ตอบเภสัชกร สอนเรื่องยา

Anek Thanonghan
เช่นเดียวกันที่คนไข้เบาหวานเค้าก็มีประสบการณ์ดีๆ มาแลกเปลี่ยนกับเราเหมือนกัน ลองฟังคนไข้ดู แล้วจะรู้ว่าบางเรื่อง เจ๋งกว่าเราอีกครับ
วันนี้ได้รับการถามจากน้องเภสัชกร ที่ รพ.บำราษ ว่าสอนเบาหวานรายกลุ่มอย่างไรดี ก็เลยตอบไป และเอาที่ตอบมาแชร์ไว้ด้วยครับ

        แฮ่ๆ บอกเลยนะครับว่าแลกเปลี่ยนกันดีกว่า เพราะผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ  คำถามที่ถามหมายถึงการสอนคนไข้ใช่หรือเปล่าครับ และเป็นโรคเบาหวานด้วย (ทวนคำถาม ตามหลัก DIS)

      ถามว่า เภสัชเราควรสอนแค่ไหนดี ก็น่าจะจับประเด็นยาไว้ก่อนนะครับ แต่ผมให้ความเห็นว่าต้องเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ไม่ต้องวิชาการมาก เช่น เทนที่จะพูดว่ายาแต่ละตัวออกฤทธิ์อย่างไร ก็เป็นว่าเล่าว่า ถ้ายาเข้าร่างกายแล้วจะไปไหน อาจใช้วิธีการเปรียบเทียบ เช่นผมใช้วิธีการเปรียบว่า โรคเบาหวานก็เหมือนแม่น้ำ น้ำที่ไหลมาก็คือน้ำตาล ถ้าเป็นโรคเบาหวาน ก็ให้นึกถึงตอนน้ำท่วม ที่น้ำไหลล้นแม่น้ำออกมา เป็นมากก็ท่วมมาก เป็นน้อยก็ท่วมน้อย ยาที่ใช้ก็เหมือนกันกับเครื่องสูบน้ำที่เอาไปสูบเอาน้ำออกไปใช้ประโยชน์ ที่จะเอาน้ำที่ท่วมออกไปใช้ให้มากที่สุด ซึ่งก็จะแตกต่างกันในแต่ละที่ที่น้ำท่วม เช่น บางที่เครื่องใหญ่ เครื่องเล็ก ใช้เครื่องเดียวหรือหลายเครื่อง หลายยี่ห้อ หรือใช้วิธีการอื่นร่วมกับเครื่องสูบน้ำ (เปรียบกับยา ที่ต้องใช้แตกต่างกัน ตามระดับของโรคแต่ละคน บางคนใช้ชนิดเดียว บางคนใช้ร่วมกันหลายชนิด ปริมาณก็มากน้อย ไม่เหมือนกัน หรือบ้างคนไม่ได้ผลก็ต้องใช้วิธีอื่นๆช่วย)   ไม่รู้จะงงหรือเปล่านะครับ ฮ่าๆๆๆ

      แต่ที่สำคัญที่สุด ในการสอนรายกลุ่มก็คือ เราต้องใช้ปัญหาเฉพาะกลุ่มให้เป็นประโยชน์ อาจจะลองถามคร่าวๆก่อนว่า ใช้ยากันอย่างไร หรือใช้ยาแล้วดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วค่อยเสริมตามประเด็นที่กลุ่มให้ความสนใจ จะได้สนุกทั้งคนพูด และคนฟัง เพราะเมื่อเราสังเกตการทำกลุ่มที่สอนซ้ำๆ แบบเดิมๆ คนที่เบื่อจะเป็นเราเอง(ถ้าเป็นคนชี้เบื่อนะ)แล้ววันหลังก็จะกลายเป็นหุ่นยนต์ ขาดชีวิตชีวา

    อีกอย่างถ้าเป็นไปได้ ก็คือไม่ต้องแบ่งว่าเรื่องไหนใครสอน ให้มารวมกัน พร้อมๆกัน แล้วถ้ากลุ่มมีเรื่องชี้ประเด็นไปทางไหนก็ให้คนที่เชี่ยวชาญเป็นคนแชร์ เช่นถ้าประเด็นยา ก็ให้เภสัชกร ก็น่าจะดี (นึกถึงคนไข้นะ เค้าไม่ได้เรียงลำดับอยู่แล้วว่าต้องฟังประเด็นไหนก่อนหลัง เพราะโรคเบาหวานมันมีทุกประเด็นปนเปกันอยู่ บางทีคุยเรื่องยา ก็สงสัยเรื่องอาหารเฉยเลยก็มี)

    สรุปว่าที่เล่ามาเป็นประสบการณ์นะครับ (tacit knowledg) ไปปรับดูนะครับในการสอนคนไข้   และเช่นเดียวกันที่คนไข้เบาหวานเค้าก็มีประสบการณ์ดีๆ มาแลกเปลี่ยนกับเราเหมือนกัน ลองฟังคนไข้ดู แล้วจะรู้ว่าบางเรื่อง เจ๋งกว่าเราอีกครับ

เอนก ทนงหาญ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เบาหวานธาตุพนม(DM That Phanom)

คำสำคัญ (Tags)#เภสัชกร#ความรู้เรื่องยาเบาหวาน

หมายเลขบันทึก: 68461, เขียน: 20 Dec 2006 @ 20:13 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:47 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

รุจิรา
IP: xxx.53.166.133
เขียนเมื่อ 

การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย

หายขาดจริงๆครับ

โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว

พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ

ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ

ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย

ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ

อัศจรรย์จริงๆครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197

คือ เป็นเภสัชกรค่ะ และทางโรงพยาบาลกำลังจะจัดค่ายเบาหวานเร็วๆนี้

แต่เนื่องจาก ไม่เคยมีประสบการณ์การทำค่ายเบาหวานเลย

อยากทราบว่า ถ้าต้องรับผิดชอบตรงนี้ ควรจะเริ่มจากอะไรดีคะ ไม่มีไอเดียเลยค่ะ