การเรียงวันในสัปดาห์

การเรียงวันในสัปดาห์มีที่มาอย่างไร

มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า มนุษย์ใช้ระบบ 1 สัปดาห์มี 7 วัน มาตั้งแต่สมัยสุเมเรียนและบาบิโลน 

หรือเมื่อประมาณ 2,350 ปีก่อนคริสตศักราช

ในอดีต มนุษย์เชื่อว่า “โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล” ตามระบบของทอเล

(เคลาดิออส โตเลเมออส ภาษากรีก)

มีดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของโลกมีทั้งหมด 7 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี

ดาวเสาร์ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวจักรราศี

ดาวเคราะห์ถูกเรียงโดยใช้อัตราการโคจรรอบโลกเป็นตัววัดเรียงได้เป็น

ดาวเสาร์ (มีคาบการโคจรประมาณ 30 ปี) อยู่ไกลที่สุด

ต่อมาเป็นดาวพฤหัสบดี (มีคาบการโคจรประมาณ 12 ปี)

ดาวอังคาร (มีคาบการโคจรประมาณ 1.5 ปี)

ดวงอาทิตย์ (มีคาบการโคจรประมาณ 1 ปี)

ดาวศุกร์ (มีคาบการโคจรประมาณ 243 วัน)

ดาวพุธ (มีคาบการโคจรประมาณ 88 วัน)

และดวงจันทร์ (มีคาบการโคจรประมาณ 27.5 วัน) อยู่ใกล้โลกมากที่สุด

1 วัน ถูกนิยามว่าเป็น ระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นครั้งหนึ่งไปจนดวงอาทิตย์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

แบ่งออกเป็น 24 ส่วน (24 ชั่วโมง) คือ กลางวัน 12 ส่วน และกลางคืน 12 ส่วน

วิธีการเรียงชื่อวันอย่างไร

เรียงดาวบริวารทั้ง 7 ดวง จากดวงที่มีคาบการโคจรมากที่สุดมาน้อยที่สุด  

*นับ 1 - 24 ไปตามดาวเคราะห์ที่เรียงไว้ คือ เริ่มนับ 1 ดาวเสาร์ 2 ดาวพฤหัสบดี 3 ดาวอังคารไปเรื่อยๆ

เมื่อนับถึง7ดวงจันทร์ให้วนกลับมานับ 8 ดาวเสาร์ใหม่ ต่อไปเรื่อย ๆ

*เมื่อนับครบ 24 แล้วให้กลับมาเริ่มนับ 1 ใหม่ (นับ 1 ใหม่ = เริ่มวันใหม่) นับวนไปเรื่อยๆจนกว่าจะนับ 1

ที่ดาวเสาร์อีกครั้ง

เรียงชื่อวันในสัปดาห์ใหม่อีกครั้งตามลำดับเลข 1 จะเรียงได้เป็น วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร

วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์

ทำไมการเรียงลำดับวันจึงเริ่มต้นสัปดาห์ที่วันอาทิตย์

ตามวิธีการเรียงชื่อของวันควรจะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยวันเสาร์ แต่ปัจจุบันกลับเริ่มที่วันอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์เป็นดาวดวงสำคัญที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุด ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์และมีการประกอบพิธีกรรมตามศาสนาโบราณด้วย

แต่หลายประเทศในยุโรป อเมริกาใต้ และบางส่วนของเอเชียถือว่าวันจันทร์เป็นวันแรกของสัปดาห์ ตามข้อตกลงวันและเวลานานาชาติมาตรฐานสากล (ISO 8601: 1988) ที่กำหนดให้วันจันทร์เป็นวันแรกของสัปดาห์และวันอาทิตย์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องน่ารู้



ความเห็น (0)