การเป็นครูที่ดี
อาชีพครู เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นวิชาชีพชั้นสูง เป็นที่คาดหวัง
ของสังคมสูงมาก ทั้งนี้เพราะ เป็นแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติ
ครูเป็นที่คาดหวังในการเป็นต้นแบบของชุมชน ทั้งการแสดงออก
การพูดจา ตลอดทั้งคุณธรรม จริยธรรม
แต่ว่า การจะเป็นครูที่ดีนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นได้ง่าย ๆ ปัจจุบัน
สังคมคาดหวังในตัวครูสูงมากในฐานะเป็นแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์
ของสังคม เพราะครู “สร้างชาติ สร้างคน สร้างงาน
ถึงแม้ว่า อนาคตของชาติ จะอยู่ในกำมือของเด็กและเยาวชน
ก็ตาม แต่อนาคตของเด็กและเยาวชน ก็อยู่ในกำมือของครู”
(รวมทั้งพวกเราทุกคนด้วย)
มึคนพูดว่า
“อย่าเป็นเพียงแต่สอนเขา
สอนตัวเราเอาไว้ จะอำนวยผล
เกียรติศักดิ์ของครู บูชาในสากล
เพราะเป็นผู้อุทิศตน ชี้นำทำได้จริง”
วันนี้จึงอยากนำเสนอแนวคิด “การเป็นครูที่ดี”เพื่อเป็น
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ครูดีที่สังคมคาดหวังอย่างน้อย ต้องมี
- 1. ความรู้ดี
- 2. ประพฤติดี
- 3. สอนดี
ความรู้ดี - ต้องมีความรู้ ทั้งทางโลก ทางธรรม วิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิต
ประพฤติดี -ต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรมทางศาสนาที่นับถือ เช่น เบญจศีล เบญจธรรม
ครูดี จำต้องหนักแน่น มั่งคง สุขุมรอบคอบ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนและเพื่อนครูด้วยกัน ตลอดทั้ง
ผู้ปกครอง และชุมชน
สอนดี - สอนให้มีความรู้คู่คุณธรรม ปลูกฝังระเบียบวินัย
สมรรถนะของผู้เรียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้เกิดแก่
ผู้เรียน
ครูที่ดีตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนา
คุณลักษณะของครูที่ดีตามหลักคำสอนพระพุทธศาสนาคือ
ครูที่แสดงออกทาง “ กัลยาณมิตตาธรรม ” 7 ประการ ดังนี้
1. ปิโย
ทำตนให้น่ารัก หมายความว่า บุคคลใดที่เป็นครูนั้นจะต้องเป็นผู้ที่น่ารัก ศิษย์ได้พบเห็นแล้วอยากเข้าไปพบ สบายใจเมื่อได้พบปะกับคุณครู หรืออาจารย์ผู้นั้น
สำหรับแนวทางกระทำตนให้น่ารักของศิษย์นั้นสามารถกระทำได้ดังนี้
1.1. มีเมตตาหวังดีต่อเด็กเสมอ
1.2. ยิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่บึ้งตึงทั้งเวลาสอนและ
นอกเวลาสอน
1.3. ให้ความสนิทสนมกับศิษย์ตามควรแก่กาลเทศะ
1.4. พูดจาอ่อนหวานสมานใจเพื่อนร่วมงาน นักเรียน
1.5. เอาใจใส่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้เกิดความรู้
อย่างแท้จริง
1.6. เป็นเพื่อนในสนามกีฬา เป็นครูที่สง่าใน
ห้องเรียน
1.7 เมื่อเด็กมีความทุกข์ ครูให้ความเอาใจใส่คอย
ปลอบประโลมให้กำลังใจเพื่อให้เขาคลายทุกข์ มีความอบอุ่น
2. ครุ
น่าเคารพ หนักแน่น บุคคลที่เป็นครูนั้นต้องเป็น
ผู้ประพฤติตนเหมาะสมแก่ฐานะของความเป็นครู กระทำตนเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ทั้งพฤติกรรมทางกาย วาจา จิตใจหนักแน่น มั่นคง
3. ภาวนีโย
น่าเจริญใจหรือน่ายกย่อง กระทำตนให้เป็นที่เจริญ
น่ายกย่องของศิษย์และบุคคลทั่วไป มีความรู้และภูมิปัญญาอย่างแท้จริง มีคุณธรรมควรแก่การกราบไหว้บูชาของศิษย์เสมอ เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ เชื่อกฎแห่กรรม เป็นผู้รักษาศีล ควบคุมจิตด้วยสมาธิ
4.วัตตา
มีระเบียบแบบแผน ต้องกระทำตนให้เป็นบุคคลที่เคารพกฎระเบียบ มีระเบียบแบบแผน ขณะเดียวกันก็อบรมตักเตือนศิษย์ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย และยอมรับในกฎ กติกาของสังคม และบ้านเมืองด้วย
5. วจนักขโม
อดทนต่อถ้อยคำ ครูจะต้องอดทนต่อคำพูดของศิษย์ที่มากระทบความรู้สึก ครูต้องพร้อมรับฟังข้อซักถาม ให้คำปรึกษาหารือ แนะนำ ไม่เบื่อ ไม่ฉุนเฉียวง่าย
6. คัมภีรัญจะ กถัง กัตตา
แถลง ชี้แจงเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง มีความสามารถใน
การสอน ใช้คำพูดในการอธิบายเรื่องราวต่างๆได้อย่างแจ่มแจ้ง มีความรอบรู้ในเรื่องที่จะพูด
7. โน จัฏฐาเน นิโยชเย
ไม่ชักนำศิษย์ไปในทางเสื่อม หมายความว่า ไม่ชักนำศิษย์ไปในทางที่ต่ำทรามใดๆ สิ่งใดเป็นความเสื่อมโทรมทางจิต จะไม่ชักนำศิษย์ไปทางนั้น ในขณะเดียวกันครูต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งหลายทั้งปวงด้วย
สรุป
การเป็นครูที่ดีนั้น ไม่ใช่เป็นได้ง่าย ๆ เพราะ ต้องเป็นผู้มีความรู้ดี ประพฤติดี และสอนดี นอกจากนี้แล้วควรมีกัลยาณมิตรตามหลักพุทธศาสนา คือ ทำตนให้เป็นที่รักหนักแน่น น่ายกย่องชมเชย ยึดมั่นในระเบียบแบบแผน อดทน
ต่อถ้อยคำที่ทำให้เจ็บใจได้ สามารถพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้คน
ฟังเข้าใจได้ง่าย แถลงเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่าย และไม่ชักนำ
ศิษย์ไปในทางเสื่อมเสียหรืออบายมุข
ท้ายสุดขอฝากแนวคิด
“ครูดี มีคุณธรรม ประจำจิต
ครูดี สร้างชีวิตให้สดใส
คุณภาพ คุณประโยชน์โปรดใส่ใจ
ครูดีไซร้ เอาใจใส่ต่อหน้าที่การงานและผู้เรียน”
-------------
แหล่งข้อมูล
https://sites.google.com/site/khrukhonmai/k1
https://www.gotoknow.org/posts...
