วิจัยในแต่ละวันคือ การสร้างคนให้เกิดปัญญา

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การงานในแต่วันของฉันคือ การทำวิจัย

ความหมายของการทำวิจัย มันลึกซึ้ง ที่ไม่ใช่เพียงแค่พูดกับคนนั้น พูดกันคนนี้ แล้วไปนั่งพิมพ์ คัดลอกของคนอื่นมาพิมพ์ต่อๆ กันในเปเปอร์เรา

แต่เราต้องใช้ทักษะการคิด หลายทักษะเลยทีเดียว

เช่น การตั้งคำถาม

การวิเคราะห์

การสังเคราะห์

การคิดเชื่อมโยง

การคิดเป็นระบบ

การคิดเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ

การสะท้อนคิด

การคิดแบบวิจารณญาณ เป็นเหตุเป็นผล

การคิดรวบยอด

...ฯลฯ

ในงานวิจัยต้องมีสิ่งเหล่านี้ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อหาที่เราเขียนออกมาเป็นรายงานวิจัย แต่จากประสบการณ์ส่วนใหญ่เราจะถนัดเพียงแค่นำประโยคงานวิจัยคนอื่นมาพิมพ์ต่อๆ กันเป็นท่อนๆ ไป

หลายครั้งเวลาที่ทำหน้าที่ Peer Review ก็มันจะแอบคาดหวังอยากอ่านงานดีๆ ที่สะท้อนถึงการตกผลึกทางความคิดที่ได้จากการทำวิจัย แต่ในความจริงมากกว่า 90% จะยังไปไม่ถึง สาเหตุอาจเป็นเพราะการพัฒนาทางทักษะของกระบวนการคิดยังไปไม่ถึง ซึ่งส่วนตัวฉันเองก็จะพยายามทำความเข้าใจนักวิจัยในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษางานวิจัยนั้นๆ มากว่า 15 ปี

การทำงานวิจัยหนึ่งเรื่องมันมีองค์ประกอบของกระบวนการศึกษาอยู่มาก เมื่อย้อนมองกลับไป ฉันค่อนข้างโชคดีที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นต้นแบบที่ดีในเรื่องการ Advice งานวิจัยและดึงศักยภาพของเราที่มีได้มาก และที่สำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น ใครที่คิดว่า วิจัยเป็นเรื่องเล่นๆ ง่ายๆ ให้ไปทำเป็นงานอดิเรก เวลาว่างที่บ้าน เป็นเรื่องส่วนตัว ก็อาจจะเป็นความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วน สำหรับฉันแล้วค่อนข้างจะไฟท์เรื่องนี้มาก องค์กรไหนใช้งานวิจัยมาเป็นฐานในการพัฒนางาน องค์กรนั้นจะมีชีวิตชีวา เพราะจะช่วยลดปัญหาอะไรหลายๆ อย่างลงได้เยอะที่เป็นอุปสรรคและความขัดแย้งทางอารมณ์ เพราะคนในองค์กรจะมีทักษะทางกระบวนการคิดมากขึ้น ...งานจะไหลโฟลมากขึ้น การเรียนรู้จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา 

พลังชีวิตจะมีเพิ่มพูน

เพราะสภาวะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นขณะที่ skill of thinking เกิดขึ้น ส่งผลต่อสารเคมีในร่างกายและการเปลี่ยนแปลงด้านในที่เรามักเรียกว่า Transformation นั่นเอง

22-05-63

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)