ผู้ใหญ่ใจดีช่วยส่งเสริมเกื้อกูล...เป็นดั่งน้ำหล่อเลี้ยงใจ

พ่อแค่คิดว่า แค่การส่งของ... มอบเงิน... แล้วก็จบกัน แต่ป้ารัศมีเป็นมากกว่าที่พ่อพูด.. สังคมทุกวันนี้ พ่อว่าหาได้ไม่ง่ายหรอกนะครับ คนเช่นนี้... คนที่มีบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่าเงิน แต่ทว่ามีน้ำใจไว้คอยแบ่งปัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูล ทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ด้วยความหวังดีและเต็มใจ และวันนี้พ่อได้พบ คนที่พ่อพูดถึงที่นี่ ....“ชีวิตที่มีค่านั้น....ก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ซึ่งวันนี้พ่อได้เห็นสิ่งนี้จากตัวของลูก และที่มากไปกว่านั้น วันนี้พ่อได้เห็นชีวิตมีค่าของผู้อื่น ที่อยู่จรรโลงสังคม เกื้อกูลผู้อื่นด้วย”

2-3 เดือนที่ผ่านมา(กุมภาพันธ์ – เมษายน 2563)  พ่อเห็นลูก กุลีกุจอ ทำสิ่งแปลกตา แปลกใจพ่อ ตั้งแต่การปรับพื้นที่โรงทำแผ่นยางพารามาเป็นโรงเรือนเพาะชำ  ลูกซื้อดินปลูก มะพร้าวสับ ถังฉีดพ่นยา ถังรดน้ำ  ตาข่ายสแลนบังแดด  ปุ๋ย  สารบำรุงพันธุ์ไม้  เมล็ดพันธุ์พืชและต้นกล้า  มาจากร้านตัวแทนขายของพวกนี้หลายต่อหลายแห่งในตัวเมืองบ้าง จากร้านขายของใกล้บ้านบ้าง


พ่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้จากตัวลูก ในช่วงเวลาอันเลวร้ายระดับโลกเลยก็ว่าได้ ที่มันส่งผลกระทบกับทุกคนและทุกประเทศทั่วโลก  จากเหตุการณ์ภาวะโรคระบาดร้ายแรงที่ติดต่อกันทำให้ผู้คนล้มตาย ดั่งใบไม้ร่วง โรคติดต่อจากไวรัสที่ฆ่าชีวิตผู้คนในประเทศต่างๆทั่วโลก ที่ต่างหวาดกลัวภัยอันร้ายกาจนี้  หลายต่อหลายคนบอกว่า  สิ่งนี้แหละ!!คือสงครามอันเลวร้ายที่ยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งไหน ๆ ที่เกิดบนโลกใบนี้    หลายต่อหลายคนบอกว่านี่คือ...อุบัติการณ์ใหม่ของโรคจากไวรัสที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง...โรคติดต่อจากไวรัสตัวนี้ก็คือ...ไวรัสโควิด-19  

โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศปิดยาว   แรก ๆ เด็ก ๆ ก็ชอบใจกันอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะ... เด็ก ๆ มองโรคนี้แบบผิวเผิน คิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย  แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตได้ดั่งเดิม  แต่นานวันเข้ามันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด  เด็ก ๆ อยู่บ้านนาน  สิ่งที่พ่อได้เห็นจากลูกชาย ที่ลูกเปลี่ยนไปกว่าเดิม ในขณะที่ลูกสาวนั้นก็ยังคงเส้นคงวามาตลอด มีมุมใส ๆ กุ๊กกิ๊ก ๆ น่ารักๆ ที่เห็นแล้วก็ชื่นใจทุกครั้งไป (เห็นแล้วมันมีความสุขว่างั้นเถอะ) ซึ่งต่างจากลูกชายที่เขามีมุมที่เราเป็นห่วงเขามากกว่า   แต่มาวันนี้ วันที่ลูกชายเขากลับมานั่งผสมดิน ปลูกผักในแปลงเพาะ นำต้นกล้ามะเขือบ้าง ต้นกล้าพริกบ้าง มาลงถุงเพาะ และนำไปเรียงเอาไว้ในแปลงหลายร้อยถุง รวมถึงต้นกล้าบางส่วน ลูกก็เอามันไปปลูกลงดินท้ายสวนหลังบ้าน


ลูกชายทำแบบนี้..อย่างนี้มาเป็นเดือน จากที่มองเหมือนไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง  มันก็มองเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น   กล้าพันธุ์พริกและกล้าพันธุ์มะเขือต้นเล็ก ๆ ที่ลูกปลูก  แรก ๆ มันมองดูกระย่องกระแย่งไม่น่าจะแข็งแรง  ซึ่งตัวพ่อเองมองว่า..ไม่รู้มันจะรอดหรือมันจะตาย  แต่พ่อก็เห็นลูกนั่งดูแลมันอย่างนั้นทุกวัน รดน้ำ ฉีดยาบำรุง หายามาดักตัวหอยทากที่แอบมากินใบอ่อนต้นไม้ในตอนกลางคืน  ทั้งจากในแปลงเพาะ และจากที่ลูกปลูกเอาไว้ท้ายสวนหลังบ้าน

ลูกพูดกับพ่อว่า .. “เพชรจะปลูกมะเขือกับพริกเอาไว้ให้ย่าขายที่ตลาดนัด”  ลูกพูดกับพ่อเพียงเท่านั้น

พ่อเห็นสิ่งที่ลูกทำ...มะเขือกับพริกที่ลูกปลูกมันมากมายขนาดนั้น  ลูกจะเอามันไปปลูกลงดินที่ไหนหมด  และย่าของลูกก็คงนั่งขายมะเขือกับพริกให้ลูกได้ไม่ไหวหรอก เพราะมันมากมายเหลือเกิน หลายร้อยต้นจากที่พ่อมอง

สิ่งนี้เองที่ทำให้พ่อคิดต่อว่า... “เราจะช่วยลูกอย่างไร? เพื่อให้เขามีแรงจูงใจในสิ่งที่เขาทำต่อไป”  ซึ่งมันเป็นเรื่องดีที่เราสมควรส่งเสริมสร้างแรงจูงใจให้ลูกมิใช่หรือ?  และมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่ลูกจะมานั่งทำแบบนี้ ปลูกผักขายหารายได้พิเศษ ดีเสียอีก ลูกจะได้มีรายได้ มีแรงจูงใจและภูมิใจในสิ่งที่ลูกทำ ลูกมีเงินใช้ มีเงินเก็บและที่สำคัญลูกได้ใช้เวลาว่างที่ลูกมีให้เป็นประโยชน์ ดีกว่าที่วันหนึ่ง ๆ ลูกจะนั่งคิดถึงแต่เพื่อน  แบมือขอเงินแต่พ่อ และไปไหนต่อไหน ซื้อโน้นนี่นั้น!! ลูกได้เอาเวลาแบบนี้ ช่วงเวลาเช่นนี้ มาอยู่กับน้อง ชวนน้องทำสิ่งดีๆ มีประโยชน์    ลูกได้มีเวลานั่งคิดและนั่งคุยอยู่กับตัวเอง... จะใช้ชีวิตอย่างไร จะทำตัวแบบไหน ทำอย่างไรให้ผักที่ปลูกไว้มันรอด มันงาม มีลำต้นที่สมบูรณ์ แข็งแรง ฯลฯ

สิ่งที่พ่อคิดนี้... เพราะพ่ออยากให้ลูกนั้นมีแรงจูงใจ จากความตั้งใจที่ลูกได้ลงมือทำ ซึ่งมันมีค่ามากกว่าเงินที่พ่อจะให้ ณ เวลานี้เสียอีก  สิ่งนั้นก็คือ ความภาคภูมิใจของลูกในสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำ ลูกจะได้มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งดีๆอย่างอื่นต่อไปอีก ที่ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกผักขาย..แล้วลูกก็ได้เงิน นั่นเป็นเพียงแค่รางวัลตอบแทนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...ที่ลูกได้

อย่างน้อยวันนี้  ลูกได้ทำบางสิ่งที่สามารถเป็นแบบอย่างให้ตัวเอง ให้กับน้อง ให้กับครอบครัว และในฐานะที่ลูกเป็นพี่ชายคนโต วันหนึ่งข้างหน้าซึ่งลูกจะต้องเติบโตขึ้น รับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น ลูกได้หลายอย่างทั้งต่อตัวลูกเอง ทั้งการซึมซับให้น้องได้เลียนแบบ...ทำตามในสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำ ได้ทั้งความอดทน ความขยัน กล้าคิด กล้าทำในสิ่งดีงามที่ลูกไม่เคยคิดหรือทำมาก่อน.....

ตรงนี้แหละ!!ที่พ่อชื่นชม…

วันที่พ่อมองดูลูกทำในสิ่งนี้ ลูกอาจยังไม่รู้เลยว่า...ปลายทางที่ลูกทำนั้นมันจะเป็นเช่นไร มันจะออกหัวหรือออกก้อย ลูกจะขายได้หรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่พ่อได้เห็นสิ่งหนึ่งจากตัวลูก นั่นก็คือ  “ความสุข”  ความสุขทางใจที่ลูกได้ทำ ที่มันออกมาจากหัวใจของลูกเลยทีเดีย  พ่อว่า... มันใช้ได้ทีเดียวแหละ!!


