MoHo หรือ Model of Human Occupation เป็นแบบจำลองการดำเนินชีวิตของมนุษย์ โดยMoHoมองว่ามนุษย์เป็นระบบเปิด ซึ่งก็คือสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ ความเชื่อ วัฒนธรรม คนรอบข้าง สถานการณ์ต่างๆรอบตัวเป็นสิ่งเร้าที่มีผลต่อความคิด ความรู้สึกและการกระทำของมนุษย์
แบบจำลองดังกล่าวจะเป็นการประเมินแยกแยะปัญหาต่างๆ เพื่อตั้งเป้าหมายรายบุคคล เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถในการแสดงบทบาทที่มีความหมายและเหมาะสมในชีวิต
โดยMoHoจะเริ่มจาก “การรู้จักตนเองว่าตนเองมีแรงจูงใจและความตั้งใจ”ในการทำกิจกรรมอะไร เรามีกิจกรรมทางเลือกมากมาย แต่การจะเลือกทำกิจกรรมหนึ่งจะต้องให้ความสนใจ(interest)และให้คุณค่า(value)ต่อกิจกรรมนั้น ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อเราเบื่อและมองหากิจกรรมยามว่างทำ มีกิจกรรมมากมายให้เลือก เราเลือกการปลูกต้นไม้ เนื่องจากชอบต้นไม้รูปแบบต่างๆ(เป็นความสนใจ-interest)และปลูกต้นไม้ช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น(เป็นการให้คุณค่า-value) หรือเมื่อเราหิวแล้วเลือกทานผัดกะเพรา เนื่องจากน่าอร่อย(interest)และทำให้อิ่ม(value)
เมื่อมีเจตจำนงค์(Volition)และนำไปสู่การทำกิจกรรม ที่เคยมีประสบการณ์และรู้ถึงความหมายในการทำกิจกรรมดังกล่าว ก็จะเกิดการทำนายอนาคตหรือการทำซ้ำ จากตัวอย่างข้างต้น เมื่อมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้และรู้คุณค่าก็จะมีการวางแผนเพื่อปลูกต้นไม้อีกเมื่อรู้สึกเบื่อ หรือเมื่อหิวก็จะเลือกทานผัดกะเพราเช่นเดิมเพราะอร่อยและทำให้อิ่ม การทำกิจกรรมดังกล่าวซ้ำๆเป็นประจำ(Routines) จะทำให้เกิดเป็นอุปนิสัยเฉพาะตัว(Habit) จนแสดงออกมาเป็นบทบาท(Roles) เช่น ปลูกต้นไม้-คนปลูกต้นไม้, ทานผัดกะเพรา-ผู้บริโภค
แต่สิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ และมีการปรับเปลี่ยนตามเวลาและช่วงวัย ซึ่งจะส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และการกระทำ เมื่อเจตจำนงค์(Volition)และความเป็นพฤตินิสัย(Habituation)มีการเปลี่ยนแปลง บทบาทก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง คือ จากคนปลูกต้นไม้ อนาคตอาจจะอยากลองเป็นคนขายต้นไม้ หรือจากผู้บริโภคเปลี่ยนเป็นผู้ผลิต จากการอยากลองทำเอง การเปลี่ยนแปลงของบทบาททำให้เกิดการเรียนรู้และสะสมทักษะใหม่ๆ(Skills) ได้มีปฏิสัมพันธ์(interaction) นำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational Performance)
ตัวอย่าง
การปลูกต้นไม้
-การใช้มือ การใช้สายตา (Motor skills)
-การติดต่อพูดคุยกับคนที่ปลูกต้นไม้เหมือนกัน (Social skills)
-การเรียนรู้วิธีการปลูก การจัดการกับต้นไม้ (Process skills)
การทานอาหาร,ทำอาหาร
-การเคี้ยว การกลืน (Motor skills)
-การฝึกทำอาหารเอง (Process skills)
-การติดต่อสื่อสารขอวิธีการทำจากผู้อื่น (Social skills)
การเปลี่ยนแปลงบทบาททำให้เกิดการเรียนทักษะต่างๆ เมื่อมีทักษะและทำกิจกรรมนั้นๆก็จะเกิดเป็นPerformance และการดำเนินกิจกรรมต่างๆจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วม(Participation) ซึ่งสิ่งต่างๆ ทั้งแรงจูงใจ ทักษะ ความสามารถ การมีส่วนร่วม จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตได้
จากข้างต้น จะเห็นว่าประโยชน์ของMoHoคือ การรู้เจตจำนงค์ของตนเองจะทำให้สามารถเลือกทำกิจกรรมที่ตรงกับความต้องการและทำให้เกิดบทบาทที่เหมาะสม และยังเป็นการเพิ่มทักษะต่างๆอย่างเป็นระบบและเป็นทักษะที่เหมาะสมกับบทบาทหรือกิจกรรมที่ต้องการทำ ทำให้แก้ไขและปรับเปลี่ยนได้ถูกต้องและตรงจุดปัญหา ซึ่งทำให้พัฒนาตนเองได้ดีมากขึ้นและเป็นไปอย่างมีระบบ และการพัฒนาตนเองที่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดสุขภาวะได้
อ้างอิง
ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก