GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ปริยัติ มี สามประเภท

การศึกษาจะไม่ไปถึงปฏิเวธ หากมัวแต่ ปริยัติ

 ขอกราบ อนุญาต   นำเอา  บางท่อนจาก พระไตรปิฎก   มา แชร์นะครับ

ว่าด้วยปริยัติ  ๓  ประเภท

         
จริงอยู่   ปริยัติมี ๓ ประเภท   คือ
                
๑.  อลคัททูปมปริยัติ   ( ปริยัติเปรียบด้วยอสรพิษร้าย)
                
๒.  นิสสรณัตถปริยัติ   ( ปริยัติเพื่อประโยชน์แก่การสลัดออก)
                
๓.   ภัณฑาคาริกปริยัติ ( ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง).



------------------------------------------------------------------------


( ปริยัติเปรียบด้วยอสรพิษร้าย)


         
บรรดาปริยัติเหล่านั้น

ปริยัติที่ถือเอาไม่ดี   คือเรียนเพื่อเหตุแห่งการโต้แย้งเป็นต้น
ชื่อว่า อลคัททูปมปริยัติ

ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอา   ตรัสไว้ว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   บุรุษผู้มีความต้องการอสรพิษมีพิษร้าย
ย่อมแสวงหาอสรพิษมีพิษร้าย เมื่อเที่ยวแสวงหาอสรพิษมีพิษร้าย
เขาเห็นอสรพิษมีพิษร้ายด้วยใหญ่ ก็พึงจับอสรพิษนี้นั้น  ที่ขนดหรือที่หาง
อสรพิษนั้นพึงแว้งขบเอาที่มือ  หรือแขน   หรืออวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง
ของบุรุษนั้น     บุรุษนั้นพึงเข้าถึงความตาย   หรือทุกข์ปางตาย
เพราะการขบกัดนั้นเป็นเหตุ

ข้อนั้นเพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย     เพราะความที่อสรพิษร้ายอันบุรุษจับแล้วไม่ดี
แม้ฉันใด  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   โมฆบุรุษบางพวกในธรรมวินัยนี้
ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล   ย่อมเล่าเรียนธรรม   คือ   สุตะ ฯลฯ    เวทัลละ
บุรุษเหล่านั้นครั้นเรียนธรรมนั้นแล้ว   ย่อมไม่ใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้น
ด้วยปัญญา เมื่อโมฆบุรุษเหล่านั้นไม่ใคร่ครวญอรรถด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้น
ย่อมไม่ทนต่อการเพ่ง   โมฆบุรุษเหล่านั้น มีการโต้แย้งเป็นอานิสงส์
และมีการยังตน ให้พ้นจากวาทะนั้น ๆ เป็นอานิสงส์   ย่อมเรียนธรรม
และย่อมเรียนธรรมเพื่อประโยชน์แก่ธรรมใด     ย่อมไม่เสวยผลแห่งธรรมนั้น

ธรรมเหล่านั้นอันโมฆบุรุษเหล่านั้นเรียนแล้วไม่ดี
ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์สิ้นกาลนาน
ข้อนั้นเพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   เพราะความที่
ธรรมทั้งหลายอันโมฆบุรุษนั้นเรียนแล้วไม่ดี   ดังนี้.


------------------------------------------------------------------------


( ปริยัติเพื่อประโยชน์แก่การสลัดออก)


       
ส่วนปริยัติใด   อันบุคคลเรียนดีแล้ว
คือหวังอยู่ซึ่งความบริบูรณ์แห่งคุณมีสีลขันธ์เป็นต้น เรียนแล้ว
มิใช่เรียนเพราะเหตุการโต้แย้งเป็นต้น  

ปริยัตินี้ ชื่อว่า นิสสรณัตถปริยัติ  ( มีความต้องการเพื่อสลัดออก)

ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงตรัสไว้ว่า ธรรมเหล่านั้น
อันกุลบุตรเหล่านั้นเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล
และเพื่อความสุขสิ้นกาลนาน  ข้อนั้น   เพราะเหตุแห่งอะไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เพราะธรรมทั้งหลาย   อันกุลบุตรเรียนดีแล้ว.


