ตีความจากหนังสือ Big Mind : How Collective Intelligence Can Change Our World (2018) เขียนโดย Geoff Mulgan ศาสตราจารย์ด้าน collective intelligence, public policy & social innovation แห่ง UCL และเป็น CEO ของ NESTA
ดังกล่าวแล้วในตอนที่ ๑ ว่า มนุษย์ได้คิดค้นวิธีใช้ปัญญารวมหมู่มาเป็นพันเป็นหมื่นปี จากวิธีการที่มนุษย์ใช้ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ศ. เจฟฟ์ มัลแกน สรุปโครงสร้าง (ทั้งที่เป็น physical และ virtual structure) ที่ช่วยหนุนให้เกิดปัญญารวมหมู่ ๕ ด้านดังต่อไปนี้
- การใช้กติกา มาตรฐาน และโครงสร้างเดียวกัน
ตัวอย่างของการสร้างกติกา มาตรฐาน และโครงสร้าง สำหรับให้อาสาสมัครจำนวนมากเข้ามาร่วมกันสร้างผลงานใหญ่เมื่อ ๑๖๓ ปีมาแล้ว (ค.ศ. 1857) คือโครงการ OED (Oxford English Dictionary) ที่มีเป้าหมายทำพจนานุกรมความหมายและประวัติของศัพท์ทุกคำในภาษาอังกฤษ ปัญญารวมหมู่ของอาสาสมัครเกิดขึ้นได้เพราะมีคนประสานงาน กำหนดรูปแบบวิธีทำงาน และมีแบบฟอร์มในกระดาษสำหรับเขียนคำศัพท์ลงไป พร้อมรายละเอียดว่าได้จากหนังสือเล่มไหน ปีที่พิมพ์ volume เลขหน้า และประโยคที่ใช้คำศัพท์นั้น
เขาสรุปว่า งานใหญ่ที่ต้องใช้คนจำนวนมากดำเนินการ ต้องมี (๑) เป้าหมายที่ต้องการบรรลุร่วมกัน (๒) มีอาสาสมัครจำนวนมาก (๓) มีกติกาให้ต้องปฏิบัติชัดเจนว่าจะต้องจัดระบบและแชร์ข้อมูลอย่างไร รวมทั้งระบบ metadata (๔) มีทีมประสานและจัดการกลาง
ในปัจจุบัน ระบบมาตรฐานกลางของโลกมีมากมาย และซับซ้อน เป็นเครื่องมือให้มนุษย์คิดร่วมกันได้ เป็นทั้งพลังสู่ปัญญารวมหมู่ และในขณะเดียวกันก็เสี่ยงต่อการเกิด “ความเขลารวมหมู่” ได้ง่าย
พึงระวังว่า ข้อมูลมาตรฐาน (standardized information) เช่น จีดีพี ดัชนีพัฒนามนุษย์ เป็นต้น ไม่ได้มีไว้เชื่อทันที แต่มีไว้ให้ตั้งคำถามต่อ เพราะเมื่อทำให้เป็นมาตรฐานเดียว ข้อมูลสำคัญสำหรับแต่ละประเทศ จังหวัด หรือชุมชนได้หายไป คือข้อมูลเชิงบริบท รวมทั้งต้องรู้เท่าทันการกำหนดมาตรฐาน ว่ามันมี “เจตนาแฝง” หรือ “วาระซ่อนเร้น” (hidden agenda) ซ่อนอยู่ เพื่อความได้เปรียบของผู้กำหนดมาตรฐาน
- สิ่งของอัจฉริยะ (intelligent artifacts) สิ่งของอัจฉริยะเมื่อ ๑๖๓ ปีก่อนเมื่อจะจัดทำ OED คือกระดาษ ๑ แผ่น ที่มีแบบฟอร์มสำหรับใช้ร่วมกัน
สิ่งของที่ช่วยให้มนุษย์คิดร่วมกันได้ คือสิ่งที่ใช้สื่อสารกัน ช่วยให้เห็นพร้อมกัน (และเห็นพ้องกัน) (visualization) เช่น ภาพ แผนที่ ตาราง ตัวอย่างในโลกสมัยใหม่ เช่น บัตรเครดิต บาร์โค้ด URL และเทคโนโลยีสื่อสารดิจิตัล
สิ่งของอัจฉริยะที่เราคุ้นเคยกันดีคือรถยนต์ เรามักไม่ตระหนักว่าเมื่อเริ่มมีรถยนต์มีคนตายกันมากจากอุบัติเหตุ ซึ่งต่อมาได้รับการแก้ปัญหาจากปัญญาที่อยู่ใน ๓ แหล่งคือ ปัญญาในของ (รถยนต์ที่คุณภาพดีขึ้น) ปัญญาในกฎกติกา (เครื่องหมายจราจร และกติกาจราจร) และปัญญาในคน (ที่ได้รับการฝึกให้ขับขี่อย่างปลอดภัย และเดินถนนอย่างปลอดภัย) เป็นตัวอย่างของปัญญารวมหมู่ที่เราเห็นจนชิน แต่ไม่ได้นึกถึง
- การลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา
ปัญญา (intelligence) เป็นสิ่งที่ต้องสั่งสมเป็นเวลายาวนาน และต้องลงทุนในการสั่งสม โดยการทำงาน ใช้เวลา และใช้พลังงาน คือไม่ใช่ของที่ได้มาฟรีๆ โดยที่ทรัพยากรดังกล่าวมีจำกัด และมักมีความต้องการเอาไปใช้ทางอื่น
สังคมที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาแข็งแรงจึงต้องมีการจัดองค์กร และมีสัญญาประชาคมในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสร้างและสั่งสมโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นสินทรัพย์ทางปัญญา อันได้แก่ ทรัพยากรมนุษย์ (human capital) ทรัพยากรสังคม (social capital) ทรัพยากรองค์กร (organizational capital) ทรัพยากรความรู้ (knowledge capital) อยู่ใน ห้องสมุด และวิชาชีพ ทรัพยากรปัญญาเชิงกายภาพ(physical capital) อยู่ในเครื่องจักร
