917. เรียนจิตวิทยาเชิงบวกจากซีรี่ย์ดัง "The World of the Married”


ซีรี่ย์ตอนนี้ใน Netflix เป็นอะไรที่คนรอบๆตัวผมโดยเฉพาะคนมีครอบครัวดูกันหมด เป็นเรื่องราวของครอบครัวผู้กำกับหนังและคุณหมอ ที่ผู้ชายเกิดไปมีกิ๊กแล้วถูกจับได้ เรื่องเริ่มจากทุกอย่างที่ดูดี แต่คุณหมอไปสังเกตเห็น "เส้นผม" เส้นเดียว ... ผมเส้นเดียวนี่เองที่ทำให้โลกของคนหลายคนพังทลายซีรี่ย์แต่ละตอนพัวพันยุ่งเหยิง ต่างคนต่างพยายามหาทางทำลายกัน ต่างคนต่างเอาคืน ที่สุดชีวิตทุกคนพังครืนหมด ลูกก็มีปัญหาทางจิต สติแตกตามไป ควรดูครับ 

คราวนี้มาพูดถึงในจักรวาลคู่ขนาน 

ผมขอแต่งนิยายขึ้นอีกเรื่อง มันอยู่ในจักรวาลคู่ขนานครับ ในจักรวาลนั้นผมได้นั่งดู Netflix ที่เป็นชื่อเรื่องเดียวกันตัวละครเหมือนกันทุกอย่าง แต่เรื่องราวดำเนินไปทางตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว นั่นคือ Happy ดูแล้วดื่มด่ำหวานแหวว ว๊าวครอบครัวตัวอย่าง ลูกชายก็เติบโตมาแบบศรัทธาพ่อแม่ และทุกอย่างเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ คล้ายๆ การเจอเส้นผมเส้นเดียว 

แน่นอนแรกๆเหมือนครอบครัวทั่วไปที่อาจมีระหองระแหงบ้าง แต่มีวันหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่าใคร เกิดไปเจอหนังสือเรื่อง Positivity ของปรมาจารย์ด้านจิตวิทยาเชิงบวกคนสำคัญของโลก เขียนโดยอาจารย์บาบาร่า อาจารย์วิจัยแบบเจาะลึกเรื่องอารมณ์บวก (Positive Emotion) โดยเฉพาะ อาจารย์เรียกอารมณ์บวกว่า Positivity นี่เลยเรื่องเล็กๆ เปรียบได้กับการเจอผมเส้นเดียวในอีกโลกหนึ่ง แต่เป็นเรื่องดีๆ ที่นำไปสู่เรื่องดีๆ หลายเรื่องตามมา 

ทั้งสองคนอ่านเจอว่า ..เจ้า Positivity นี่คืออารมณ์บวกสิบอย่างคือ Joy (ความสุข) Gratitude (สำนึกรู้คุณ) Serenity (ความเงียบสงบ) Interest (ความสนใจใคร่รู้) Hope (ความหวัง )Pride (ความภาคภูมิใจ) Amusement (ความบันเทิง) Inspiration (แรงบันดาลใจ) Awe (ความน่าเกรงขาม) Love (ความรัก) 

อาจารย์บาบาร่าบอกว่า Positivity ถ้าเรามีมันจะขยายสมอง พลังความคิดสร้างสรรค์ (Broaden) ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาที่ท้าทายในชีวิตได้ ถ้ามีมากๆ มันจะเริ่มสร้างสม (Build) องค์ความรู้ เครือข่ายสังคม 

ไอ้ตัว Build นี่แหละจะสร้าง อารมณ์บวกมากขึ้น เราจะสร้างสรรค์ และยิ่งสุขมากขึ้นไปอีก อารมณ์บวก และส่ิงที่ตามมาในเชิงสร้างสรรค์นี้อาจกลายเป็นเหตุผมที่ตื่นขึ้นมาของคนนั้น (อิคิไก หรือ Purpose) ได้เลย ทั้งสองอ้าปากค้างใช่เลย 

ตอนลูกไปเล่นกีฬาแล้วมีความสุข (Joy) เลยยิ่งพัฒนาฝีมือการเล่นมากขึ้น แล้วไปเตะตาครู ครูเลยเชียร์ต่อเลยได้ทุนเรียนต่อมหาลัย แล้วก็ไปได้ดีมากๆ (เหมือนน้องข้างบ้านผมเลยที่ได้ทุนเรียนม.อัสสัมชัญจากการเล่นกีฬา นี่อิคิไกเลย ตอนหลังไปเรียนต่อจนจบป.โทการจัดการฟุตบอลที่อังกฤษ)

