๑,๑๔๓ ขอบคุณ..นูรี..ที่โคกหนองนา..


ผมเดินสำรวจความเสียหาย..ที่จริงไม่ต้องก็ได้ เพราะว่าไม่มีลมพัดแรงแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตว่าเห็นผลอย่างชัดเจนมากมายก็คือต้นหญ้า..ไม่รู้มาจากไหน..แบบว่ามากันเอง โดยที่ผมไม่ได้เชื้อเชิญ..ก็ต้องปล่อยไป คิดเสียว่าหญ้าเยอะเพราะดินดีก็แล้วกัน..

         ผมนอนฟังเสียงฝน..ตลอดทั้งคืน ตกพรำๆตั้งแต่ตอนหัวค่ำ แล้วก็หนักขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย..ตกแบบชนิดที่ว่าไม่หยุดหายใจหายคอกันเลยทีเดียว

    เมื่อนอนไม่หลับก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..คิดว่าถ้าตกหนักและนานแบบนี้ ที่โรงเรียนก็คงตัดหญ้าไม่ได้..ส่วนหลังบ้านก็คงไม่ต้องรดน้ำผักไปอีกหลายวัน..

        ป่านนี้..ถั่วฝักยาว ถั่วพู บวบ และฟักทอง ก็น่าจะเริงร่าชูช่อและแตกยอดอ่อน กอดรัดฟัดเหวี่ยงและเลื้อยพันไปบนค้างไม้ที่ผมทำไว้อย่างแข็งแรงและสวยงาม..

        คิดถึงสุดท้าย...ผมนอนนึกถึง..โคกหนองนา..ที่ตั้งหน้าตั้งตารอน้ำฝนอยู่ทุกวัน...

        อุ่นใจบ้าง..ในบางวัน ที่เห็นฝนตั้งเค้า ดำทะมึนมืดครึ้มไปทั่วขอบฟ้า สยายปีกเป็นเมฆฝน ให้ร่วงหล่นลงมาบ้าง..สัปดาห์ละ ๒ – ๓ ครั้ง นานๆจะหนักหนาสาหัสสักครั้งนึง

        โคกหนองนาจึงตาละห้อย..๑ เดือนแล้ว..ที่น้ำฝนยังเข้าไม่ถึงความลึก ๑ เมตร เฉพาะสระกว้างใหญ่ที่มีความลึกถึง ๑๐ เมตร คลองไส้ไก่..ลึก ๔ เมตรกว่า..ก็คงต้องร้องเพลงรอ..ต่อไป..

        ผมคิดว่า..พายุโซนร้อนลูกใหญ่ๆเท่านั้นในปีนี้ที่จะเอาอยู่..เคยเข้ามาสู่ภาคกลางแล้วครั้งหนึ่ง แต่เข้ามาไม่ถึงเมืองกาญจน์ ฝั่งตะวันตก..

        วันนี้..จึงถือว่าได้ต้อนรับเธออย่างเป็นทางการ และแสดงความขอบคุณพายุโซนร้อนแต่เยียบเย็นเสียเหลือเกิน เพราะมีแต่น้ำฝนล้วนๆ..เธอมีนามว่า “นูรี” ผมจะไปพบเธอที่..โคกหนองนา...

        ผมเดินทางไปในตอนบ่าย แต่ก็ไม่พบเธอเสียแล้ว..แต่เธอก็ทิ้งร่องรอยไว้ให้มากมาย ทั้งสระน้ำและคลองไส้ไก่ มีระดับน้ำสูงกว่า ๑ เมตร ไม่ธรรมดาเสียแล้ว สมคุณค่ากับการรอคอย และที่ผมเคยคิดที่จะไปเดินลอยคอ..ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า..ไม่กล้าแล้ว

        ผืนดินบนโคกเปียกชุ่มเพราะอุ้มน้ำไว้ตลอดทั้งคืน..ใบไม้และลำต้นโอนไหวทักทายผม เหมือนอยากจะบอกว่า..รอดแล้วนะ และอย่าได้มารดน้ำซ้ำเติมกันอีกเพราะอิ่มเหลือเกิน

        ส่วนต้นไม้เล็กๆ แม้จะอยู่รอดได้แล้ว แต่ก็ดูอิดโรย เพราะเล่นเริงร่ากับน้ำฝนอันเย็นฉ่ำ มาตลอดหลายชั่วโมง..ดูซึมๆเหมือนเพิ่งฟื้นไข้ ก็ต้องลุ้นและปลอบกันไป ให้ใจเข้มแข็ง ต่อไปก็ต้องระมัดระวังด้วย ทำอะไรก็ต้องประเมินกำลังกันบ้าง เขาถึงบอกว่า..เวลาพายุฝนมา เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง จึงเป็นเช่นนี้เอง..

        ผมเดินสำรวจความเสียหาย..ที่จริงไม่ต้องก็ได้ เพราะว่าไม่มีลมพัดแรงแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตว่าเห็นผลอย่างชัดเจนมากมายก็คือต้นหญ้า..ไม่รู้มาจากไหน..แบบว่ามากันเอง โดยที่ผมไม่ได้เชื้อเชิญ..ก็ต้องปล่อยไป คิดเสียว่าหญ้าเยอะเพราะดินดีก็แล้วกัน..

        บนโคก..ที่ถมไว้สำหรับปลูกบ้าน...ด้านข้างเป็นผืนนาน้อย ตอนนี้น้ำเต็มแล้ว เหมาะที่จะดำนา..ถ้าผู้ปกครองเพาะกล้า..คิดว่าจะขอแบ่งปันมาทำดูบ้าง ต้นกล้าที่ผมโยน(เล่น)ไว้เมื่อวันก่อน..ก็เห็นว่างอกงามดีแต่ยังไม่เต็มพื้นที่เท่าที่ควร

        ผมรู้สึกเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสได้ทักทายกับ..นูรี..แต่พยากรณ์อากาศก็บอกว่าเธอจะมาในช่วงเย็นอีกครั้ง ผมตัดสินใจจะไม่รั้งรอเพราะต้องขับรถกลับแล้ว..ไปสุขสำราญในสวนผักบ้าง..

        ระหว่างทาง..ผมสวนทางกับ..นูรี..เธอมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่..รายล้อมเธอไว้แบบมืดฟ้ามัวดิน..ไม่รู้เป็นยังไง..ณ เวลานี้..ผมกลับรู้สึกอยากขับรถหนีเธอ..

        แต่ก็คิดในใจว่า..หากเธอมีเวลาช่วยไปแวะที่โคกหนองนาอีกสักครั้งสองครั้งเถอะ..ตอนนี้ผมขอกลับบ้านก่อน...พักผ่อนหย่อนใจบ้าง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๕  มิถุนายน  ๒๕๖๓



หมายเลขบันทึก: 677961เขียนเมื่อ 15 มิถุนายน 2020 18:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มิถุนายน 2020 18:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

อยู่ที่ หมู่ที่ ๒ บ้านหนองผือ อ.เลาขวัญ กาญจนบุรี ครับ อาจารย์ เลยโรงเรียนบ้านหนองผือไป ๔๐๐ เมตร..ผมเริ่มโมเดล..ได้ปีเศษ…รอน้ำอย่างเดียวครับ…ต้นไม้ปลูกไป ๓๐๐ กว่าต้นแล้ว โชคดีที่ฝนตกชุกครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี