สำนักพิมพ์ BookScape แปลหนังสือ Poor Students, Rich Teaching : Seven High Impact Mindsets for Students from Poverty ออกมาเป็นหนังสือชื่อ “สอนเปลี่ยนชีวิต : ๗ ชุดความคิดพลิกห้องเรียน เพื่อเด็กทุกคน” และขอให้ผมเขียนคำนำ จึงนำมาเผยแพร่ โดยขอแจ้งว่า หนังสือ สอนเข้ม เพื่อศิษย์ขาดแคลน ก็ตีความมาจากหนังสือเล่มเดียวกันนี้ ต่างกันตรงที่ สอนเปลี่ยนชีวิต เป็นหนังสือแปล ส่วน สอนเข้ม เป็นหนังสือจากการตีความ และมีกรณีตัวอย่างการนำไปใช้ในโรงเรียนไทยด้วย
คำนำ หนังสือ “สอนเปลี่ยนชีวิต : ๗ ชุดความคิดพลิกห้องเรียน เพื่อเด็กทุกคน”
วิจารณ์ พานิช
.................
หนังสือ “สอนเปลี่ยนชีวิต ๗ ชุดความคิดพลิกห้องเรียน เพื่อเด็กทุกคน” ควรเป็นหนังสือประจำห้องสมุดในโรงเรียนทุกโรงเรียน ควรเป็นหนังสือที่บังคับให้นักศึกษาสาขาครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ทุกคนต้องอ่านนอกเวลา และมี “ชมรมครูเพื่อศิษย์” ในแต่ละคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ให้นักศึกษาร่วมกันตีความหนังสือเล่มนี้เข้าสู่ชีวิตครูในอนาคตของตน และเป็นหนังสือคู่มือดำเนินกิจกรรม PLC (Professional Learning Community) ของครูประจำการ ในทุกโรงเรียน
ข้อเสนอข้างบนมาจากความเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้จะช่วยสร้างจิตวิญญาณครูแห่งศตวรรษที่ ๒๑ หากมีการนำไปร่วมกันตีความสู่ภาคปฏิบัติ และตีความสิ่งที่พบจากการปฏิบัติกลับสู่ทฤษฎี ที่เป็นทฤษฎีว่าด้วยชุดความคิดและการปฏิบัติของครู เพื่อการช่วยเหลือศิษย์ขัดสน โดยที่ในขณะนี้กว่าครึ่งของนักเรียนไทยอยู่ในสภาพ “ขัดสน” แบบใดแบบหนึ่ง
ชุดความคิดทั้ง ๗ ที่เสนอได้แก่ ชุดความคิดสานสัมพันธ์ ชุดความคิดแห่งความสำเร็จ ชุดความคิดเชิงบวก ชุดความคิดแห่งบรรยากาศการเรียนแบบบริบูรณ์ ชุดความคิดส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน ชุดความคิดการมีส่วนร่วม และ ชุดความคิดการสำเร็จการศึกษา เป็นพื้นฐานจิตใจของครู ที่ทำหน้าที่กำกับพฤติกรรมของครู โดยในหนังสือแต่ละบท มีรายละเอียดเทคนิคการทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ที่หลากหลาย ที่เป็นวิธีการง่ายๆ แต่ให้ผลกระทบต่อตัวนักเรียนสูง
เท่ากับชุดความคิด และชุดพฤติกรรมของครูทั้ง ๗ จะถ่ายทอดไปสร้างพลังการเรียนรู้ในตัวศิษย์ เกิดชุดความติด และชุดพฤติกรรมในตัวนักเรียน ที่จะติดตัว เป็นคุณต่อนักเรียนไปตลอดชีวิต ไม่ใช่มีคุณเฉพาะตอนอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น
หนังสือเล่มนี้ออกมาประจวบเหมาะต่อนโยบายการดำเนินการหลักสูตรฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะการดำเนินการตามในหนังสือ จะทำให้การเรียนรู้เป็นแบบ active learning โดยมีเป้าหมายที่การหนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญขึ้นภายในตน ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเอง และกำกับพฤติกรรมอื่นๆ ของตนเองได้ นักเรียนจะพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็น “ผู้กระทำการ” (agent) เพื่อการเรียนรู้ของตน ผ่านความร่วมมือกับเพื่อนๆ และผู้คนโดยรอบ
หากจะให้ผมหลอมรวม ๗ ชุดความคิดเข้าเป็นแก่นหนึ่งเดียว ผมขอเสนอชุดความคิดว่าด้วยพลัง หรือศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ทั้งของครู และของศิษย์ หนังสือเล่มนี้อยู่บนฐานความเชื่อในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ การศึกษาคือเครื่องมือพัฒนาศักยภาพดังกล่าวออกมาสู่ความเป็นจริง
ผมขอแสดงความยินดีต่อสำนักพิมพ์ BookScape สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และทีมผู้แปล ที่ร่วมมือกันจัดแปลหนังสือ Poor Students, Rich Classroom : Seven High-Impact Mindsets for Students from Poverty ออกมาเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่ายิ่งเล่มนี้ และพิมพ์ออกเผยแพร่ ขอแสดงความขอบคุณแทนสังคมไทยในกุศลเจตนานี้ และขอตั้งความหวังว่า วงการศึกษาไทยจะได้ใช้คุณค่าของหนังสือเล่มนี้ให้เกิดผลกระทบสูง ต่อนักเรียน ครู และสถาบันครู
วิจารณ์ พานิช
๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