แล้วทั้งสองก็อ้าปากค้างไปอีก เพราะอาจารย์บาบาร่าบอกว่า อาจารย์ได้พัฒนา Positivity Ratio ก็คือสัดส่วนของอารมณ์บวกต่ออารมณ์ลบ ที่เข้าไปวัดได้ที่นี่ http://www.positivityratio.com/

Positivity Ratio สำคัญอย่างไร... สำหรับคนทำงานต้อง 3 ต่อ 1 หมายถึงเราควรมีอารมณ์บวกสูงกว่าลบสามเท่า ไม่งั้นเราจะทำอะไรไม่สำเร็จ หรือสำเร็จก็ปสด. ไปเลย ถ้าชีวิตแต่งงาน ก็ 5 ต่อ 1 แต่จะ fail เลย ถ้าสูงไปคือ 12 ต่อ 1 เพราะอะไรครับ อารมณ์ดีมากเกินไปแสดงว่าไม่ไปเผชิญความท้าทายอะไรเลย กลายเป็นไม่ก้าวหน้าไป ทั้งสองรีบทำอย่างรวดเร็วก็ค้นพบว่า น้อยกว่า 5 ต่อ 1 ถ้ามองในมิติของครอบครัว คืออยู่ประมาณ 2 ต่อ 1 เพราะกำลังเจอความกดดันเรื่องงานทั้งคู่ ลูกก็วัยรุ่นพอดี ทั้งสองสังเกตว่าตอนนี้เริ่มจับผิด เริ่มทะเลาะกันบรรยากาศในบ้านไม่ดีเลย 

แล้วจะหาทางออกอย่างไร ทั้งสองเจอคำแนะนำที่ดีมากๆ แต่ที่จะลองทำเลยก็คือ Positive Portfolio ช่วยกันทำบันทึก เก็บเอกสาร กิจกรรมที่ทำให้คนในครอบครัวมีอารมณ์บวกสิบอย่าง แล้วเอามาทบทวนขยายผลเป็น Routine ใหม่ๆ 

เช่น Joy (ความสุข) ตอนไปเที่ยวอังกฤษด้วยกัน ตอนทั้งบ้านไปกินข้าวเย็นร้านดังๆ กัน

Gratitude (สำนึกรู้คุณ) เล่าเรื่องความสำเร็จของปู่ยาตายาย จุดแข็งของญาติๆให้กันฟัง สามีขอบคุณภรรยาที่ดูแลเขาทุกวัน ชงกาแฟให้

Serenity (ความเงียบสงบ) ลูกบอกว่าตอนที่เขาได้นอนโง่ๆ วันเสาร์ ไม่มีใครกวน

Interest (ความสนใจใคร่รู้) ตอนที่แม่สนใจเรื่องหนังจีน ลูกสนใจเรื่องเครื่องสำอางเจาะลึกกันสนุกเลย

Hope (ความหวัง ) ตอนเห็นภรรยาอยากเจาะลึกเรื่อง Positive Psychology ลูกฝันอยากไปเรียนต่ออังกฤษ 

Pride (ความภาคภูมิใจ) ภูมิใจที่ลูกตัดสินใจเลือกอนาคตกล้าเดินทางไปเรียนต่างเมืองด้วยตนเอง 

Amusement (ความบันเทิง) นัดกับครอบครัวในหมู่บ้านไป party 

Inspiration (แรงบันดาลใจ) ลูกได้แรงบันดาลใจอยากไปทำเกี่ยวกับการสื่อสาร

Awe (ความน่าเกรงขาม) ไปเที่ยว cambirdge แล้วเห็นตึกเก่าๆ ส่วนสามีไปห้องสมุด British Library แล้วรู้สึกอลัง

Love (ความรัก) ภรรยารักสามีตรงที่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ อยากเป็นผู้กำกับหนังก็ไปดูหนังบ่อยๆ แล้วมาคิดวิเคราะห์หาแนวทางตัวเอง

ค่อยๆ ทำสั่งสม ทำเป็นสมุดภาพยิ่งดี อาจค่อยๆ สังเกตรวบรวม ทั้งสองช่วยกันนึก ช่วยกันทำ ตอนหลังเลยชวนลูกชายมาทำด้วย แรกๆ ก็อิดออด ตอนหลังเป็นคนเตือนพ่อแม่เลยแล้วก็เริ่มเห็น การขยายผล (Broaden-and-Build) เช่น Hope ภรรยาอยากไปทำงานแนวนี้ สามีอาจพยายามคิดหา Connection รู้จักใครไหมที่จะสนับสนุนความฝันของภรรยา 

ถ้าอยู่เมืองไทยหมอด้วยกันนี่แนะนำนพ.สุริยเดว ผมรู้จักท่านก็อาจช่วยได้ ที่เกาหลีผมไม่รู้จัก (คุณกำลังทำให้อิคิไก หรือ Purpose ของภรรยาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา) 

ลูกชอบนอนโง่ๆ ก็นัดแนะกันอย่าไปกวนวันเสาร์ 


แค่เขียนก็มีความสุขแล้ว สำหรับผมลองเขียนดูตามในหนัง ผมยังว๊าว เลยมันเห็นโอกาส เหมือนเราจะเริ่ม Broaden-and-build พยายามขยายหาทาง มันเกิดความคิดสร้างสรรค์ มองหา Connection ขึ้นมา

ยังไม่พอทั้งสองยังค้นพบ และทดลองเทคนิคอื่นๆ ที่อาจารย์แนะนำมาอีก เช่นก่อนนอนเขียน Graitutude Journal บันทึก ขอบคุณสามเรื่องสั้นๆ ก่อนนอน นี่ดีเลยครับ ใครทำแบบนี้อาทิตย์เดียว สุขภาพจิตดีไปหลายเดือน ทำง่ายๆครับเช่น ผมยกตัวอย่างผมก็ได้ เพราะจำในเรื่องไม่ได้หมด

วันนี้ขอบคุณที่ได้เขียน Blog เรื่องนี้ทำให้ผมได้กลับไปค้นคว้าหนังสือเรื่อง Positivity ทำให้แตกฉานขึ้น

ขอบคุณที่ครอบครัวไม่เอางานมาปนที่บ้าน ทำให้มีความสุขมากๆขอบคุณที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้คุยกับท่านทุกวัน 

ว๊าวๆ ลองทำสิ ผมทำแล้วรู้สึกว่าได้คิดว่าเรามีอะไรดีในชีวิตเยอะ และบางที่ทำให้เราหันกลับไปเพิ่มคุณค่าสิ่งที่ทำให้เราดีแล้วดีขึ้นอีก เช่นพรุ่งนี้จะเพิ่มคุณภาพการคุยกับพ่อแม่อีก 

เทคนิคที่สาม ลองเจริญสติครับ อาจารย์แนะนำ ช่วยได้มากแบ่งเวลาไปทำ เป็นระยะๆ จะลด ตัดวงจรการปรุงแต่งอารมณ์ลบได้เยอะมาก

เทคนิคที่สี่ลองประเมินจุดแข็งโดย VIA Character Strengths ของทุกคนแล้วเอามาใช้ ที่ถ้าพูดต่อจะยาวมากๆ ไว้วันหลังมาเล่า สรุปว่ามันดีงามมากครับ 

มาตอนท้าย..เมื่อทั้งสองอ่านแล้วลองทำตาม แล้วก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง มีความทุกข์ใจมาบ้างเป็นระยะๆ แต่ก็ผ่านไปได้ ผมเห็นความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เรื่องตามมา เห็นแวดวงใหม่ๆ ของสามี เห็นโอกาสใหม่ๆ ของภรรยา เห็นความสุขบนใบหน้าของลูก ปัญหากิ๊กนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีครับ 

เรื่องราวของทั้งคู่ในจักรวาลคู่ขนานก็จบลงอย่างมีความสุข 

คุณดูเรื่องนี้ในจักรวาลคู่ขนานกับผมแล้วมีความสุขไหมครับ 

คำถามวันนี้คือ

Positivity Portfolio ของคุณเป็นอย่างไร

มาเขียนลง แล้วขยายผล แล้วไปเก็บเกี่ยวความสุข

อยากเห็นคนไทยมีความสุขกับชีวิตครอบครัวมากๆ สุขที่สุดในจักรวาลเลย

ด้วยรักและปราถนาดีดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ 

Positive Psychology Coach

Ref: Fredrickson, Barbara. Positivity (p. 45). Potter/Ten Speed/Harmony/Rodale. Kindle Edition. 

หมายเลขบันทึก: 688793เขียนเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2021 11:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2021 17:56 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี