คุณอุรพิณ ชูเกาะทวด กับคุณสุกุญญา ปฐมระวี จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นัดมาสัมภาษณ์บันทึกวิดีทัศน์ เอาไปใช้ในงานฉลองคณะแพทยศาสตร์มีอายุครบสี่รอบ โดยส่งคำถามมา ๕ คำถาม ที่สะท้อนว่าผมจากคณะฯ มา ๒๘ ปี แต่ยังมีความทรงจำของเรื่องราวสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งคณบดีเหลืออยู่บ้าง ในสมาชิกของคณะฯ จึงเตรียมคำถามมาได้อย่างดี ผมเตรียมตอบดังนี้
เหตุการณ์สำคัญในช่วงดำรงตำแหน่งคณบดีทั้งสองสมัย
ผมดำรงตำแหน่งคณบดีสมัยครึ่ง เป็นเวลา ๖ ปี คือระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๔ - ๒๕๒๖ และ ๒๕๒๘ – ๒๕๓๒ เวลาผ่านมานานมาก และผมมีความจำไม่ค่อยดี จึงคงจะเล่าได้ไม่ครบถ้วน และหากไปถามคนอื่น อาจได้คำตอบที่ต่างกัน เหตุการณ์สำคัญเท่าที่นึกออกคือ
- ๑. การเปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ มีการวางระบบต่างๆ เพื่อให้เป็นหน่วยงานคุณภาพสูง ประสิทธิภาพสูง และมีการปรับตัวได้ต่อเนื่อง รวมทั้งวางระบบความโปร่งใสด้านผลประโยชน์ หรือป้องกันการแสวงประโยชน์โดยมิชอบ
- ๒. พิธีเสด็จราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในปี ๒๕๒๙ และทรงพระราชทานทุน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้ขยายอาคารเย็นศิระ
- ๓. การวางพื้นฐานด้านคุณธรรมจริยธรรมในคณะ ไม่ประนีประนอมกับความทุจริตชั่วร้าย
- ๔. การวางระบบพัฒนาระบบไอทีโดยทีมงานของคณะเอง
- ๕. การลาออกจากตำแหน่งคณบดี และการไม่ได้รับเลือกให้เป็นคณบดีสมัยที่สอง
มุมมองจากการเป็นอาจารย์แพทย์และหัวหน้าภาควิชา
การเป็นอาจารย์แพทย์เป็นโอกาสสูงในชีวิต ได้มีโอกาสทำงานสร้างสรรค์หลากหลายด้าน มีโอกาสเลือกทำงานหลากหลายด้าน และมีโอกาสเจริญก้าวหน้าโดยไม่ต้องเติบโตตามอาวุโส คนที่มีโอกาสสูงในชีวิตเช่นนี้ ต้องรู้จักวางตัวเป็นผู้ให้ หาโอกาสทำงานเพื่อแบ่งปันแก่ผู้มีโอกาสน้อยกว่า
การเป็นหัวหน้าภาควิชาเป็นงานบริหารวิชาการ แต่ภาควิชาพยาธิวิทยามีงานบริการด้วย การจัดระบบจึงมีความสำคัญ การได้มีโอกาสเป็นหัวหน้าภาควิชาทำให้ได้เรียนรู้การบริหารหน่วยวิชาการอีกแบบหนึ่ง ต่างจากระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัย
ความสำคัญของเครื่องมือคุณภาพ เครือข่าย (แพทย์ภูมิภาคและอื่นๆ) และการสร้างคน
งานของคณะแพทยศาสตร์ส่วนที่ใช้แรงงานและทรัพยากรมากที่สุดเป็นงานบริการ อยู่ในอุตสาหกรรมบริการ คุณภาพและประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจัยคุณภาพอยู่ที่คนกับระบบ ต้องจัดการให้ดีทั้งสองด้าน ระบบคุณภาพช่วยพัฒนาทั้งระบบและพัฒนาคน
การพัฒนาคนมีเป้าหมายทั้งเพื่องานและเพื่อสังคม การที่ผู้ทำงานมี job satisfaction มีผลกระทบหลายด้าน ที่สำคัญคือ ทำให้เขามีความทุ่มเท และความสร้างสรรค์ รวมทั้งจะช่วยแพร่วัฒนธรรมความดีงามออกไปยังแวดวงของเขา ทำให้คณะแพทย์ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ยังทำหน้าที่สร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคมได้ คณะแพทย์ทำหน้าที่นี้ได้ง่ายกว่าหน่วยงานอื่นๆ เพราะเมื่อออกปากขอความช่วยเหลือจากใครก็มักได้รับการตอบสนองที่ดี เพราะเขารู้สึกเป็นเกียรติ
เครือข่าย คณะแพทย์ภูมิภาค ให้การเรียนรู้ และแรงบันดาลใจ
การสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทำให้คนไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง
วัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญคือวัฒนธรรมคุณภาพ วัฒนธรรมเรียนรู้จากการทำงาน ใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน คนเป็นผู้กระทำการเปลี่ยนแปลง (change agent) เขาจึงไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง คนที่หดหัวอยู่ใน safety zone จะกลัวการเปลี่ยนแปลง
หน้าที่สำคัญของผู้บริหารคือวางวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
ข้อคิดสำหรับ “คนรุ่นหลัง” ต่อการสร้างประโยชน์ต่อสังคม
บริบทเป็นเรื่องสำคัญด้วย สมัยโน้นเป็นยุคก่อร่างสร้างตัวจากความขาดแคลนยากลำบาก สมัยนี้คณะใหญ่โตมีชื่อเสียง โอกาสทำประโยชน์แก่สังคมมีทั้งส่วนที่เป็นแก่น และส่วนที่ต้องเปลี่ยนตามบริบทหรือยุคสมัย ส่วนที่เป็นแก่นคือเรื่องคุณธรรมความดีงาม การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ส่วนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยคือการทำหน้าที่มหาวิทยาลัยในยุคที่ประเทศต้องการใช้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม
ข้างบนเขียนไว้ก่อนวันถ่ายวิดีทัศน์ ในวันจริง ๙ กันยายน ประเด็นที่คุยกันไม่ตรงกับที่เขียนนัก ผมจงใจพูดให้คนรุ่นใหม่เข้าใจบริบทเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ที่แตกต่างจากสภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ. ในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ท่านที่สนใจฟังได้ที่ part 1, part 2
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.ย. ๖๓