ในตอนที่ตัดสินใจยื่นสมัครที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒตอนแรกนั้น ภาพในความคิดคือการได้เรียนในเมืองอย่างอโศก แต่เมื่อได้รับการคัดเลือกให้ได้เข้าศึกษาแล้วนั้น กลายเป็นว่าต้องไปศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ที่องครักษ์เป็นเวลา 1 ปี ด้วยความที่ไม่ทราบมาก่อนจึงนับว่าเป็นเรื่องที่ตกใจและเหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก ในตอนที่ทราบว่าต้องไปใช้ชีวิตที่องตอนแรกนั้นถึงกับทำให้เกิดความลังเลในการเลือกเรียนเลย เพราะในตอนนั้นก็ติดในมหาวิทยาลัยอีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเมืองและค่อยข้างใกล้บ้านด้วยเช่นกัน ในตอนนั้นนับว่าเครียดและกลัวเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ในใจนั้นอยากจะเรียนที่มศวมากกว่าที่อื่น แต่ตัวเองนั้นไม่เคยอยู่หอหรือใช้ชีวิตด้วยตัวเอง หรือต้องไปอยู่ร่วมกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ก่อนหน้านั้นก็ได้ยินแต่คนเล่าให้ฟังการอยู่หอไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ แถมหอที่จะต้องไปอยู่นั้นอยู่กันตั้ง 5 คนในห้องเดียว ทำให้เกิดความกลัวและคิดว่าอาจจะไม่สามารถทำได้หรือใช้ชีวิตอยู่ได้เลย ตอนนั้นจำได้ว่าไปปรึกษากับเพื่อน ครอบครัว เยอะมาก แต่เมื่อได้ลองไปหาข้อมูลตามเว็บที่รีวิวเกี่ยวกับองครักษ์หรือจากคำบอกเล่าจากรุ่นพี่มานั้นล้วนบอกกันว่าชีวิตที่องครักษ์นั้นมีความสุขและสนุกมากๆ ทำให้เริ่มที่จะอยากลองดูและถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตดู จึงตัดสินใจยื่นเข้ามาเรียนที่มศวในที่สุด
หลังจากที่ได้ลองไปใช้ชีวิตที่องครักษ์แล้วนั้น ความคิดที่ผ่านๆ มาก็เริ่มเปลี่ยนไป มีเรื่องดีๆ ประสบการณ์ดีๆ หลายเรื่องเกิดขึ้นจากการได้มาใช้ชีวิตที่นี่ ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตมัธยมมาเป็นชีวิตมหา วิทยาลัยได้เป็นอย่างดี การได้พบมิตรภาพใหม่ๆ การมีอิสระในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง การทำสิ่งต่างๆ ต่างจากการใช้ชีวิตที่บ้าน การมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การได้นั่งรถกระป๊อไปเรียนแทนการขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าในทุกๆวัน หรือวันไหนที่คนเยอะมากก็สามารถเดินไปเรียนหรือเดินกลับหอได้ด้วย ด้านของบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมภายในมหาลัยนั้นร่มรื่นเป็นอย่างมาก แต่ในหน้าร้อนก็ร้อนมากเช่นกัน โดยสิ่งที่ประทับใจเป็นอย่างมากคือรูมเมท รูมเมททั้งห้าคนนั้นมาจากต่างคณะ ต่างภูมิลำเนาละได้มาอยู่ด้วยกัน ด้วยความที่เป็นคนกรุงเทพเพียงคนเดียวแต่เมททุกนั้นเป็นคนต่างจังหวัดทั้งหมด ทั้งเพชรบุรี สงขลาและพัทลุง จึงได้ฟังเรื่องราวที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนมากมายจากเมท อย่างเรื่องราวของเมท การใช้ชีวิตหรือวีรกรรมแสบๆ ของเมท รวมทั้งได้แชร์เรื่องราวของตัวเองให้เมทได้ฟังด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเราสนิทกันมากและช่วยเหลือกันอยู่ตลอด หลังจากที่ออกมาจากองครักษ์แล้วพวกเราก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ และอีกอย่างที่ประทับใจเลยคือเรื่องของกิน ทั้งอร่อยและถูกเป็นอย่างมาก ในโรงอาหารที่หอในนั้น นิสิตจะเรียกกันว่าโรงเขียวเพราะตัวโรงอาหารเป็นสีเขียว อาหารทุกร้านที่ได้ลองกินนั้นอร่อยมากๆ แถมยังราคาถูกมากๆ หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถไปเดินตลาดนัดที่พลาซ่า ร้านอาหารในพลาซ่า หรือตลาดศูนย์แพทย์ ซึ่งอาหารก็อร่อยมากๆ อีกเช่นกัน สิ่งเหล่านี้นับเป็นสิ่งที่ดีและน่าประทับใจเป็นอย่างมาก เมื่อลองนึกย้อนกลับไปถ้าในตอนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยตอนม. 6 นั้นไม่ได้ยื่นเข้าที่นี่ก็คงไม่มีทางที่จะได้พบกับประสบการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน และคงจะรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากที่ไม่เลือกเรียนที่นี่ เมื่อได้ออกจากองครักษ์และได้กลับมาเรียนที่อโศกตามเดิมแล้วนั้น มักจะคิดถึงการใช้ชีวิตที่องครักษ์อยู่เสมอ ดังคำกล่าวที่ใครหลายคนมักบอกว่า “ คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า” จริงๆ
