นกขมิ้นทัวร์.." เรื่ิิอย ... เรื่อย..แต่...มีจุดหมาย " ( 2 )


คุณมะเดื่อ ใช้เวลาอยู่ที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่จนประมาณ 10 โมงเช้า จึงออกจากวัดพ่อบ้านแวะดูวัตถุมงคลที่ร้านนอกวัด (บริเวณทางเข้าวัด) แป๊บเดียวก็เดินออกมาบอกว่า ราคาเช่าแพงมาก เกินปัญญาอย่างเรา ๆ จะซื้อหามาได้ เอาเป็นว่ามาเคารพด้วยใจก็ถือเป็นบุญแล้ว.. แดดเริ่มร้อน จึงเดินทางต่อ...จุดหมายปลายทางคือ..ปากพะยูน....พัทลุง.. แต่ก่อนจะถึงปากพะยูน เราแวะกราบสวัสดีพ่อเขียนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักที่บางแก้ว บ้านของพ่อเขียนก่อน  พ่อเขียนบอกว่า พรุ่งนี้ (28 ก.ค.) น้องอร กับแม่ต้อยจะมาเช่นกัน คุณมะเดื่อก็ดีใจที่จะได้พบกับน้องอร (คุณอรคนงาม) หลังจากที่ไม่ได้พบกันมานานปี... (เพราะตั้งใจว่า จะเดินทางกลับวันที่ 30 ก.ค.)

ช่วงเช้า ลุงวอบอกว่าติดประชุม  ประชุมเสร็จก็มาพบกับพวกเราที่บ้านของพ่อเขียน จากนั้นก็นำคณะของคุณมะเดื่อมุ่งหน้าสู่ ปากพะยูน บ้านของลุงวอ  เมื่อถึงบ้านพบกับพี่สาว (แม่บ้านของลุงวอ) ทักทายกันสักครู่ก็นำทางพวกเราไปยังที่พักคือ " ช่องฟืนรีสอร์ท "  ซึ่งเป็นที่พักบรรยากาศสวยงามอยู่ริมทะเลสาบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสถานที่ที่สามารถชมความงามยามเย็นเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างน่าประทับใจจริง ๆ ลูกสาวกับหลานอรถูกใจมากกับบรรยากาศ เก็บภาพกันทุก ๆ มุมก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมี " ของเก่า " ที่หาดูได้ยาก จัดวางไว้ให้ผู้ไปพักได้ชมกันหลายอย่าง โดยเฉพาะ " เครื่องฉายภาพยนตร์" ในยุคสมัย " หนังกลางแปลง" ยังรุ่งโรจน์  ลุงวอปิยะมิตร ยังสั่งอาหารมื้อเย็นจากรีสอร์ทไว้ให้เสร็จสรรพ  ทั้งต้มยำกุ้งแม่น้ำ ตัวโตๆ แกงเผ็ดปลาดุกทะเล  ผัดผักเหรียง  และไข่เจียว  ล้วนแต่รสชาติ...หรอยจังฮู้..!

ลุงวอขอตัวกลับไปบ้านก่อนเพราะมีภารกิจต้องดำเนินการ และบอกเราว่า พรุ่งนี้เช้าจะพาไปชมวิถีชุมชนเกษตร แล้วจะมารับประมาณ สองโมงเช้า....

เช้าของวันรุ่งขึ้น  อากาศดี ฟ้าครึ้ม แต่ฝนไม่ตก พวกเราตื่นแต่เช้า หลังจากอาบน้ำแต่งตัว และรองท้องด้วยขนมกันพออิ่ม ก็รอลุงวอที่จะมารับ เราจึงใช้เวลาช่วงว่างนี้เดินสำรวจ ชมวิวทิวทัศน์  ของเก่าที่ทางรีสอร์ทโชว์ไว้ แล้วถ่ายรูปกัน  จนประมาณ สองโมงเช้า ลุงวอก็มารับพวกเรา เดินทางไปยังสถานที่ที่บอกไว้  ระหว่างทางก็แวะทานอาหารที่ร้านริมทางผ่าน บรรยากาศแบบกันเองดีมาก  ที่นั่น เจ้าตัวเล็กก็พบกับสิ่งที่ต้องการจะตามมาดูที่ตลาดริมทะเลสาบนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ดู...นั่นคือ ปลาจิ้มฟันจระเข้ ซึ่งมีคุณน้าคนหนึ่งกำลังนั่งคัดแยกปลาจิ้มฟันจระเข้ที่จับมาจากทะเลสาบได้ออกจากปลาอื่น ๆ  คุณมะเดื่อจึงพาไปดู  ได้พูดคุยไถ่ถามคุณน้าคนนั้น ได้ความว่า ..."เลือกปลาจิ้มฟันจระเข้าเอาไปขายต่างหาก...ก่อนหน้าที่โควิด-19 จะระบาด จะขายได้ในราคา กิโลกรัมละ 800 บาท  แต่มาตอนนี้ เหลือ กิโลกรัมละ ร้อยกว่าบาท เพราะว่า ส่งปลาจิ้มฟันจระเข้ออกไปขายที่จีนไม่ได้  หากจะเก็บตากแห้งไว้ ก็จะขายได้ในราคา 300  บาท  แต่ต้องใช้ปลาจิ้มฟันจระเข้แห้งจำนวนมากจึงจะได่หนึ่งกิโลกรัม "  ...  คุณน้ายังบอกให้เจ้าตัวเล็กรู้จักกับ "ปลาวัว" ด้วย  แล้วให้ปลาจิ้มฟันจระเข้อีก 2 ตัว เพื่อเอาไปตากแห้ง แล้วร้อยเชือกแขวนเล่นลม  สังเกตเห็นว่า ชาวบ้านริม ๆ ทะเลสาบนี้จะมีอาชีพจับปลาจิ้มฟันขายกันแทบทุกบ้าน  ..  พอดีคุณมะเดื่อเห็นต้นมะเขือตุ๊กตาที่หน้าบ้านคุณน้ามีผลแก่อยู่ 2 ผล จึงให้ลุงวอขอเอาไปปลูก  ก็ได้มา คนละผล..."ตอนนี้เพาะไว้ที่ไร่แล้วจ้ะ"  จากนั้นลุงวอก็พาพวกเราเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่จะไป ในเช้าวันนี้..ท่องเที่ยววิถีชุมชน ต.เกาะหมาก...แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วย ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ไปเยือนอย่างดียิ่ง

ท่านเจ้าสถานที่ เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกับลุงวอ เรียกได้ว่า ร่วมคิดร่วมทำกันมาตลอด ให้การต้อนรับคณะของคุณมะเดื่ออย่างดีและเป็นกันเองยิ่ง อีกทั้งยังเล่าถึงความเป็นมาของสถานที่นี้ให้คุณมะเดื่อฟังอย่างไม่ปิดบัง ทำให้คุณมะเดื่อได้ความคิดต่อยอดจากท่านมามากทีเดียว...ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเทียวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของปากพะยูน....พวกเรารบกวนเวลาของท่านอาจารย์เจ้าของสถานที่ด้วยเวลาอันสมควรจึงลาท่านอาจารย์...จากนั้น ลุงวอจึงพาไปยัง " เขาชันรีสอร์ท "  ซึ่งเป็นรีสอร์ทแห่งประวัติศาสตร์ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5 ) ได้เสด็จมาที่เขาชั้นนี้ วันที่คุณมะเดื่อไปนั้น รีสอร์ทยังไม่เปิดให้บริการ (คงปิดตั้งแต่ช่วงโควิด-19 มาแล้ว) จึุงได้เพียงเดินชมสถานที่ และของเก่าของโบราณที่ได้ตั้งโชว์ไว้ จึงเก็บภาพมาฝากกัลยาณมิตรด้วยจ้ะ

เนื่องจากช่วงบ่าย ลุงวอมีภารกิจติดการประชุม ดังนั้นจึงพาพวกเรามุ่งหน้าต่อไปยัง " แกรนด์แคนย่อนเกาะนางคำ"  แห่งปากพะยูน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดูแล้วไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติแต่อย่างใด  แต่เกิดจากการ " ขุดหินภูเขา" เพื่อเอาไปใช้ในการก่อสร้างหรือใช้ตามความประสงค์นั่นเอง  และดูเหมือนว่า จะมีการพบสายแร่ชนิดใดชนิดหนึ่งที่นี่  จึงได้เริ่มมีการทำเหมืองแร่ที่นี่แล้ว

ท้องฟ้า มีเมฆตั้งเค้ามาแล้ว เวลาใกล้เที่ยง พวกเราจึงบอกลุงวอว่ากลับดีกว่า และขอตัวไปเช็คเอ้าท์ที่รีสอร์ทก่อน แล้วจะตามไปที่บ้านลุงวอ เพื่อไปดูการเลี้ยงอุง (ชันโรง) อันเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกในการมาครั้งนี้  และลุงวอก็จะตั้งไปจัดที่ประชุม เตรียมการประชุมด้วย และคาดว่า อีกไม่นานฝนคงเทกระหน่ำอย่างหนักเป็นแน่ ด้วยเหตุนี้ พ่อบ้านและคุณมะเดื่อจึงตัดสินใจเดินทางกลับจากพัทลุงไม่ค้างอีกคืนอย่างที่ตั้งใจไว้...จึงไม่ได้พบกับน้องอรและแม่ต้อยเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้เช่นกัน

 เมื่อเช็คเอ้าท์จากรีสอร์ทแล้ว พวกเราก็ย้อนกลับมาที่บ้านของลุงวอ ซึ่งลุงวอรอพวกเราอยู่แล้ว  ลุงวอพาเดินชมการเลี้ยงอุง (ชันโรง) พร้อมทั้งอธิบายวิธีการเลี้ยงให้ฟังอย่างละเอียด เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว พวกเราก็ได้อำลาลุงวอเพื่อเดินทางย้อนกลับ  ในขณะที่เดินทางมาได้ครู่เดียว ฝนก็กระหน่ำอย่างหนักหน่วงชนิดที่มองแทบไม่เห็นถนนหนทาง  จากพัทลุงจนถึงสุราษฎร์ธานี เลยทีเดียว พวกเราแวะรับประทานมื้อเย็น ที่ร้านข้าวแกงริมทาง เพื่อรอให้ฝนซาเม็ดลงด้วย...ที่ร้านนี้เราสั่งก๋วยเตี๋ยว แต่ก็รู้สึกว่า จะไม่ได้ก๋วยเตี๋ยวตรงตามที่เราสั่งเท่าใดนัก แล้วเราก็รู้สาเหตุในเวลาต่อมาว่าแม่ค้า เพิ่งสูญเสียทั้งคุณพ่อและคุณแม่พร้อมกันในวันนี้เอง..ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณพ่อเสียชีวิตช่วงค่ำ พอช่วงสายก็เป็นคุณแม่ที่เสียชีวิตตามไป  ซึ่งทั้งสองคนอยู่ที่ระยอง แต่ตัวเธอมาขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่สุราษฎร์ ฯ คุณมะเดื่อจึงแสดงความเสียใจกับเธอด้วย จากนั้นจึงเดินทางต่อไป ในขณะที่ฝนก็ยังคงตกอยู่หนักบ้าง เบาบ้างตลอดทาง  ใกล้ค่ำพวกเราจึงแวะพักแรมที่รีสอร์ทริมทาง ในเขตอำเภอพุนพิน เพื่อที่ก่อนเดินทางกลับไปยังพะโต๊ะ และส่งหลานอร เราตั้งใจจะแวะชมธรรมชาติที่ " ต้นน้ำบ้านน้ำราด" ในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง



หมายเลขบันทึก: 680271เขียนเมื่อ 9 สิงหาคม 2020 07:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 สิงหาคม 2020 07:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

สวัสดีจ้ะคุณศุภณัฐ ขอบคุณจ้ะ ที่เข้ามาทักทายกัน

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี