ผ่านเข้าสู่เดือนที่สอง ของปี ๒๕๖๔ เป็นปีที่ทุกคน ทุกอาชีพและทุกองค์กร ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ แม้ว่าจะทุกข์ยากเพียงใดก็ตาม
ไม่เว้นกระทั่งวงการศึกษา ที่มีโรงเรียน ครูและนักเรียน ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน เป็นคนขับเคลื่อนภาระงานในสถานการณ์โควิด๑๙ ที่ยังไม่น่าไว้วางใจ
ในความหลากหลายของฐานะ อาชีพและแนวคิด ผมคิดว่าความรู้ความเข้าใจในทักษะการทำงานและทักษะชีวิต มีความจำเป็นที่จะช่วยให้อยู่รอดและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ลองมาพิจารณาถ้อยคำ ๓ A เผื่อว่าจะมีแนวทางสร้างแรงบันดาลใจได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
1)Adversity (การก้าวข้ามความยากลำบาก)
ปัญหาที่รุมเร้าที่ยังยุ่งเหยิงมาตลอดปีที่ผ่านมา จะยังคงต้องใช้การแก้ไขด้วยความใจเย็น ปลดเงื่อนปมที่ละเปาะด้วยความอดทนต่อไป ใจดีสู้เสือ..อย่าวู่วามหยามเหยียดในทุกงานที่ทำ
เกาะเกี่ยวงานไว้ให้แน่น มันอาจจะไม่ดีไปกว่าเดิม ก็แค่คิดว่า จะต้องไม่แย่ไปกว่านี้ได้ไหม? บางทีความอดทนอย่างเดียวคงไม่พอ อาจต้องอดกลั้น อดออม ยอมขมแล้วขมอีก
กลับลำนำชีวิตให้มารู้จักคำว่า “พอดีและพอเพียง”ในแบบของเรา ที่ไม่ต้องเท่ากับคนอื่น การจะพลิกพื้นและก้าวข้ามความยากลำบาก จะต้องไม่รู้สึกเปรียบเทียบอะไรหรือกับใครทั้งสิ้น
ในทางการศึกษาก็เหมือนกัน การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์อย่างนี้ อย่ามุ่งแต่ความเป็นเลิศ โดยตีค่าราคาคนด้วย “คะแนน”อย่ามัวเมาในลาภยศ มุ่งคดโกงเวลาและงาน ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้..ผู้เรียนสำคัญที่สุด จะกินจะอยู่กันอย่างไรดูแลใส่ใจสุขภาพเขาให้มากที่สุด
(2)Adventures (การเผชิญความท้าทาย)
ชีวิตข้างหน้าไม่มีใครรู้ว่าอะไรกำลังจะมา สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือความตื่นเต้น จะเข้ามาสู่ชีวิตอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องอาศัยความนิ่ง ไม่ตื่นตระหนกตกใจจนมากเกินไป
สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ตัวเอง ในความนิ่ง..เราจะมองเห็นสาระดีๆมากมาย น้ำเน่าแต่มีความนิ่ง เรายังมองเห็นเงาจันทร์ที่สวยงาม แต่อย่านิ่งทนนานเกียจคร้านในงานที่ทำ อันนี้คงไม่ดี
มีเรื่องราวดีๆที่เป็นตัวอย่างแห่งความท้าทาย คือคนตกงาน เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ลงมือพลิกพื้นดินทำกินไม่คิดจะทิ้งถิ่นฐานอีกต่อไป อยู่ใกล้พ่อแม่ที่แก่เฒ่า เฝ้ามองผลผลิตจากการลงมือทำ ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ไม่มีพิษภัย เพิ่งจะได้รู้ว่า...สวรรค์บนดินนั้นมีอยู่จริง
ดังนั้น..ความท้าทายจะเข้ามาพร้อมกับวิถีชีวิตแบบใหม่ จึงไม่ต้องตระหนกตกใจ ขอแค่ไม่อายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อยก็เพียงพอ
ในทางการศึกษา ก็ต้องรู้จักนิ่งเหมือนกัน เมื่อต้องเผชิญกับการยุบควบรวม จะตกใจไปทำไม..คนที่อ่วมอรทัยคือรัฐมนตรี ขนาดทำตามนโยบาย ไม่ทุจริตคดโกง ยังโดนซักฟอกในสภาฯ ถ้ายังขืนมายุบโรงเรียนโดยไร้หลักการและเหตุผล ก็คงอยู่ได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง
ขณะที่นิ่งก็ต้องมีสติ รู้เขารู้เรา สร้างความรักความศรัทธาให้กับงานในโรงเรียน อย่าทำการศึกษาเป็นเรื่องเล่น เน้นจริงจังตั้งใจให้ชุมชนเห็น แล้วสิ่งดีๆจะตามมา
ในทางตรงข้าม..ถ้าหากนิ่งเฉยและไม่ช่วยกันพาย โรงเรียนไม่ฉายแววแห่งคุณภาพ ทุกฝ่ายก็หมดศรัทธา...พอหมดศรัทธาก็หมดใจ...อาจต้องเผชิญความท้าทายก่อนเวลาอันควร
(๓)Adaptation (การปรับตัวอย่างว่องไว)
โลกยิ่งเปลี่ยน คนยิ่งต้องปรับ การมีอำนาจไม่ได้อยู่อย่างคงที่ ความยิ่งใหญ่ไม่ได้ทำให้คนเราอยู่รอดได้ ทุกสิ่งชี้วัดที่ความว่องไว ยิ่งปราดเปรียว ยิ่งยืดหยุ่น คนเราจะมีความพร้อมปรับตัวมากยิ่งขึ้น
หมั่นศึกษาหาข้อมูลและใช้ข้อมูลให้เป็น ยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยการปรับตัว อย่ามัวประมาทในทรัพย์สินเงินทองและอำนาจวาสนาที่มีอยู่ ไม่มีอะไรแน่นอนอีกต่อไปแล้ว
อย่ารอให้งานและชีวิตมีปัญหา จึงอาจจะต้องใช้การบูรณาการและสะสาง เพื่อการเตรียมความพร้อม ที่จะไม่ต้องแพ้หรือพังพาบ ถ้าเราปรับตัวได้
ทั้งหมดที่กล่าวมา มิใช่คำสอนแต่เป็นมุมมองที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในวงการครู ไม่มีอะไรยาก หากเรารู้จัก เข้าใจและเข้าถึง..”ความลำบาก ความท้าทายและการปรับตัว”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔




