[review] รีวิว Kingdom Season 2 (2020) Netflix Original คุ้มค่ากับการตั้งตารอคอย เดินเรื่องเร็วกระชับ สนุก ลุ้นระทึกมากขึ้นกว่าเดิม สื่อสัญลักษณ์เกี่ยวกับ ผู้ปกครอง ประชาชน และผีดิบ ดีงาม สมกับเป็นสุดยอดซีรีส์จากเกาหลีและ Netflix และขอยกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับซอมบี้ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก

#รีวิวนี้การเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน

ใน Season 2 นี้ เล่าเรื่องราวต่อจากเหตุการณ์ใน Season 1 ทันที เนื่องจากบรรดาเหล่าผีดิบ ไม่ได้ออกปฏิบัติการได้เพียงในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่กับสภาพอากาศที่มีความหนาวเย็นนั้ยมีผลโดยตรง ดังนั้นในซีซั่นนี้จึงเห็นการตะลุมบอนระหว่าง กลุ่มของผู้ชายรัชทายาทสู้กับพวกผีดิบ แบบวิ่งสู้ฟัดตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เรียกได้ว่าใน Ep. 1 นั้น โคตรสนุกตั้งแต่ต้นเลยก็ว่าได้

จากนั้นพอสถานการณ์คลี่คลายลงไป ก็เข้าสู่การดำเนินเรื่องหลักก็คือ เพราะเหตุใดจึงมีการสร้างผีดิบซอมบี้ขึ้นมา ไปพร้อม ๆ กับการหาหลักฐานการตายของหญิงสาวและเด็กทารกหลายคน ซึ่งหากใครได้ดู season 1 มาก็คงจะสามารถรู้เรื่องนี้ได้ง่าย ๆ สำหรับผมแล้วในเส้นเรื่องนี้ค่อนข้างธรรมดาและตื้นมาก แต่ก็เอาเถอะเพราะว่าหนังคงไม่ได้เน้นเรื่องการสืบสวนสอบสวนเป็นหลักขนาดนั้น

ใน season 2 นี้เนื้อเรื่องจะขยับเข้ามา พูดถึงเรื่องในราชวงศ์เกาหลี โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับฐานะหรือคุณสมบัติของการเป็นผู้ปกครอง ซึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจหลัก เป็น "ข้อความ" สำคัญของซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะประเด็นของ "เลือด" แน่นอนว่า เลือดเนื้อเชื้อไขสายทายาทนั้นมีความสำคัญมาก แต่หนังก็ทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ทัศนคติ ความถูกต้อง ความดีงามของคนใดคนหนึ่งมากว่า ผมชอบที่มีการกล่าวถึงความหมายของ "เลือด" ประมาณว่า ไม่ว่าจะเป็น เลือดของพระมหากษัตริย์ เลือดประชาชน เลือดคนชั้นต่ำ หรือแม้แต่เลือดของผีดิบก็มีสีแดงเหมือนกัน ซึ่งในประเด็นนี้หนังจะไปขยายความอย่างไรก็ขอให้ไปชมกันเอาเอง

ใน season นี้ ใช้ผีดิบหรือซอมบี้มาอธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างได้อย่างมีชั้นเชิงและมีความลึก ไม่แพ้ใน season ที่ 1 ผีดิบหรือซอมบี้มันสามารถอธิบายถึง ชนชั้น ความแร้งแค้น การขาดแคลนอาหารและทรัพยากรธรรมชาติ ความข้าวยากหมากแพง การแบ่งแยกชิงดีกัน ความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่อำนาจ ความละโมบโลภมาก หรือแม้แต่ผู้ปกครองที่ไม่ได้ครองตนอยู่ในหลักทศพิธราชธรรม ดังนั้น แม้ภาพยนตร์จะแสดงให้เห็นภาพของการต่อสู้ระหว่าง ชนชั้นปกครอง ร่วมมือกับทหาร หมอ ชาวบ้านสู้กับผีดิบซอมมบี้ มันก็คือบุคลาธิษฐานที่แสดงให้เห็นว่า มันคือการต่อสู้กับ การแร้แค้นและหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ผมยกตัวอย่างมาในขั้นต้นนั่นเอง

ผมชอบแนวคิดเรื่องของวิธีการสร้างผีดิบหรืออสูรกาย มันเป็นปรัชญาสำคัญของเรื่องที่ต้องการนำเสนอ แล้วตัวอย่างเช่นหากผู้ปกครองไม่มีความรู้ความสามารถ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ไม่ดูแลไพร่ฟ้าประชาชน จนทำให้เกิดความลำบากไปทุกหย่อมหญ้า สิ่งนี้นั่นแหละ คือการสร้างให้ประชนชนหรือคนใต้ปกครอง แม้จะยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่แต่ก็เหมือนกับตายทั้งเป็น จนในที่สุดก็กลายผีดิบหรืออสูรกายอย่างแท้จริง

มีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ ฉับไว แทบจะไม่มีจุดยืดเยื้ออืดอาดเลย ซึ่งจุดนี้ผมมองว่าทำได้ดีมากกว่า Season 1 แม้จะมี 6 ตอน ตอนละเกือบ 1 ชั่วโมง เราก็สามารถอยู่มันได้แบบ 6 ชั่วโมงรวดเดียวจบ โดยเฉพาะฉากที่สู้กับผีดิบทำได้ดีมาก เพราะความมันจะเริ่มตั้งแต่ Ep. 1 Ep. 2 และก็มีไปเรื่อย ๆ ระหว่าทาง และก็ไปมันแบบขั้นสุด ใน EP. ที่ 5 และ EP. ที่ 6 เรียกได้ว่าถ้าหากคุณชอบหนังแอคชั่น Kingdom Season 2 นี้ตอบโจทย์มาก คุณจะต้องเอาใจช่วยองค์รัชทายาทและชาวคณะ เพราะซีซั่นนี้เป็นการต่อสู้กับผีดิบในระดับวิ่งสู้ฟัด สู้ไปหนีไป ครั้งนี้มันมายิ่งกว่าห่าฝน ทำเอาเราลุ้นเอาใจช่วยใจแทบขาด ดังนั้นฉาก Action ใน Season 2 นั้นจึงถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่จุดหนึ่งที่ทำให้ Kingdom Season 2 มีความสนุกอย่างที่สุด

ตัวละครหลายตัวในเรื่องมีเสน่ห์มาก ที่ผมชอบมาก ๆ ก็แน่นอนว่าคือ องค์รัชทายาท เป็นตัวละครที่มีผลต่อเนื้อเรื่องสูงมหาศาล เป็นคนที่มีบุคคลิเท่มาก มีความคิดการอ่านเท่มาก มีการตัดสินใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่เท่มาก เรียกได้ว่าพระเอกแบบสุด ๆ รองลงมาก็คือสมเด็จพระราชินี สีหน้าแววตาของเธอ โคตรจะฉายแววความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเด็ดมาก แม้จะเล่นนิ่งๆแต่ก็ทรงพลัง และอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทมาก ๆ ก็คือ แพทย์หญิง แอบกระซิบว่าเธอนี่แหละจะเป็นคนไขปริศนาโรคผีดิบซอมบี้ผีได้ ส่วนนักแสดงคนอื่น ๆ ก็เล่นได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับผมแล้ว มีพฤติกรรมของตัวละครบางตัวที่ดูแล้วน่าอึดอัด บางสิ่งบางอย่างที่ตัวละครเหล่านั้นได้ตัดสินใจกระทำลงไปดูแล้วไม่สมเหตุสมผล มีการตั้งคำถามว่าจะทำไปทำไมวะ บางตัวละครตัดสินใจช้ามากจนน่ารำคาญ

ในตอนจบของเรื่องมีการตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ และเป็นการตัดสินใจที่มีความเป็นภาพยนตร์สูงมาก และการตัดสินใจนั้นก็ส่งผลให้ทำให้เกิด Season ต่อไปได้และเชื่อว่าจะทวีคูณความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่ภาพยนตร์ได้ทิ้งไว้ในตอนท้าย ซึ่งผมอาจจะแอบหวั่นใจเล็กน้อยว่ามันจะกลายเป็นหนัง Action ในอีกแบบหนึ่งน่ะสิ จะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามชมเอาเอง

