ใครๆในสังคมมักตั้งคำถาม "ทำไมการศึกษาเราไม่สู้เขา" แต่ตัวเองไม่เคยสงสัย

ไม่เคยเบื่องานสอนเด็กๆ ตรงข้ามนับวันยิ่งชอบ ยิ่งมีความสุข แม้แต่วันที่ตัดสินใจลาออก และเป็นสิ่งเดียวซึ่งเสียดาย ขณะงานอื่นน่าเบื่อไปแทบทั้งหมด ความรู้สึกนี้สะสมพอกพูนตามประสบการณ์ที่ได้รับ

งานอื่นที่ถูกกำหนด มักทำกันไปอย่างนั้น แค่ให้มีส่ง มีให้ตรวจ ไม่ถูกต่อว่าเอาได้ ผลจะเกิดขึ้นจริงกับเด็กๆมั้ย? คงเกิดบ้างแหละน่า! แต่คุ้มกับเวลาที่เบียดบังการตรวจสมุด การสอน หรือเตรียมสอนของครูเราหรือเปล่า? ยิ่งระยะหลังๆด้วยแล้ว

เมื่อเทียบกับช่วงเป็นครูใหม่ ไม่ใช่อย่างนี้ ไม่ต้องทำขนาดนี้ เด็กๆดีกว่านี้อีก แสดงว่าวิธีหรือสารพัดเทคนิคในปัจจุบันไม่ได้ผลหรือไร้สาระเสียมาก

งานอื่นมากมายแต่ประโยชน์น้อยเหล่านั้น กลับไม่ทำไม่ได้ ถูกกำกับติดตามเอาจริงเอาจังยิ่งกว่างานสอนในห้อง เรื่องสอนอย่างไรก็ได้ "สอนไปเถอะจะตามหลักสูตร ไม่ตามหลักสูตร ไม่มีใครมาดูหรือมาตามตรวจสอบหรอก" ไม่สอนยังได้เลย..

ใครๆในสังคมมักตั้งคำถาม "ทำไมการศึกษาเราไม่สู้เขา" แต่ตัวเองไม่เคยสงสัย แค่ในโรงเรียนปัญหาก็ร้อยแปดแล้ว ที่สำคัญผู้มีอำนาจที่สนใจ เอาใจใส่ พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนของครูจริงๆ มีบ้างมั้ย?

เท่าที่นึกออกเหมือนกันหมด เปลือกนอกอาจต่าง แต่เนื้อในอันเดียวกัน หน้าตา อำนาจ ประโยชน์ จ้องขยับไปเก้าอี้ตัวที่ใหญ่ขึ้น

บางวลีที่คุ้นเคยแค่เพียงลมปาก "การเรียนการสอนหรืองานวิชาการคือหัวใจ ต้องมาก่อน" ขณะของจริงแทบจะร้อยทั้งร้อย งานพัสดุ/การเงินต่างหากที่มาก่อนเสมอ หมายถึงอะไรคงพอนึกออก บ้านเราคอร์รัปชั่นสูงมาก 

สังเกตปฏิสัมพันธ์พิเศษๆกับผู้มีหน้าที่เหล่านี้ดูได้