ประสบการณ์การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ของมหาวิทยาลัยกลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่
การมุ่งมั่นในการทำตำแหน่งทางวิชาการให้สูงขึ้นนี้ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองของเรา และของบุคลากรในมหาวิทยาลัยกลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based and Community) เพื่อที่จะยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยให้ก้าวไปเติมเต็มศักยภาพในพื้นที่ และชุมชนได้จริง ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ บวกผสมผสานกับภูมิปัญญาไทย จึงเป็นโอกาสในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆขึ้นมา มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเชิงพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยกลุ่มราชภัฎ
สิ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับคณาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยฯ ในยุคปัจจุบัน คือ การขอตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้น (อ. ผศ. รศ. ศ. ศ.11) และการขอทุนวิจัยเพื่อทำวิจัยครับ ในการมีตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นนั้นจะบ่งบอกถึงศักยภาพ ความสามารถ และปริมาณงานที่มากขึ้นของเราด้วย อีกทั้งจะบ่งบอกถึงขีดความสามารถทางวิชาการของเราที่มีสูงขึ้น ตลอดจนบ่งบอกถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยฯด้วยเช่นกัน ในการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่นั้น ในการเตรียมตัวเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ ต้องทำให้การสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ หลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกันให้ได้ครับ หรือเป็นธีมเดียวกันทั้งหมด ในงานวิจัยก็ต้องมุ่งเป้าชัดเจนและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง การบริการวิชาการหรือพันธกิจสัมพันธ์ ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเป้าหมายได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำเราไปสู่บทความวิจัย ผลงานวิชาการรับใช้สังคม และหนังสือวิชาการเฉพาะทางที่เราเขียนขึ้นได้ตามลำดับครับ
ส่วนข้อแนะนำในช่วงเริ่มต้นการทำงานวิจัยนั้น เราต้องมีเป้าหมายและแผนงานวิจัยระยะยาวของเราให้ชัดเจน ไม่ทำงานวิจัยแบบสะเปะสะปะซึ่งจะไม่สะท้อนว่าเรามีความชำนาญเฉพาะทางในเรื่องใด ควรหาตัวเองให้เจอและพยายามรักษาการทำงานวิจัยนั้นให้ต่อเนื่องครับ ประสบการณ์ของผมตั้งแต่การขอตำแหน่ง ผศ. ก็ใช้ผลงานวิจัยขอ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นรากฐานสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้เรามีทิศทางการวิจัยที่ชัด มีปริมาณงาน และมีประสบการณ์ในการตีพิมพ์เผยแพร่ที่มากพอจนก้าวขึ้นสู่การขอตำแหน่ง รศ. ซึ่งเคล็ดลับต่างๆ นี้ก็ได้ถ่ายทอดแนะนำให้กับเพื่อนร่วมงานในสาขาฯ ได้ใช้ในการขอผลงาน ผลก็ประสบความสำเร็จได้รับ ผศ. ทั้ง 7 ท่านเช่นกัน สำหรับผู้ที่พลาดหรือยังไม่ได้ขออย่าเพิ่งท้อนะครับ ต้องเริ่มใหม่ทำเป้าหมายให้ชัดเจน ทำผลงานเพิ่มเติมขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ สักวันหนึ่งเราจะเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏมีศาสตราจารย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆครับ
คนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยฯ มีความคิดเป็นของตนเองมากขึ้นครับ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยฯ การทำงานของคนรุ่นใหม่อาจจะต้องสร้างเป้าหมายให้กับตัวเอง มีการทำงานเป็นทีม มีการเรียนรู้งานใหม่ๆ กล้าที่จะตำหนิ กล้าที่จะตรวจสอบผลงานซึ่งกันและกันที่เกิดขึ้น การหาเพื่อนร่วมงานที่ดีจึงสำคัญมาก ควรมีการประชาสัมพันธ์ผลงานตัวเองที่ดี และหาผู้สนับสนุนที่ดีด้วย เรียนรู้ที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนและปรับตัวร่วมกันกับผู้อื่นได้ มีใจกว้างอย่างเหมาะสม ยืนกรานในความถูกต้อง และกล้าเสี่ยง
วันนี้เชิญชวนน้องๆคนรุ่นใหม่ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยฯให้ก้าวขึ้นมาเป็นองค์กรที่พัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ เป็นผู้ชี้นำสังคม ชี้นำทั้งในด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านวิจัย ด้านบริการวิชาการหรือพันธกิจสัมพันธ์ เพื่อการพัฒนาชุมชน
ตลอดจนกล้าชี้นำในแบบอย่างแห่งความดี ความถูกต้อง และความซื่อสัตย์ด้วย ในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา ถ้าหากทำได้ความศรัทธาของประชาชน และ นศ. จะเกิดขึ้นอย่างมากมาย หลายคนจะเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยฯและออกไปอย่างภาคภูมิครับ
"เราต้องไม่ผลิตกำลังคนเพื่อที่จะตอบโจทย์ภายในประเทศเท่านั้น แต่เราต้องผลิตกำลังคนให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้" ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