ในเรื่อง ความโหด ซาดิส ความรุนแรง ใน season 2 นี้จัดได้ว่ามาเต็ม ใครชอบแนวเลือดสาด หัวขาด แขนขาด ไส้ทะลัก เรียกว่าว่าจัดมาให้อย่างครบครัน

ใน season มีการลงทุนที่สูงมาก ทั้งเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ที่ผมชอบมาก ๆ ก็คือทำให้เห็นสภาพบ้านเมือง ในยุคราชวงศ์โชซอน ซึ่งเป็นช่วง รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกบางสิ่งบางอย่างเข้ามาแล้ว รวมถึงเป็นช่วงที่มีความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านจนทำให้เกิดความขัดแย้งบางสิ่งบางอย่าง ชอบภาพมุมกว้างที่ทำให้เห็นบ้านเรือน ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ในยุคโบราณ ใข้เทคนิคพิเศษดีงามแบบพอดิบพอดี ชอบการใช้แสงที่สวยงาม ชอบมุมกล้องที่สวยงาม แต่ที่ชอบมาก ๆ ก็คือวิธีการตัดต่อ มีการตัดสลับระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

ถามใครได้ดูใน Season 1 มาแล้ว อาจจะมีคำถามหลายสิ่งหลายอย่างที่ค้างคาใจ หรือ ปุ่มต่าง ๆ ที่หนังได้ผูกเอาไว้ในใน season แรก ใน season นี้เขาค่อนข้างแก้ปมต่าง ๆ ได้ออกมาค่อนข้างดี แต่เขาก็ยังฉลาดพอที่จะไม่แก้ปมบางอย่าง เพื่อเอาไว้เป็นเชื้อไว้ใช้ในคราวหน้าได้ และผลจากการที่เขาเลือกที่จะไม่แก้ปมนี่แหละ และทิ้งท้ายเอาไว้เป็นเชื้อนี่แหละ มันก็ทำให้เราอยากรู้อยากเห็น และค้างคาใจแบบสุด ๆ อยากดูต่ออีก

สัญลักษณ์หนึ่งที่หนังพยายามส่งข้อความให้คนดูคือ มนุษย์ทุกคนยามแรกเกิดก็คือผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้ที่มี เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อโต ขึ้นได้รับรู้หลายสิ่งหลายอย่างขึ้น ความบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นก็จะค่อยค่อยหายไป ความดีงามที่มีอยู่ก็จะลดเลือนหายไป ควาไม่ดีบางอย่างก็จะเข้ามาแทนที่ได้

อีกอย่างหนึ่งที่ถูกใจคิดได้ระหว่างดู Kingdom 2 คือ หนังคนข้างสายได้ถูกที่ถูกเวลาและถูกสถานการณ์ ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรง มันทำให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ว่า ใครบ้างที่เห็นแก่ตัว ใครบ้างที่เอาข่าวและสถานการณ์ไปใช้ในทางที่ผิด ในจุดนี้ไม่ว่าจะความบังเอิญของสถานการณ์หรือไม่บังเอิญก็แล้ว แต่ผมว่ามันโดนใจอย่างที่สุด

กล่าวโดยสรุป Kingdom season 2 คือสุดยอดซีรีส์ จากเกาหลี Netflix ที่มีความสนุก ลุ้นระทึก ตื่นเต้น เอาช่วยไปตลอดเรื่อง ให้แง่คิดที่ดี Kingdom season 2 สนุกมาก ลุ้นระทึก มัน ดีงาม แฝงด้วยความหมายดี ๆ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการรอคอย ถ้าไม่ดูก็คงคะเรียกว่าคอภาพยนตร์ไม่ได้ ขอยกให้เป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ณ ช่วงเวลานี้

9.5/10

วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview

#สถานีหนัง

#Kingdom2 #NetflixOriginal

#หนังAction #หนังซอมบี้

#ซีรีส์ที่สนุกที่สุดในNetflix