ชีวิตที่มีค่านั้น....ก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง 


วันนี้พ่อกำลังเห็นสิ่งนี้... จากตัวลูก


มันอาจจะมองไร้ค่าก็ได้นะ.... หากวันที่ลูกกำลังเริ่มต้นทำสิ่งใดก็ตามที่มันมีค่าต่อตัวลูกเองและต่อคนรอบข้างแล้ว มันล้มเหลว เพราะขาดแรงจูงใจ แรงส่งเสริม แรงผลักดัน ให้ลูกทำสิ่งดี ๆ และมีประโยชน์ต่อตัวลูกเอง ต่อคนรอบข้าง และต่อคนอื่น

พ่อจะหาใครดีละ!! ที่จะมาเป็นผู้ต่อจิ๊กซอตัวสำคัญนี้...ให้กับลูก

พ่อกลับมานั่งนึกนั่งคิด...แล้วพ่อก็ได้คำตอบว่า   วันหนึ่งพ่อเคยพาลูก ๆไปซื้อต้นแคคตัส ที่ร้านป้ารัศมี  และพ่อก็ได้ติดต่อกลับไปที่ป้ารัศมี แค่เพียงการพูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค  พ่อก็ได้รับคำตอบจากป้ารัศมีว่า “ยินดีค่ะ”

คำว่า “ ยินดีค่ะ” นี่แหละ!!  แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนจุดสำคัญของเด็ก ๆ เลยทีเดียว  


เงินค่าตอบแทนความตั้งใจที่ลูกได้รับจากป้ารัศมี ณ เวลานี้ มันไม่ใช่เพียงแค่เงินเท่านั้น แต่ลูกได้มันมาพร้อมกับ “ความหวัง และกำลังใจ” ที่ลูกได้รับอย่างเต็มเปี่ยมจากป้ารัศมีเลยทีเดียว

ป้ารัศมีเป็นผู้หญิงสูงวัย ป้าเป็นเจ้าของร้านขายพันธุ์แคคตัส และพันธ์ไม้ประเภทต่าง ๆ แต่ป้ารัศมีเป็นมากกว่าเจ้าของร้านฯ ซึ่งในวันนั้นพ่อได้เห็นหัวใจที่งามของป้ารัศมี  จากทั้งคำพูด สีหน้า แววตาและอัธยาศัย ที่มันมิใช่เพียงแค่เงินที่ป้าได้ให้ตอบแทนค่าเหนื่อยกับน้องเพชรที่นำต้นกล้าพันธุ์มะเขือและพริกมาส่ง  แต่ป้าได้บอกวิธีการปลูกต้นไม้ บอกวิธีการผสมดินลงถุง วิธีการปลูก ซึ่งตัวพ่อเองยังรู้สึกขอบคุณในมิตรไมตรีครั้งนี้ของป้ารัศมี แทนตัวลูกด้วยซ้ำไป  

พ่อแค่คิดว่า แค่การส่งของ... มอบเงิน... แล้วก็จบกัน

แต่ป้ารัศมีเป็นมากกว่าที่พ่อพูด.. สังคมทุกวันนี้ พ่อว่าหาได้ไม่ง่ายหรอกนะ

คนเช่นนี้... คนที่มีบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่าเงิน แต่ทว่ามีน้ำใจไว้คอยแบ่งปัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูล ทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ด้วยความหวังดีและเต็มใจ และวันนี้พ่อได้พบ คนที่พ่อพูดถึงที่นี่

“ชีวิตที่มีค่านั้น....ก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง  ซึ่งวันนี้พ่อได้เห็นสิ่งนี้จากตัวของลูก

และที่มากไปกว่านั้น   วันนี้พ่อได้เห็นชีวิตที่มีค่าของผู้อื่น ที่อยู่จรรโลงสังคม เกื้อกูลผู้อื่นด้วย”




ขอบพระคุณป้ารัศมีมากนะครับ..ที่พ่อและตัวลูกทั้งสองได้มีโอกาสพบเจอคนดีของสังคมอีกท่านหนึ่ง ณ สถานที่แห่งนี้  ที่นี่@แคคตัส ศูนย์การเรียนรู้ค่ายวิภาวดี  ป้ารัศมี  โทร. 084-6760400



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชื่นชม....ถนนสายชีวิต



ความเห็น (0)