การศึกษาจะไม่ไปถึงปฏิเวธ หากมัวแต่ ปริยัติ

 ขอกราบ อนุญาต   นำเอา  บางท่อนจาก พระไตรปิฎก   มา แชร์นะครับ

ว่าด้วยปริยัติ  ๓  ประเภท

         
จริงอยู่  ปริยัติมี ๓ ประเภท   คือ
                
๑.  อลคัททูปมปริยัติ   (ปริยัติเปรียบด้วยอสรพิษร้าย)
                
๒.  นิสสรณัตถปริยัติ   (ปริยัติเพื่อประโยชน์แก่การสลัดออก)
                
๓.  ภัณฑาคาริกปริยัติ (ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง).



------------------------------------------------------------------------


(ปริยัติเปรียบด้วยอสรพิษร้าย)


         
บรรดาปริยัติเหล่านั้น

ปริยัติที่ถือเอาไม่ดี   คือเรียนเพื่อเหตุแห่งการโต้แย้งเป็นต้น
ชื่อว่าอลคัททูปมปริยัติ

ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอา  ตรัสไว้ว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  บุรุษผู้มีความต้องการอสรพิษมีพิษร้าย
ย่อมแสวงหาอสรพิษมีพิษร้ายเมื่อเที่ยวแสวงหาอสรพิษมีพิษร้าย
เขาเห็นอสรพิษมีพิษร้ายด้วยใหญ่ก็พึงจับอสรพิษนี้นั้น  ที่ขนดหรือที่หาง
อสรพิษนั้นพึงแว้งขบเอาที่มือ  หรือแขน   หรืออวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง
ของบุรุษนั้น    บุรุษนั้นพึงเข้าถึงความตาย  หรือทุกข์ปางตาย
เพราะการขบกัดนั้นเป็นเหตุ

ข้อนั้นเพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    เพราะความที่อสรพิษร้ายอันบุรุษจับแล้วไม่ดี
แม้ฉันใด  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  โมฆบุรุษบางพวกในธรรมวินัยนี้
ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล   ย่อมเล่าเรียนธรรม   คือ  สุตะ ฯลฯ    เวทัลละ
บุรุษเหล่านั้นครั้นเรียนธรรมนั้นแล้ว  ย่อมไม่ใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้น
ด้วยปัญญาเมื่อโมฆบุรุษเหล่านั้นไม่ใคร่ครวญอรรถด้วยปัญญาธรรมเหล่านั้น
ย่อมไม่ทนต่อการเพ่ง   โมฆบุรุษเหล่านั้นมีการโต้แย้งเป็นอานิสงส์
และมีการยังตน ให้พ้นจากวาทะนั้น ๆ เป็นอานิสงส์  ย่อมเรียนธรรม
และย่อมเรียนธรรมเพื่อประโยชน์แก่ธรรมใด    ย่อมไม่เสวยผลแห่งธรรมนั้น

ธรรมเหล่านั้นอันโมฆบุรุษเหล่านั้นเรียนแล้วไม่ดี
ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลเพื่อความทุกข์สิ้นกาลนาน
ข้อนั้นเพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เพราะความที่
ธรรมทั้งหลายอันโมฆบุรุษนั้นเรียนแล้วไม่ดี  ดังนี้.


------------------------------------------------------------------------


(ปริยัติเพื่อประโยชน์แก่การสลัดออก)


       
ส่วนปริยัติใด  อันบุคคลเรียนดีแล้ว
คือหวังอยู่ซึ่งความบริบูรณ์แห่งคุณมีสีลขันธ์เป็นต้นเรียนแล้ว
มิใช่เรียนเพราะเหตุการโต้แย้งเป็นต้น  

ปริยัตินี้ชื่อว่านิสสรณัตถปริยัติ  (มีความต้องการเพื่อสลัดออก)

ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงตรัสไว้ว่าธรรมเหล่านั้น
อันกุลบุตรเหล่านั้นเรียนดีแล้วย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล
และเพื่อความสุขสิ้นกาลนาน  ข้อนั้น  เพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เพราะธรรมทั้งหลาย  อันกุลบุตรเรียนดีแล้ว.


------------------------------------------------------------------------


(ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง).


        
ส่วนพระขีณาสพผู้มีขันธ์อันกำหนดรู้แล้ว  ละกิเลสแล้ว  มีมรรคอัน
เจริญแล้ว     มีธรรมไม่กำเริบอันแทงตลอดแล้ว    ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว
ย่อมเรียนปริยัติใด   เพื่อรักษาประเพณี  เพื่อรักษาวงศ์อย่างเดียว

ปริยัตินี้  ชื่อว่าภัณฑาคาริกปริยัติ (ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง) ดังนี้

บัณฑิตพึงทราบประเภท
แห่งปริยัติ ๓อย่าง   ในพระไตรปิฎกเหล่านั้น  ดังกล่าวมาแล้ว.


(
ข้อความจากอัฏฐสาลินี อรรถกถา)