เมื่อก่อนผมหมายถึงโรงเรียน..ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ท่ามกลางแมกไม้ที่ร่มรื่น..สดชื่นทุกฤดูกาล เพราะอาคารเรียนถูกปกคลุมด้วยต้นไม้นานาชนิด
แต่วันนี้..ผมพูดถึงบ้าน เมื่อ ๑๘ ปีก่อนมันใหญ่จริงๆ อยู่ตรงกลางพื้นที่ ๒ ไร่ มีต้นไม้มากมาย แต่เป็นต้นเล็กๆ ทั้งมะขามเทศ มะขามหวาน ลำไยและมะพร้าว ไม้ยินต้นทั่วไปก็มี มะค่า ปีบ สัตบรรณ และหูกระจง
กาลเวลาผ่านไป..เจ้าของบ้านก็เติบโตไปพร้อมๆกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ต้นไม้ใกล้บ้านได้ยินเสียงขับขานของผู้คน ก็โตวันโตคืนเช่นเดียวกัน..
บ้านที่เคยยิ่งใหญ่ดูเล็กไปถนัดตา ระเบียงและตัวบ้าน ตลอดจนหลังคา กำลังถูกบดบังด้วยกิ่งก้านของต้นไม้ คล้ายกับว่า “บ้าน”อยู่กลางป่ายังไงยังงั้น
สายมากแล้ว..ผมตัดสินใจรดน้ำต้นไม้ แม้ว่าเมฆฝนที่มืดครึ้ม จะกระจัดกระจายอยู่เต็มท้องฟ้า..เมื่อวานช่วงเย็น ฝนก็ตั้งเค้าหนาทึบทะมึนมามากกว่าวันนี้..แต่ฝนก็ไม่ตก
คว้าบัวรดน้ำเดินผ่านต้นมะนาวเข้าไปในสวน เพื่อรดน้ำผัก กระแตผู้น่ารักนับสิบตัววิ่งหนีผมขึ้นต้นไม้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย บางตัวก็วิ่งเข้าป่าคงไปแอบซ่อนในโพรงไม้ที่ในสักแห่ง กระแตมันยังไม่คุ้นชินกับผมเสียที ทั้งที่มันอยู่กับผมมานานนับสิบปี
กระแตหน้าตาคล้ายหนู ตัวใหญ่สีดำหางเป็นพวง เมื่อก่อนผมเห็นแค่ ๒ – ๓ ตัว วิ่งเล่นไล่จับอยู่บนกิ่งมะขาม เดี๋ยวนี้มันขยายเผ่าพันธุ์มากมายนับไม่ถ้วน จากที่เคยไต่ตามยอดไม้ ก็เริ่มลงมาเล่นตามภาคพื้นดินบ้างแล้ว
ผมสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมกระแตในสวนถึงเยอะเกิน หรืออาจเป็นเพราะผมไม่เคยใช้สารเคมี ไม่มีการเผาใบไม้ และในสวนก็มีต้นไม้สูงใหญ่ให้ครอบครัวกระแต่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานและปลอดภัย..
ผมหยุดคิดเรื่องกระแต หันไปดูแลถั่วฝักยาว บวบ และผักบุ้งจีน ช่วงนี้ฟักทองกำลังแตกยอด มะเขือเปราะกับมะเขือเทศก็กำลังโต..ภายในสวนดูร่มรื่น ถ้าแสงแดดส่องสว่างมากเกินไป ผักที่ปลูกไว้อาจเหี่ยวเฉาและตายไปนานแล้ว
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง..ภารกิจรดน้ำผักก็ต้องพักไว้ ใช้เวลาที่เหลือเดินทอดน่องเพื่อชมสวนเหมือนว่าได้ออกกำลังกาย ผ่อนคลายทั้งอารมณ์และความรู้สึก
ความนึกคิดแจ่มใส มีกำลังใจทุกวันเมื่อเห็นสวนหลังบ้านมีความก้าวหน้า การบุกเบิกผืนดินถิ่นอาศัยในช่วงปิดเทอม จึงเหมือนว่าได้เริ่มต้นเตรียมการก่อนเกษียณ
ประสบการณ์จากการเรียนรู้..เกษตรพอเพียง..ทำให้คิดได้และทำเป็น เมื่อวันนั้นมาถึง..ปิดฉากงานราชการ..งานในสวนหลังบ้านก็น่าจะมั่นคงและเข้มแข็งมากขึ้น
เหมือนกับต้นไม้ที่อยู่ตรงหน้า ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างสง่างาม อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทิ้งใบแห้งและกิ่งเปราะบางลงมาทับถม ผมเงยหน้าขึ้นไปชื่นชมความงดงามบนต้นทุกวัน
มะค่า..ที่ผมโอบไม่รอบแล้ว..ผิวเป็นมันวาว ใบเขียวครึ้มปกคลุมหลังคา เหมือนร่มขนาดใหญ่คุ้มภัยให้ร่มเงา
มะขามเทศต้นใหญ่ ๓ ต้น ที่ปลูกเรียงกัน ผมเคยฝันว่าถ้าทำสะพานเชื่อมต่อ แล้วทำบันไดเดินขึ้นไปสูดอากาศและจิบกาแฟยามเช้าก็คงจะเข้าท่าดี
มะขามหวาน..ผิวดำมะเมื่อม ต้นใหญ่โตและลำต้นตรง คงไม่เหมาะที่จะสร้างบ้านหลังเล็กข้างบน หรือจะใช้สองต้นที่ยืนอยู่คู่กัน แล้วเพิ่มต้นเสาตรงกลาง ผมก็สามารถสร้างบ้านบนต้นไม้ได้แล้ว เอาไว้อ่านและเขียนหนังสือ
แต่ผมก็ลืมไป..ว่าถ้ามีบ้านบนนั้น แล้วครอบครัวกระแตขอมาอยู่ด้วย ผมจะทำยังไง กระแตก็ยังไม่เท่าไหร่..ถ้างูเขียว..มาเยี่ยมเยือนผมคงอยู่อย่างยากลำบากเป็นแน่แท้
ครุ่นคิดและฝันไปเรื่อย..กลับมาอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า และคิดว่า “บ้านเล็กในป่าใหญ่”แบบนี้น่ะดีแล้ว...พอดีและพอเพียง..ที่สุดในชีวิต
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑ มิถุนายน ๒๕๖๓
น่าอยู่นะคะ ต้นไม้เราจะมีแรงทำตอนยังไม่เกษียณ พอเกษียณแรงจะลดลง คอยเดินชมนก ชมไม้ ปลูกผักบ้างก็พอเพียงค่ะ