ทรัพยากรทางสังคมอยู่ที่ความร่วมมือ (cooperation), ความไว้วางใจกัน (trust), และการแบ่งปัน (sharing) ยิ่งสังคมพัฒนาขึ้น และมีความซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งต้องการการประสานงาน (coordination) มากขึ้น
เมือง เป็นทรัพยากรเชิงองค์กร ที่มีผลสูงต่อการเกิดปัญญารวมหมู่ เพราะช่วยทำให้คนมีปฏิสัมพันธ์กันง่ายขึ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นบ่อเกิดของปัญญา (และปัญหา ... ดังกรณีการระบาดของโควิด ๑๙)
ผมตีความว่า สถาบันการศึกษา เช่นมหาวิทยาลัย ก็น่าจะจัดเป็นทรัพยากรเชิงองค์กร เพื่อให้เกิดปัญญารวมหมู่
- เชื่อมเครือข่ายใจคน
กลไกเครือข่ายเชื่อมโยงคนในแนวราบ เป็นเครื่องมือให้เกิดปัญญารวมหมู่ที่ทรงพลังยิ่ง มนุษย์จึงสร้างสมาคมวิชาการ วารสารวิชาการ เป็นกลไกให้คนมารวมกลุ่มทำงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยผมขอเพิ่มสมาคมศิลปะ สมาคมวิชาชีพ เข้าไปด้วย และเนื่องจากขณะที่เขียนบันทึกนี้ผมกำลังอ่านหนังสือชีวิตและงานของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ นักเขียนอมตะ ที่ไม่เคยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไปฝังตัวทำงานเขียนที่ปารีสเมื่อร้อยปีก่อน เพื่อใช้ปารีสเป็นที่เรียนรู้จากศิลปินแขนงต่างๆ ที่มักไปใช้ชีวิตสร้างผลงานที่นั่น จึงเห็นได้ชัดเจนว่า เฮมิงเวย์ รู้ว่า การเรียนรู้สร้างตัวจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานศิลปะตัวจริง ให้ผลดีกว่าการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
งานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวอย่างที่ดีของพลังความร่วมมือเป็นเครือข่าย ภายใต้อุดมการณ์ว่าความรู้มีไว้แบ่งปัน ไม่ได้มีไว้เก็บงำปกปิด ยิ่งนับวันการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ยิ่งต้องร่วมกันทำโดยนักวิทยาศาสร์จำนวนมาก เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นรายงานผลการวิจัยในวารสาร Nature อันทรงเกียรติ ที่มีรายชื่อผู้ร่วมงานถึง ๑๐๐ คน และเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานที่มีผู้ร่วมงาน ๕,๐๐๐ คน
อย่างไรก็ตาม กลไกการทำงานเป็นเครือข่ายกว้างขวางเหมาะสำหรับการรวบรวมข้อมูล การถกเถียงหาความหมายใหม่ๆ แต่ไม่เหมาะต่อการตัดสินใจ หรือการประมวลข้อมูลสู่การกระทำ
เครือข่ายแนวราบจะทำงานอย่างได้ผล ต้องการการจัดการ มีคนทำหน้าที่กำกับดูแล ทำหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ (curator) และบรรณาธิการ (editor)
- อภิมหาโครงการ (grand project)
มนุษย์ได้ใช้อภิมหาโครงการเป็นเครื่องมือหรือกลไกใช้ปัญญารวมหมู่จำนวนมากมาย ดังตัวอย่าง OED ของอังกฤษที่กล่าวมาแล้ว ตัวอย่างอภิมหาโครงการของสหรัฐอเมริกาเช่น The Manhattan Project เพื่อสร้างระเบิดปรมาณู Project Apollo เพื่อส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ เป็นต้น อีกอภิมหาโครงการที่ร่วมมือกันในระดับโลก คือ Human Genome Project ที่ประสบความสำเร็จในการทำ whole genome sequencing ของมนุษย์ และกำลังนำไปสู่ individualized medicine ในอนาคตอันใกล้
หนังสือบอกว่า อภิมหาโครงการเหล่านี้ มีผลเปลี่ยนแปลงระบบความฉลาดรวมหมู่ใหญ่ๆ ของโลกน้อยมาก เช่น ระบบประชาธิปไตย รัฐบาล บริษัทขนาดใหญ่ และมหาวิทยาลัย
วิจารณ์ พานิช
๗ เม.ย. ๖๓ ปรับปรุง ๒๙ เม.ย. ๖๓