------------------------------------------------------------------------


( ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง).


        
ส่วนพระขีณาสพผู้มีขันธ์อันกำหนดรู้แล้ว   ละกิเลสแล้ว  มีมรรคอัน
เจริญแล้ว     มีธรรมไม่กำเริบอันแทงตลอดแล้ว     ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว
ย่อมเรียนปริยัติใด   เพื่อรักษาประเพณี   เพื่อรักษาวงศ์อย่างเดียว

ปริยัตินี้  ชื่อว่า ภัณฑาคาริกปริยัติ ( ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง) ดังนี้

บัณฑิตพึงทราบประเภท
แห่งปริยัติ ๓ อย่าง   ในพระไตรปิฎกเหล่านั้น  ดังกล่าวมาแล้ว.


(
ข้อความจาก อัฏฐสาลินี อรรถกถา)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปริยัติ
หมายเลขบันทึก: 67857
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

ปริยัติ แบบอสรพิษ  แบบแรก  เราจะเห็น พวกบ้าตำรา  ทะเลาะเบาะแว้ง กันตามที่ต่างๆ  แม้นแต่ ในเว็ปธรรมะ  ก็ยัง ทะเลาะกัน    เพราะ  คนพวกนี้  "หนอนในตำรา" "ใบลานเปล่า"    ไม่ได้ ผ่าน กระบวนการ เรียนรู้เชิงประจักษ์ 

ปริยัติ  เพื่อ การสลัดออก   นี่สิ    เอามาคุยกันไป  ก็ดีดอัตตาไป     อ่านไป ก็ทำไปด้วย    เป็น Action learning

ปริยัติ เปรียบด้วยขุนคลัง   นี่สิ  คือ บรรลุธรรมแล้ว   ค่อยมาศึกษาอภิธรรมจึงจะเหมาะสม  เป็นพระไตรปิฏกฉบับ tacit knowledge คือ  ทำจริง จนค้นพบจริงๆแล้ว   

สวัสดีครับ

  ปริยัติ แบบอสรพิษ ลุ่มหลง

ปริยัติ  เพื่อ การสลัดออก  =  มุ่งเลิก

ปริยัติ เปรียบด้วยขุนคลัง  =  หลุดแล้ว

อาจารย์คะ

   ขออนุญาติไม่เก้าอี้(แชร์)นะคะ

แต่ไม่ได้แวะมาอ่านนานแล้ว

เพิ่งเห็นรูปอาจารย์เปลี่ยนใหม่ค่ะ

รูปนี้ประมาณว่า..

ปั่นจักรยาน  มองกระจก ถ่ายรูป  ?!?

อารายจะขนาดนั้น

                     น้อง

ครับ

ไป ขี่จักรยาน  บนสันเขื่อนป่าสัก ฯ   ไปกลับ 8 กม

ไปคนเดียว  ก็เลย  ใช้กล้องถ่ายรูปของมือถือ   ถ่ายตัวเอง

ผมไปนอนเตนท์ ที่ปลายเขื่อน ฝั่งสระบุรี (วังม่วง) เพื่อ ช่วย ลพ กล้วย (จาก วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่น)  ท่าน สร้างพระพุทธรูป ขนาดสูง 21 เมตร   ที่ปลายเขื่อน   เลยตรงที่ ขบวนรถพานักท่องเที่ยวไป กลับลำ  นิดหน่อย

 

อนุโมทนาค่ะ

ไม่เคยได้ทราบเรื่องปริยัติสามประเภทนี้มาก่อน  ขอบพระคุณมากที่นำมาแบ่งปันค่ะ

ณัชร