" หากเป็นเช่นนั้น..ผมก็ไม่อาจจะหวังไปไกลถึงงบประมาณที่จะเข้ามาช่วยเหลือ แค่ไม่ยุบก็พอใจแล้ว..แค่ไม่ตัดอัตราครูที่มีอยู่ก็เป็นสุขเหลือเกิน ที่สำคัญอย่าตัดอัตราครูและผอ.ที่จะเกษียณอายุราชการก็น่าจะเพียงพอ..ซึ่งหลายโรงกำลังเจอปัญหานี้ เพราะสพฐ.ตั้งใจจะยุบนั่นเอง..."

          วันนี้..เมื่อปีก่อนๆ ผมจะย้อนถามผู้นำการศึกษาอยู่เสมอว่า..คิดทำไม? คิดขึ้นมาเพื่ออะไร? บางเรื่องราวเปลี่ยนชื่อโครงการแต่ทำเหมือนเดิม บางเรื่องดีแต่พูด แต่ไม่เคยทำได้จริงๆ

      แต่ในวันนี้..สิ่งที่ สพฐ.เคยรับลูกที่โยนมาจาก ศธ. แล้วทำแบบ “เผาหลอก”นั้น ต่อไปนี้ถึงเวลา “เผาจริง”แล้ว หลังจากที่ผมติดตามการประชุมทางไกลผ่าน Video Conference

          เรื่อง..การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และศึกษาเอกสารแผนงานและนโยบายการพัฒนา ตลอดจนแนวทางการบริหารโรงเรียนคุณภาพของชุมชนในระดับเขตพื้นที่

          ผมเริ่มเรียนรู้และทำความเข้าใจ ไม่ตอบโต้ ผมก้าวมาไกลจนใกล้เกษียณ จึงน้อมรับการเปลี่ยนแปลง และยอมรับว่า..การศึกษาถึงคราที่จะต้องปฏิรูปอย่างจริงจัง...

          รมต.ศธ.เริ่มขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง”ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๖๓ และต้องการให้เป็นไปตามแผน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

          ผมไม่รู้สึกกังวลใจ หรือหวาดกลัว ไม่รู้สึกเสียดายหรือเสียใจ ในสิ่งที่คนของรัฐบาลจะทำอย่างจริงจัง มิใช่ว่าผมแก่เกินแกง หรือหมดแรงที่จะไปต่อ แต่เป็นเพราะผมทำเรื่องนี้มานานแล้ว

          ตลอดเวลากว่า ๑๔ ปี ที่ทำโรงเรียนบ้านหนองผือ ให้เป็นโรงเรียนดีมีคุณภาพของหมู่บ้าน ซึ่งก็เป็นชุมชนในระดับหนึ่ง ที่มีจิตวิญญาณ มีวัฒนธรรมและการทำมาหากินที่มั่นคง

          ตลอด ๑ ทศวรรษ ต่อสู้ยืนหยัด ยืนกรานและเรียกร้องว่า..อย่ายุบควบรวมหนองผือเลย จนรู้สึกว่าเป็นคนดื้อ แต่ก็อ่อนโยนที่จะสร้างงานคุณภาพให้เห็น..ขอเวลาหน่อยก็แล้วกัน..

          ปี ๒๕๖๑ ต่อเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๖๓ มีประกาศเล็กๆที่ไม่โด่งดังแต่ก็เป็นทางการ ให้โรงเรียนบ้านหนองผือ เป็นโรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone)

          แต่มีเงื่อนไขว่า..จะต้องบริหารจัดการด้านวิชาการให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งการอ่านคล่องเขียนคล่อง และผลการทดสอบระดับชาติ ชั้น ป.๓ และ ป.๖ ต้องเป็นที่น่าพอใจของต้นสังกัด...

          โดยจะต้องไม่เรียกร้องใดๆ หมายความว่าต้องพึ่งพาตนเอง แล้วผมก็ทำได้และพร้อมจะทำต่อไป กราบขอบพระคุณเครือข่าย ขอบคุณเพื่อนๆและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนมาโดยตลอด

          วันนี้..๒๕ พย. ๒๕๖๓ สพฐ.หยิบยื่นเรื่องราวให้พิจารณา ก่อนเร่งรัดให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมใน ๓ ประเด็นหลัก คือ ๑. การควบรวมเพื่อสร้างโรงเรียนคุณภาพให้ชุมชน มีเป้าหมายให้ยุบร.ร.เล็กๆหลายๆโรง มารวมเป็นโรงเรียนเดียว แล้วระดมทรัพยากรทุกอย่างลงไปอย่างเต็มพิกัด

          ๒. พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง อันนี้ก็น่าจะทำได้อย่างที่ไม่ยากเย็นนัก

          ๓. การเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับโรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ทั้งโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง

          นั่นหมายถึง (อาจจะ) มีโรงเรียนบ้านหนองผือ อยู่ในข่ายหรือกรณีศึกษาในเรื่องนี้ด้วย

          หากเป็นเช่นนั้น..ผมก็ไม่อาจจะหวังไปไกลถึงงบประมาณที่จะเข้ามาช่วยเหลือ แค่ไม่ยุบก็พอใจแล้ว..แค่ไม่ตัดอัตราครูที่มีอยู่ก็เป็นสุขเหลือเกิน ที่สำคัญอย่าตัดอัตราครูและผอ.ที่จะเกษียณอายุราชการก็น่าจะเพียงพอ..ซึ่งหลายโรงกำลังเจอปัญหานี้ เพราะสพฐ.ตั้งใจจะยุบนั่นเอง...

          สพฐ.และศธ. จับมือกันที่จะทำโรงเรียนขนาดเล็ก ให้เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ตามแนวทางที่ผมกล่าวมา เพราะเห็นว่า..โรงเรียนเล็กๆจำนวนนักเรียนน้อยลง ครูไม่ครบชั้น สื่อเทคโนโลยีไม่มีประสิทธิภาพ

          เมื่อทำให้เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ คุณภาพก็จะได้ตามมา คือได้อาคารเรียน ได้แหล่งเรียนรู้ ครูครบชั้น นวัตกรรมทันสมัย ได้งบประมาณเพียงพอและได้ผอ.ที่กล้าเปลี่ยนแปลง

          แต่ผมก็เปลี่ยนแล้ว และสามารถทำโรงเรียนหลังเล็ก ให้ใหญ่ขึ้นได้เป็นลำดับ โดยที่ไม่ต้องรวมกับใคร หรือจะไม่ให้ใครมารวมก็แล้วแต่ เพราะแต่ละโรงเรียนก็มีบริบทของตัวเอง..

          จากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น (๑๐๑ คน)ก็เป็นข้อมูลในเชิงชี้วัด อาคารเรียนก็มีความพร้อม อาคารประกอบก็มากพอ จำนวนครูไม่ขาดแคลน ผลสัมฤทธิ์ไม่เป็นปัญหาแก่ต้นสังกัดแต่อย่างใด

          แหล่งเรียนรู้..มีความหลากหลาย ครอบคลุมเนื้อหาและกิจกรรมของหลักสูตร นำสู่ทักษะชีวิต จากการที่ผมประยุกต์ใช้หลักคิดตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มานานนับ ๑๐ ปี

          ด้านนวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยี...วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ นี้ โรงเรียนบ้านหนองผือจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากองค์กรภาคเอกชน ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนด้วยสื่อไอที...

          ทุกห้องเรียนต้องมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ให้ครูใช้เชื่อมต่อกับทีวีที่มีประจำห้อง รองรับด้วยอินเตอร์เน็ตที่มีความพร้อม เพื่อการเรียนรู้สู่โลกกว้าง ที่นอกเหนือจากการศึกษาทางไกล

          จากนี้ต่อไป..โรงเรียนบ้านหนองผือ ก็จะพร้อมที่จะเป็นโรงเรียนคุณภาพของหมู่บ้านและชุมชน โดยที่ภาครัฐไม่ต้องลงทุนด้วยซ้ำ ขอเพียงความเชื่อมั่น ว่านี่คือ..ผลผลิตของ “ชยันโตโมเดล” อย่างแท้จริง

          ต่อเมื่อ..โรงเรียนหลังนี้มั่นคงและยั่งยืนแล้ว...สพฐ.และเขตพื้นที่ฯจะขอมีส่วนร่วมบริหารจัดการหรือเข้าแทรกแซงและสร้างสรรค์กิจการใดๆ ก็คงเป็นเรื่องของผู้บริหารคนใหม่..พิจารณา

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๖๓