การเริ่มต้นถ่ายภาพฟิล์มของฉันเริ่มจากช่วงที่ฉันกำลังอยู่ในภาวะเครียดทั้งเรื่องการเรียน การสอบ เรื่องเพื่อนและเรื่องความรักทุกอย่างต่างถาโถมเข้ามาพร้อมกันหมดจนตัวฉันเองแทบจะแบกรับไม่ไหว ฉันพยายามจะหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อให้ตัวเองดีขึ้นทั้งออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไปดูคอนเสิร์ต ไปหาแรงบันดาลใจจากงานศิลปะต่างๆ แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กล้องฟิล์มค่อนข้างเป็นที่นิยมตัวฉันเองก็ได้มีโอกาสเห็นภาพฟิล์มต่างๆ ในโซเชียลมีเดียหรือนิทรรศการศิลปะมาบ้างแล้ว และมีความสนใจในกล้องฟิล์มเช่นกันแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองซื้อมาใช้ จนวันหนึ่งเพื่อนของฉันที่มีความชอบในการใช้กล้องฟิล์มก็ได้แนะนำกล้องฟิล์มรุ่นหนึ่งให้พร้อมบอกว่า "รุ่นนี้คนส่วนมากกำลังฮิตกันนะ หายากแล้วด้วย" พอได้ยินแบบนั้นมันเลยทำให้ตัวฉันเองรู้สึกอยากลองเปิดใจที่จะใช้กล้องฟิล์มดูและตัดสินใจซื้อกล้องในเวลาต่อมา หลังจากซื้อกล้องฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ลองใช้มัน ฉันทำการศึกษาวิธีและเทคนิคการถ่าย หารูปภาพต้นแบบและหามุมกล้องเป็นอย่างดีแล้วจึงนัดเพื่อนออกไปถ่ายรูปกัน แต่ท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจวันที่ฉันออกไปถ่ายนั้นฝนดันตกท้องฟ้ามืดแสงหมดทำให้ถ่ายภาพต่อไม่ได้เพราะการถ่ายภาพฟิล์มต้องอาศัยแสงเป็นตัวกลางในการถ่ายหากแสงน้อยเกินไปก็อาจจะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมามืดได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับฟิล์มที่ใช้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้การถ่ายภาพในวันนั้นล้มเหลว ในเวลาต่อมาฉันได้หาเวลาออกไปถ่ายภาพในที่ต่างๆ จนฟิล์มหมดม้วนจึงเตรียมนำไปล้างด้วยความที่กล้องฟิล์มของฉันเป็นกล้องออโต้ที่จะมีการกรอฟิล์มเมื่อฟิล์มหมดม้วนโดยอัตโนมัติ ฉันจึงเปิดฝากล้องออกมาปรากฏว่าฟิล์มยังไม่ได้กรอเพราะยังถ่ายไม่หมดม้วนจึงทำให้แสงรั่วเข้าไปภายในฟิล์มและทำให้รูปเสียไปทั้งหมด3รูป ฟิล์มม้วนแรกของฉันทุกอย่างออกมาพัง รูปที่ถ่ายออกมาแสงค่อนข้างน้อยและมุมไม่ค่อยเข้าที่ ภาพที่ล้างออกมาค่อนข้างไม่ชัดแต่ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราต้องเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในครั้งต่อไป หลังจากที่ฟิล์มม้วนแรกพังไม่เป็นท่าฉันก็มีความตั้งใจที่จะลองฝึกถ่ายใหม่ดูอีกครั้ง ฉันเริ่มเข้าใจกลไกและเทคนิคของการใช้กล้องฟิล์ม มีความคล่องแคล่วในการถ่ายมากขึ้น ในครั้งนี้ฉันได้เดินทางไปถ่ายภาพฟิล์มที่ทะเล ทุกอย่างลงตัวและเป็นไปได้ด้วยดี พอล้างฟิล์มออกมาฉันพอใจกับภาพที่ถ่ายมากๆ มันสวยมากจนอยากจะเก็บเนกาทีฟฟิล์มม้วนนี้ไว้เป็นความทรงจำภาพที่ถ่ายออกมาล้วนมีmood and tone มีเรื่องราวและความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งขณะที่ถ่ายภาพฟิล์มนั้นเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าภาพนั้นจะออกมาเป็นยังไง มันทำให้เราต้องอดใจรอเพื่อให้ครบ36รูปแล้วล้างมันออกมาถึงจะได้เห็นรูปภาพพวกนั้น ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลารอร้านล้างฟิล์มส่งไฟล์ภาพมาให้ พอมาไล่รูปที่ถ่ายออกมาแล้วมันเป็นตัวบันทึกเหตุการณ์ได้ดีทีเดียวเลย พอได้เห็นภาพนั้นมันทำให้เราจำเหตุการณ์ตอนที่เรากดชัตเตอร์ได้ดีว่าภาพนี้เราถ่ายตอนไหนและกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ภาพนี้ออกมา นี่แหละคือสเน่ห์ของกล้องฟิล์มที่ทำให้ฉันตกหลงรักมันเรื่อยมา :-)


