทำลายมิตร  จะชอบผิด ในมนุษย์ เพราะพูดจา”   </p><p>                       (จากนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่)</p><p>       นึกถึงคำสอนที่พระหรือพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์เคยสอนไว้ว่า “จะพูดจะจาอะไรให้คิดให้รอบคอบก่อน เพราะพูดแล้วจะเอากลับมาไม่ได้ จะพูดจาอะไร ให้พูดคำพูดดี ๆ ให้คนสบายใจ ดีกว่าทำให้คนทุกข์ใจ เพราะคำพูดตามใจตามอารมณ์ของเรา จะส่งผลร้ายต่อจิตใจคนอื่น”  </p><p>      พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง ปลาหมอ ตายเพราะปาก</p><p>หรือปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วหรือดี เป็นตรา</p><p>(ตรวจตราให้ดีก่อน)</p><p>      สำหรับนิทานชาดกเกี่ยวกับคำพูดก็มีหลายเรื่อง ขอยกอุทาหรณ์ เรื่องโคนันทวิศาล เพราะทุกคนคงเคยเรียนกันในสมัยเรียน</p><p>ประถม ดังนี้    </p><p>     ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…</p><p>      กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยของพระเจ้าคันธาระครองเมืองตักกศิลา แคว้นคันธาระ พระโพธิสัตว์เกิดเป็นโคนามว่า </p><p>นันทิวิสาล เป็นโคมีรูปร่างสวยงาม มีพละกำลังมาก มีพราหมณ์คนหนึ่งได้เลี้ยงและรักโคนั้นเหมือนลูกชาย โคนั้นคิดจะตอบแทนบุญคุณการเลี้ยงดูของพราหมณ์ในวันหนึ่ง ได้พูดกะพราหมณ์ว่า </p><p>      “พ่อ จงไปท้าพนันกับโควินทกเศรษฐีว่า โคของเราสามารถลากเกวียนหนึ่งร้อยเล่ม ที่ผูกติดกันให้เคลื่อนไหวได้ พนันด้วยเงินหนึ่งพันกหาปณะเถิด” </p><p>      พราหมณ์ได้ไปที่บ้านเศรษฐีและตกลงกันตามนั้น นัดเดิมพันกันในวันรุ่งขึ้น ในวันเดิมพัน พราหมณ์ได้เทียมโคนันทิวิสาลเข้าที่เกวียนเล่มแรก เพื่อลากเกวียนหนึ่งร้อยเล่มผูกติดกันซึ่งบรรทุกทราย กรวดและหินเต็มลำ แล้วขึ้นไปนั่งบนเกวียน เงื้อปฏักขึ้นพร้อมกับตวาดว่า </p><p>      “ไอ้โคโกง โคโง่ เจ้าจงลากเกวียนไปเดี๋ยวนี้” </p><p>     ฝ่ายโคนันทิวิสาลเมื่อได้ยินพราหมณ์พูดเช่นนั้น ก็คิดน้อยใจว่า </p><p>      “พราหมณ์เรียกเราผู้ไม่โกง ว่าโกง ผู้ไม่โง่ ว่าโง่” </p><p>จึงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว โควินทกเศรษฐีจึงเรียกให้พราหมณ์นำเงินหนึ่งพันกหาปณะมาให้แล้วกลับบ้านป</p><p>      ฝ่ายพราหมณ์ผู้แพ้พนันเงินหนึ่งพันกหาปณะ ปลดโคแล้วก็เข้าไปนอนเศร้าโศกเสียใจอยู่ในบ้าน ส่วนโคนันทิวิสาลเห็นพราหมณ์เศร้าโศกเสียใจเช่นนั้น จึงเข้าไปปลอบและกล่าวว่า </p><p>      “พ่อ ฉันอยู่ในเรือนของท่านตลอดมา เคยทำภาชนะอะไรแตกไหม เคยเหยียบใครๆ เคยถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะในที่อันไม่ควรหรือไม่ เพราะเหตุใด ท่านจึงเรียกเราว่า โคโกง โคโง่ ครั้งนี้เป็นความผิดของท่านเอง ไม่ใช่ความผิดของฉัน บัดนี้ ขอให้ท่านไปเดิมพันกับโควินทกเศรษฐีใหม่ด้วยเงินสองพันกหาปณะ ขออย่างเดียว ท่านอย่าได้เรียกฉันว่า โคโกง โคโง่ ท่านจะได้ทรัพย์ตามที่ท่านปรารถนา ฉันจะไม่ทำให้ท่านเศร้าเสียใจ”</p><p>     พราหมณ์ได้ทำตามที่โคนันทิวิสาลบอก ในวันเดิมพัน พราหมณ์จึงพูดหวานว่า </p><p>    “นันทิวิสาลลูกรัก เจ้าจงลากเกวียนทั้งร้อยเล่มนี้ไปเถิด” </p><p>    โคนันทวิสาลได้ลากเกวียนร้อยเล่มที่ผูกติดกัน ด้วยการออกแรงลากเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้เกวียนเล่มสุดท้ายไปตั้งอยู่ที่เกวียนเล่มแรกอยู่ ทำให้พราหมณ์ชนะพนัน ด้วยเงินสองพันกหาปณะพระพุทธองค์เมื่อนำอดีตนิทานมาสาธกแล้วตรัสว่า</p><p>      “ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่า คำหยาบ ไม่เป็นที่ชอบใจของใครๆ แม้กระทั่งสัตว์เดียรัจฉาน” แล้วได้ตรัสพระคาถาว่า</p><p>      “บุคคลควรพูดแต่คำที่น่าพอใจเท่านั้น ไม่ควรพูดคำที่ไม่น่าพอใจในกาลใดๆ” </p><p>      เมื่อพราหมณ์พูดคำที่น่าพอใจ โคนันทิวิสาลได้ลากสัมภาระอันหนักได้ ทั้งยังทำให้พราหมณ์ผู้นั้นได้ทรัพย์อีกด้วย ส่วนตนเองก็เป็นผู้ปลื้มใจ เพราะการช่วยเหลือนั้นด้วย </p><p>        จึงสรุปได้ว่า การพูดทำให้สามารถชนะใจคนอื่นๆได้เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ ไม่มีอะไรจะผูกมัดใจคนได้เท่ากับคำพูด แม้จะมีเงินมากมายก่ายกองสักปานใด ถ้าพูดไม่ได้ใจแล้วไซร้ ก็เปล่าประโยชน์ และถึงแม้จะไม่มีเงิน แต่พูดดี ก็จะทำให้คนฟังมีใจเกินร้อยพร้อมจะคอยเป็นพันธมิตรสนับสนุนกิจการให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ดังคำว่า “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี
</p><p>แต่ชั่วดี เป็นตรา…
</p><p>
</p><p>
</p><p>แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม</p><p>http://www.dhammathai.org/chad…</p>