เปิดใจ ดร.หนึ่ง ถึง ผู้ที่ส่งข้อมูลบางท่านเข้ามาในไลน์กลุ่ม "องค์กรผู้นำพลเมือง"

เปิดใจ ดร.หนึ่ง ถึงผู้ที่ส่งข้อมูลบางท่านเข้ามาในไลน์กลุ่ม “องค์กรผู้นำพลเมือง

๑. ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ขนมหวานหรือไม่ขนมหวาน แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อมูลที่ นำเข้ากลุ่มเป็นข้อมูลที่บิดเบือน และบางข้อมูลไม่ตรงกับความจริง

๒. ท่านสมาชิกในกลุ่มควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงจริง

๓. เมื่อส่งข้อมูลบิดเบือนแล้ว ยังใช้ข้อมูลบิดเบือนนั้น มาสรุปต่อเรื่องนักศึกษา กับ ผู้มีอายุมาก อย่างเข้าใจผิด ชี้นำไปในทางที่ผิด ตรงนี้อันตรายต่อชาติบ้านเมือง เพราะส่งเข้ากลุ่ม ซึ่งถือเป็นสังคมขององค์กรผู้นำพลเมือง (ประเทศไทย) ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

๔. โดยส่วนตัว ดร. หนึ่ง อยากให้นายทักษิณ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา ฯ ถูกจับมาดำเนินคดีในประเทศไทย และชดใช้ค่าเสียหายให้ประเทศไทย ทั้งเรื่องการบินไทย โครงการรับจำนำข้าว ฯลฯ การหนีคดีทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศเสียหาย ซึ่งไม่เห็น  กล่าวถึงเรื่องนี้

๕. การยุยง ปลุกปั่นให้คนในประเทศทะเลาะกัน เป็นกระบวนการที่อันตรายต่อความสามัคคีของคนในชาติและเป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชนโดยเฉพาะในช่วงการระบาดของไวรัสนี้ เพราะข้อมูลที่ส่งเข้ากลุ่ม นอกจากจะบิดเบือนแล้ว ยังก่อให้เกิดอคติเชิงลบต่อลุงตู่ ซึ่งกำลังบริหารประเทศในขณะนี้ อคติในใจของประชาชน ทำให้ประชาชนไม่ฟังข้อควรปฏิบัติ และไม่อยากปฏิบัติตาม

๖. เพื่อนที่ฮ่องกง เขาได้ยินข่าวว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปฮ่องกงเพื่อไปพบกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกง เขาเป็นห่วงประเทศไทย รีบส่งข้อความมาเตือน ให้ ดร. หนึ่ง บอกลูก บอกพ่อแม่ อย่าให้ลูกออกมาชุมนุมเด็ดขาด เขารักเมืองไทย เพราะมาเมืองไทยทุกปี เขาไม่อยากให้นิสิตนักศึกษาไทยสร้างปัญหาเหมือนในฮ่องกง เขาบอกว่าคนรุ่นใหม่ถูกหลอกด้วยคำว่า "democracy" จริง ๆ ฮ่องกงก็ดีอยู่แล้ว เขาบอกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่อ้าง democracy ในฮ่องกง ปาก democracy แต่การกระทำเป็นเผด็จการฝูงชน ไม่อยู่ในกฎกติกา หัวรุนแรง ก่อปัญหาให้ฮ่องกง เขาเป็นห่วง ไม่อยากให้คนรุ่นใหม่ของไทยถูกหลอกเหมือนในฮ่องกง

๗. สถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง เพื่อนชาวฮ่องกงบอกว่ากระทบกับประชาชนทุกด้าน แกนนำผู้ชุมนุมปลอดภัย เพราะพอยุยง ปลุกระดมได้แล้ว พวกแกนนำเหล่านี้ก็จะไม่เป็นแนวหน้า ส่งคนรุ่นใหม่เป็นแนวหน้า ตายแทนพวกเขา ไม่คุ้ม บาดเจ็บล้มตาย ถูกเขาหลอกใช้ พ่อแม่เสียใจ อย่าให้เกิดในประเทศไทยเด็ดขาด เพื่อนบอกกำชับอีกว่า "You need to tell your students. Make them understand. This "democracy thing" is just an excuse to cause trouble." (แปล "เธอต้องบอกนักศึกษาของเธอ ทำให้นักศึกษาของเธอเข้าใจ กระบวนการประชาธิปไตย มันเป็นเพียงข้ออ้างให้ก่อปัญหาเท่านั้น")

๘. วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ประเทศไทยมี ๔ ฝ่าย คือ มีฝ่ายพลเมือง อย่างเป็นทางการ เพราะ คสช. เข้ามาแก้ปัญหาของประเทศเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว ประเทศจึงมีวันนี้ วันที่ประเทศมีฝ่ายพลเมือง มีความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกำลังมีระบบพอเพียงนิยม

๙. คนที่ยุงยง ปลุกปั้น ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม เกิดความไม่ชอบ คนเหล่านี้ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงภายในชาติ ดร. หนึ่งต้องการบ้านเมืองสงบสุข สามัคคีปรองดอง จะได้ร่วมกันพัฒนาแผ่นดิน คนที่ไม่ชอบ คสช. คือคนที่ก่อปัญหาให้ประเทศและชอบสร้างความไม่สงบ ดังนั้น ดร. หนึ่งจึงขอบคุณ คสช. จนถึงปัจจุบัน

๑๐. ท่านสมาชิกทุกท่าน ดร. หนึ่งได้ร่วมกับ คสช. มาตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๗ วางรากฐานที่มั่นคงด้านการเมืองไทยและวางรากฐานด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จึงเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคนและประชาชนทุกคนที่จะต้องร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง รับไม้ต่อจาก ดร. หนึ่ง (ซึ่งคณะผู้บริหารองค์กรฯ ได้ทำแล้ว ในกลุ่มคณะผู้บริหารองค์กรฯ) เหลือแต่รอท่านสมาชิกเข้าร่วมกับคณะผู้บริหารองค์กรเท่านั้น

คสช. ทำให้ประเทศมีวันนี้

หุ้นส่วนประเทศไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร แต่อยู่ที่การกระทำ ลงมือทำแบบอย่างหุ้นส่วนของประเทศ

 หน้าที่พลเมืองไม่ได้อยู่เพียงในหลักสูตร แต่อยู่ที่การปฏิบัติตนทุกวัน ทุกขณะของประชาชนและพลเมืองทุกคน ลงมือทำแบบอย่างที่ดี

ขอสงวนสิทธิ์ ไม่ตอบข้อความใด ๆ ที่มีอ้างชื่อ Dr. Worawadee เพราะตอนนี้ต้องเร่งทำงานด้านปากท้อง ด้วยระบบพอเพียงนิยมเป็นครั้งแรกของโลก (จะชวนอดีต คสช. มาร่วม เพราะปี ๒๕๕๗ คสช. ชวนประชาชนร่วม ปี ๒๕๖๓ ผู้นำพลเมือง (ประเทศไทย) ชวนอดีต คสช. มาร่วมด้วย เพื่อช่วย ดร. หนึ่งวางระบบความสงบสุขของคนในชาติ)

ขอบคุณค่ะ
ดร. หนึ่ง
ประชาชนผู้รักความสงบสุขในบ้านเมือง
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓

ใครรัก ไม่รัก คสช. เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล
ดร. หนึ่ง รักและขอบคุณ คสช.

(love)ประเทศไทย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง Civic Education for Thai Society



ความเห็น (0)