ความรู้พื้นฐานทางจริยศาสตร์..?

โดย...อุทัย  เอกสะพัง

1.เรื่องจริยศาสตร์เป็นปรัชญาสาขาหนึ่งที่กล่าวถึงการค้นหาความดีสูงสุดของชีวิตมนุษย์.  เราค้นหาหลักเกณฑ์เพื่อตัดสินความประพฤติของมนุษย์ว่า  การกระทำอย่างไรถือว่าถูกต้อง  ไม่ถูกต้อง  ดีหรือไม่ดี  ควรหรือไม่ควรอย่างไร.

จริยศาสตร์  ตามหลักนิรุกติศาสตร์คำว่า  จริยศาสตร์นั้นมาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต  ( จริยะ + ศาสตร์ )  แปลตามตัวอักษรได้ว่า  ศาสตร์แห่งความประพฤติ  ซึ่งตรงกับภาษาลาตินว่า  Ethos  เป็นการสื่อถึงอุปนิสัยใจคอของมนุษย์.

จริยศาสตร์ที่ตรงกับภาษาอังกฤษว่า  Ethics หมายถึงศาสตร์ที่ว่าด้วยศีลธรรมอันเป็นหลักแห่งการประพฤติปฏิบัติของมนุษย์.

เมย์และชาร์รัตต์ ( May, Larry  and  Sharratt. 1994: 4 )  อธิบายว่า  จริยศาสตร์คือการที่บุคคลทำตามหลักมนุษยธรรมของตนเอง  เช่น  กลุ่มประโยชน์นิยม.  พวกเขามีแนวคิดว่า..สิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ของชนส่วนใหญ่ . ตามหลักมหสุข  สำหรับเมย์และชารัตต์นั้นหัวข้อสำคัญของจริยศาสตร์ร่วมสมัยคือ  สิทธิมนุษยชน.  จริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม  ความยากจน  สงครามและความรุนแรง  บทบาทของสตรีและจริยธรรม  เรื่องการทำแท้ง  เรื่องเอดส์.

แมคคินนอน  ( Mackinnon. 1995 : 5 )  อธิบายว่า  จริยศาสตร์หรือปรัชญาจริยธรรม (  Moral  Philosophy )  อธิบายเรื่องชีวิตที่ดี  และอะไรคือสิ่งที่ดีกว่าสำหรับชีวิตนี้.  อธิบายครอบคลุมในเรื่องทางเพศ  สิ่งแวดล้อมและสัตว์  ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและการจัดระเบียบโลกใหม่.

วิทย์  วิศทเวทย์ ( 2532 : 9, 65-144 ) อธิบายว่า  จริยศาสตร์ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ทางด้านคุณค่าของความดี  ซึ่งเป็นค่าทางจริยธรรม.  ความดีมีความหมายต่างกันดังนี้

1 . ความดี หมายถึงการนำไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ความดีข้อนี้ไม่เป็นคุณค่าทางจริยธรรม.

2 . ความดีหมายถึงน่าพึงประสงค์หรือน่าพึงปรารถนาหรือที่ตรงกันข้ามกับผิด  ไม่ควร  หมายถึงถูก  ควร  ดี.

สรุปเนื้อหาจริยศาสตร์มี 3 เรื่องด้วยกันคือ

1 ) เรื่องอะไรคือสิ่งดีที่สุด

2 ) เรื่องกระทำอย่างไรถือว่าถูก

3 ) เรื่องธรรมชาติของค่าทางจริยธรรมและการนิยามค่าทางจริยธรรม.  

2. ทฤษฎีทางจริยศาสตร์ ( The  Ethics  Theory )

จริยศาสตร์  = จริยะ  มาจากภาษาบาลี  แปลว่า  ความประพฤติ+ ศาสตร์  มาจากสันสกฤต  แปลว่า  วิชา

Ethics  เน้น  การทำดีที่สุด ( Supreme  good )

ตัวอย่าง พุทธจริยศาสตร์  เน้น  เจตนาในการทำกรรม  ดี  ชั่ว  ถูก  ผิด  ดังบทบาลีว่า  เจตะนาหัง  ภิกขะเว  กัมมัง  วะทามิ.  แปลว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เรากล่าวว่า  เจตนาคือตัวบ่งชี้กรรม.

การทำกรรมดี  คือ  เจตนาดี   (  Good  Will )

คนในสังคมโลกควรมี  5 หลักเพื่อรับรองการใช้ชีวิต ดังนี้

1.หลักจิต  คือ  อัตลักษณ์ของตน

2.หลักธรรม  คือ  ศาสนาที่ตนนับถือ

3.หลักแหล่ง  คือ  สถานที่อยู่อาศัย

4.หลักฐาน  คือ  การศึกษา  หน้าที่  การงาน

5.หลักคิด  คือ  เพื่อนคู่คิด  ปรัชญาชีวิต

จริยศาสตร์  สอนให้เรารู้จัก  ความจริงในชีวิตให้ดีที่สุดได้อย่างไร

จริยศาสตร์  สอนให้เรารู้จัก  ความงามในชีวิตให้ดีที่สุดได้อย่างไร

จริยศาสตร์  สอนให้เรารู้จัก  คุณค่าในชีวิตให้ดีที่สุดได้อย่างไร

จริยศาสตร์  สอนให้เรารู้จัก  การครองชีวิตให้ดีที่สุดได้อย่างไร

จริยศาสตร์  บอกอุดมการณ์ในชีวิตว่า  ควรทำอะไร  ทำอย่างไร

โดยการเรียนรู้จากทฤษฎีต่าง ๆ เช่น  สุขนิยม  อสุขนิยม  ประโยชน์นิยม  หน้าที่นิยม เป็นต้น.

เมื่อมองแง่พุทธศาสนาว่าคนมีเสรีภาพจึงเกิดหลักพุทธจริยศาสตร์ออกมานำเสนอว่า หลักละเว้นการทำชั่ว ทำแต่ความดี และหมั่นชำระจิตใจตนให้ผ่องใสอยู่เสมอ โดยมาคู่กับหลักไตรสิกขา 3 นั้นคือ ศีล – ละชั่ว, สมาธิ – ทำดี , ปัญญา – ทำจิตใจผ่องใส

มองแง่พุทธศาสนาว่า คนเป็นเจ้าของชีวิตตนและคนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองได้. แม้บางลัทธิในอินเดียจะบอกว่า คนไร้เสรีภาพ. โลกคือละคร. ผู้เขียนบทคืออำนาจลึกลับ. แต่คนต้องเลือกเล่นบทตามบทบาทที่ผู้เขียนมอบให้.

แต่แง่พุทธศาสนาบอกว่า..ถ้าอย่างนั้นคนก็ไร้คนดีคนเลวสิ เพราะทุกการกระทำล้วนทำตามบทที่ผู้เขียนบทสั่งให้ทำ ซึ่งมันขัดแย้งกับชีวิตจริง ๆ ของคนเรา. ที่เลือกกินข้าวไม่กินก๋วยเตี๋ยวก็ได้เพราะอะไร..?