Telehealth/teletherapy
คำนิยาม: การใช้สื่อในการสื่อสารส่งข้อมูลเพื่อการบำบัดฟื้นฟูมีการเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1984และมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปี2020เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19
ข้อคำนึงในการให้การรักษาแบบTelehealth
• ต้องมีการตั้งข้อตกลงร่วมกัน เช่น ในการบำบัด ไม่อนุญาตให้มีการอัดข้อมูล ต้องเป็นห้องปิด รูปแบบการชำระเงิน
• รักษาบทบาทระหว่างผู้บำบัด และผู้รับบริการ
• ต้องมีการวางแผนและตั้งเป้าประสงค์การรักษาร่วมกับผู้รับบริการและผู้ดูแลในเคสที่เปลี่ยนจากการรักษาแบบon-site ต้องมีการประเมินว่าควรตั้งเป้าประสงค์การรักษาใหม่หรือว่าคงเป้าหมายการรักษาเดิม
การเตรียมความพร้อม
• ต้องมีอุปกรณ์และอินเตอร์เน็ต
• ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลมีความพร้อมให้การช่วยเหลือ
• ผู้บำบัดต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ/ผู้ดูแล
รูปแบบการให้การรักษาสามารถแบ่งได้เป็น3รูปแบบ
Counseling ในกรณีที่ผู้ดูแลขาดความพร้อม นักกิจกรรมบำบัดจะมีบทบาทในการให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแล และการรับFeedbackเพื่อให้คำแนะนำในการบำบัดในครั้งถัดไป
Parent coaching มีผู้ดูแลเป็นผู้นำการบำบัด โดยมีนักกิจกรรมบำบัดดูแลให้คำแนะนำและFeedbackแก่ผู้ปกครองทีละเซคชั่นย่อยๆ*ต้องมีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ดูแล*ต้องมีการคุยกันถึงอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องใช้ก่อนเริ่มการบำบัด
Teletherapyใช้ในกรณีที่ ผู้รับบริการมี higher Cognitiveดี สามารถคงความสนใจในการทำกิจกรรมได้นานจนจบการบำบัดนักกิจกรรมบำบัดจะเป็นผู้ให้การบำบัดแก่ผู้รับบริการโดยตรง
ขั้นตอนการให้การบำบัดรักษา
Warm up -การพูดคุย เกม,กิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อม
Evaluate -การประเมินความสามารถของผู้รับบริการ อิงตามเป้าประสงค์การรักษา ตามบริบทของผู้รับบริการ (บริบทที่บ้านและที่โรงเรียนอาจมีความแตกต่างกัน)
Run the session - อธิบายเป้าหมายการรักษาให้กับผู้รับบริการ มีการพักเมื่อจบแต่ละกิจกรรม
Monitor/Feedback -ให้feedbackกลับแก่ผู้ดูแลเพื่อพัฒนาการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับบริการ
ข้อดี
• ปลอดภัยจากไวรัส Covid-19
• สามารถให้การรักษาทางไกลได้
• สถานที่มีความยืดหยุ่น
• ตารางมีความยืดหยุ่น
• สามารถประเมินผ่านบริบทจริงของผู้รับบริการได้ ส่งผลให้สามารถตั้งเป้าประสงค์การรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น
• ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง
• ไม่ทำให้การให้การรักษาขาดช่วง
ข้อเสีย
• การประเมินมีข้อจำกัด
• อุปกรณ์และเทคโนโลยีมีข้อจำกัด
• ขาดการสร้างสัมพันธภาพแบบ face to face
• ต้องการผู้ดูแลในการให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
Key to success
• Be ready -ต้องมีการเตรียมความพร้อมในอุปกรณ์และผู้ดูแลก่อนการบำบัด
• SMART Goals - การตั้งเป้าประสงค์การรักษาที่มาประสิทธิภาพ
• Flexibility - ต้องมีความยืดหยุ่น
• Solve the problems - ต้องมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอุปสรรค
• Make it happen - ลงมือให้การบำบัดอย่างเต็มความสามารถ
Tips for telehealth
- Overplan + Preplan - ในการวางแผนแต่ละเซคชั่นต้องมีการคิดgrade up &grade down
- Platform + Material - ต้องมีการเรียนรู้ฝึกใช้แพลตฟอร์มหรืออุปกรณ์เพื่อสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
- Relationship with support person -ต้องมีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้ดูแล
- Do not rely on computer-based activities - ไม่ให้เกิดการล้า ควรมีกิจกรรมอย่างอื่นร่วมด้วย
- Structure activities - ควรมีโมเดลหรือต้นแบบให้ผู้รับบริการสามารถทำตามได้
- Behavioral management- การฝึก อุปนิสัยที่ดีมีความตั้งใจและให้ความร่วมมือในการบำบัด
- ในการสัมภาษณ์ “การแสดงออก น้ำเสียง การพูดซ้ำๆของผู้รับบริการ/ผู้ดูแล = ความรู้สึก”
- ในการสัมภาษณ์ ต้องใช้ สมาธิ ความจัง และตั้งใจฟัง หากไม่สามารถจำได้หมดควรใช้การจดประเด็นสำคัญแบบย่อๆ แต่ต้องระวัง ไม่ตั้งใจจดจนไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่ผู้รับบริการกำลังพูด
- ต้องมี Physical language + Reflection
นอกจากนั้นtelehealthนังถูกนำไปใช้ในการให้การรักษาในรูปแบบอื่นๆเช่น การการลงชุมชนอีกด้วย
ขอขอบคุณองค์ความรู้จากอาจารย์และรุ่นพี่ศิษย์เก่ารวมถึงเพื่อนทุกคนในสาขากิจกรรมบำบัดที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ครับ
บทความนี้มีเนื้อหาที่กระชับ และสรุปประเด็นสาระที่น่าสนใจออกมาเป็นข้อ ๆ ทีละประเด็นทำให้สามารถอ่านได้ง่าย มีการสรุปข้อดี ข้อเสีย ที่หลากหลาย มีTips มาร่วมแบ่งปันในบทความนี้อีกด้วย
เห็นด้วยกับ Key to success เพราะการให้การบำบัดเราต้องทำทั้ง 5 ข้อนี้ให้ได้การบำบัดถึงจะประสบความสำเร็จ รวมถึงข้อดีข้อเสียของ telehealth นั้นทำให้เห็นว่าเราควรจะนำ Telehealth ไปใช้ในบริบทอะไรเพื่อทำให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพเเละเหมาะสมกับการรักษา